ThaiPublica > เกาะกระแส > ผ่อนปรนสถานการณ์ฉุกเฉินระยะแรก 6 กิจกรรม เริ่ม 3 พ.ค.นี้ – ยังงดขาย “เหล้า”

ผ่อนปรนสถานการณ์ฉุกเฉินระยะแรก 6 กิจกรรม เริ่ม 3 พ.ค.นี้ – ยังงดขาย “เหล้า”

30 เมษายน 2020


ผ่อนปรนระยะแรก 6 กิจกรรม ตลาด ร้านอาหาร กิจการค้าปลีก-ส่ง กิจกรรมกีฬา ร้านเสริมสวย ร้านตัดขนสัตว์  – ยังห้ามขายสุรา รวมคุมเข้มเข้า-ออกประเทศ เชื่อคุมจำนวนอัตราฆ่าตัวตายอยู่  – คาดคลายล็อคได้หมดใน 2 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือ ปชช.

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 ได้แถลงข่าวชี้แจงมาตรการผ่อนปรนสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยรายงานสถานการณ์ ผู้ป่วยรายใหม่ในวันนี้ยังอยู่ที่หลักเดียวคือ 7 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ผู้เสียชีวิต 54 ราย รวมจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,954 ราย ใน 68 จังหวัด หายป่วยแล้ว 2,687 ราย

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 ได้ฝากสารถึงประชาชนโดยมีใจความดังต่อไปนี้

“การดำเนินการในครั้งนี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศที่ได้ตัดสินใจร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน  ทั้งในเรื่องของการระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยหากเราสามารถควบคุมสถานการณ์ทางด้านสาธารณสุขในระยะแรกนี้ได้ ก็จะมีการดำเนินมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อต่อไปได้ 

ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมมือการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายวิถีชีวิตของประชาชนและป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประเทศเดินหน้าได้ หากเราควบคุมได้ไม่ดีทุกอย่างอาจจะแย่ลง ทุกคนเข้าใจดีภารกิจนี้อาจจะเป็นงานที่ยากและท้าทายแต่หากเราทุกคน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ผู้รับบริการ ผู้อุปโภคบริโภคและประชาชนร่วมมือกัน ด้วยความตั้งใจมุ่งเน้นในเรื่องของการป้องกันตนเองและผู้อื่น มีสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม ในการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันเผื่อแผ่แบ่งปันกันก็จะสำเร็จได้ 

ต้องขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมกันในคณะกรรมการกรรมการพิจารณาพิจารณามาตรการผ่อนปรน ซึ่งประกอบไปด้วยภาครัฐธุรกิจเอกชน ประชาชน ผู้ประกอบการ บุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ให้ข้อเสนอและหามาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการมาอย่างรอบคอบและคงไม่ใช่เพราะคำสั่งหรือการตัดสินใจของนายกเพียงคนเดียว ต่อจากนี้จะเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่ต้องช่วยกันร่วมมือกันมาตรการในครั้งนี้ถึงจะสำเร็จได้”

ผ่อนปรนระยะที่แรก 6 กิจกรรม เริ่ม 3 พ.ค.นี้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันสิ้นสุดสถานการณ์ฉุกเฉินในช่วงแรก และได้มีการขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 ในขณะเดียวกันได้มีมาตรการผ่อนปรนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อเหลือเพียงตัวเลขหลักหน่วย

การผ่อนต่างๆ ก็จะมีผลเกี่ยวข้องกับคนซึ่งคนเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อ หากผ่อนมากเกินไปการกลับมาติดเชื้อก็จะต้องปรับมาตึงเหมือนเดิม เหมือนประเทศข้างเคียงของเราที่ต้องกลับมามีมาตรการที่เข้มงวด ดังนั้น ผ่อนไปแล้วก็ต้องปรับได้ แต่หากตึงมากเกินไปก็จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมมือกันแก้ปัญหาการระบาดของโควิดไปด้วยกัน หากร่วมมือกันในระยะนี้ได้ก็จะมีการผ่อนปรนในระยะต่อไปได้”

มาตรการที่ยังคงตรึงไว้ ได้แก่

  • มาตรการเคอร์ฟิวยังคงที่ที่เวลา 10:00 – 4:00 น
  • การเดินทางเข้าออกประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ
  • เรื่องของ stage quarantine 14 วัน
  • การจำกัดการบินเข้าออกของสายการบินระหว่างประเทศ โดยอนุญาตให้เฉพาะบางสายการบินเท่านั้น คือสายการบินที่ขนส่งของและรับคนไทยกับต่างประเทศ โดยให้ยังคงแนวทางไปถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2563
  • การเดินทางข้ามจังหวัดที่ยังคงต้องมีจุดตรวจคัดกรอง

สำหรับการผ่อนปรน ได้มีการกำหนดมาตรฐานกลางของกิจการ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อเข้มงวดไม่ให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมากเข้าไปทำกิจกรรมหรือเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค โดยจะยังคงยึดถือข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปีพุทธศักราช 2548 ฉบับที่ 1 ข้อ 11

โดยมีมาตรการดำเนินการดังต่อไปนี้ เช่น การทำความสะอาดพื้นผิวของสถานที่ที่เกี่ยวข้องทั้งก่อนและหลังการทำกิจกรรม รวมถึงกำจัดขยะมูลฝอย การสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง 1 เมตร ในระยะนั่งหรือยืน ซึ่งผู้ประกอบการต่างๆก็ต้องไปปรับใช้หากมีการอนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้าน และอาจจะต้องมีแอพพลิเคชั่นตามตัว ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้ง

กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกันรวมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะทำชุดข้อมูล เป็นคู่มือแนวทางการปฏิบัติไปถึงจังหวัดให้นำไปประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนเพื่อให้รับทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้ จะแบ่งเป็น 4 ระยะ มีการประเมินทุก 14 วัน ซึ่งหากจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงคงที่ที่เลขหลักเดียวคาดว่า ภายใน 2 เดือน จะให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติได้ แต่หากจำนวนผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นมาตรการต่างๆ ก็จะต้องขยายระยะเวลาออกไป ซึ่งอาจจะสั้นหรือยาวกว่าการคาดการณ์ของนักวิชาการสิงคโปร์ที่คาดการณ์ไว้ว่าไทยจะปลอดเชื้อ 100% ในวันที่  11 มิถุนายน 2563 นี้ก็ได้ นอกจากนี้ปัจจัยภายนอก คือ ประเทศรอบๆ ด้วย หากยังคงมีผู้ติดเชื้อสูงอยู่ก็อาจส่งผลต่อการพิจารณาด้วยเช่นกัน

กิจการกิจกรรม ที่ได้รับการผ่อนปรนระยะที่ 1 มีทั้งหมด 6 กลุ่ม ดังนี้

  • ตลาด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดินและแผงลอย
  • ร้านจำหน่ายอาหารได้แก่ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม ที่อยู่นอกห้างสรรพสินค้า รวมถึงร้านอาหารริม ทางรถเข็นและหาบเร่
  • กิจการค้าปลีกส่งได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่งยืนรับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อม ร้านค้าปลีกชุมชน รวมถึงร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม
  • ด้านกีฬาสันทนาการ ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณะต่างๆ เช่น การเดิน การรําไทเก๊ก กิจกรรมในสนามกีฬากลางแจ้ง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ได้เป็นการเล่นเป็นทีมและไม่ใช่การแข่งขัน เช่น เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู กอล์ฟ และสนามซ้อมต่างๆ
  • กลุ่มของร้านตัดผมร้านเสริมสวย เฉพาะในกรณีของ ตัด สระ ไดร์
  • อื่นๆ คือ ร้านตัดขนสัตว์และร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์

โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 

นพ. ทวีศิลป กล่าวต่อไปว่า ไม่ใช่เพียงแค่เราต้องการดูแลให้ผู้ประกอบการได้รับการประกอบอาชีพแต่ยังมีความสำคัญต่อผู้รับบริการด้วยที่ผู้รับบริการจะต้องไม่ได้รับความเสี่ยงในการเกิดโลกขึ้นมาอีกเลย ภาครัฐเราออกมาเพื่อคุ้มครองทั้งสองฝ่าย ขอฝากให้ทุกท่านช่วยให้ความร่วมมือนำมาศึกษาแล้วค่อยปรับปฏิบัติกันไป

“เราจะใช้ช่วงเวลาประมาณ 14 วันจากตรงนี้ไปคอยติดตามประเมินผลอยู่ตลอดเวลาถ้ามีตัวเลขของกันคงที่ของการติดเชื้อไปเรื่อยๆ เราก็จะสามารถเลื่อนลำดับการผ่อนปรนไปในกิจการและกิจกรรมอื่นๆได้มากขึ้น แต่ถ้าใน 14 วันนี้ตัวเลขที่ต้องมารายงานสถานการณ์เพิ่มขึ้นท่านก็ต้องยอมรับว่าท่านจะต้องถอยหลังกลับมาในความตึงของมาตรการ”

ในระยะที่ 2 จะต้องมีระบบที่ดูแลรายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้นโดยจะใช้ระบบดิจิตอลเข้ามาช่วย ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่ระยะที่ 1 เป็นหลักว่าผลออกมาเป็นอย่างไรจึงไปสู่ระยะที่ 2 ได้ และระยะที่ 3 ต่อไปได้ ดังนั้น กิจการที่เป็นระบบปิด ห้าง ร้านต่างๆ จะต้องมีความพร้อม  เตรียมตัวจัดร้านตัวเองเอาไว้สำหรับระยะที่ 2 โดยต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานซึ่งจะต้องมีการขออนุญาตเข้ามา และทางราชการหรือท้องถิ่นก็จะมีการอนุมัติและให้คิวอาร์โค้ดไปติดที่หน้าร้าน เพื่อแสดงว่าเป็นร้านปลอดภัยประชาชนที่จะมาใช้บริการสามารถใช้มือถือสแกนได้

ชี้ยังไม่เท่า “วิกฤติต้มยำกุ้ง” -เชื่อยังคุมอัตรา “ฆ่าตัวตาย” ได้

ต่อกรณีปัญหาการฆ่าตัวจายของประชาชนในช่วงนี้ นพ.ทวีศิลป์ ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขยังคงต้องเข้าไปศึกษาและหาทางที่จะลดจำนวนการสูญเสีย ซึ่งการฆ่าตัวตายนี้สัญญาณของการเจ็บป่วยทางจิตที่ทางสาธารณสุขต้องเข้าไปดูแลควบคู่กับการดูแลของรัฐบาลในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งการแก้ไขปัญหาที่ตรงเหตุก็จะช่วยทำให้เกิดการลดการสูญเสียในด้านนี้ได้ โดยต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิด หากมีปัญหาสามารถขอความช่วยเหลือมาทางกระทรวงสาธารณสุขที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบการฆ่าตัวตายกับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” ตัวเลขของจำนวนผู้ฆ่าตัวตายตอนนี้ยังไม่ถึงจำนวนในช่วงวฤกติต้มยำกุ้ง ยังสามารถควบคุมตัวเลขได้อยู่

ยังงดขาย “เหล้า”-ร้านอาหารเปิดโซนนั่งทานต้องเว้นระยะ 1 เมตร

สำรับการขายสุรานั้น เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าการจำหน่ายสุราจะนำไปสู่กิจกรรมที่มีการรวมตัวของประชาชนได้ ในปัจจุบันจึงยังคงมาตรการงดการจำหน่ายสุราต่อไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านเสื้อผ้า หรือแผงขายของในถนนคนเดิน ควรจะมีระยะห่างไม่ต่ำกว่า 1 เมตร และคนขายควรใส่หน้ากากอนามัยคนซื้อก็เช่นเดียวกัน หากมีเจลล้างมือด้วยก็จะดี

ร้านอาหารทั่วไปคำจำกัดความคือไม่เกิน 2 คูหา ร้านอาหารใหญ่ๆก็ยังไม่เปิดเป็นสเตตัสไปถ้าเป็นร้านอาหารติดแอร์หากเป็นไปได้ควรมีที่ระบายอากาศก็จะเป็นการดีและควรมีมาตรการหลักและเสิร์ฟให้จะเป็นคู่มือที่จะออกให้เป็นคู่มือกลางให้แต่ละแห่งสามารถนำไปปรับใช้ได้แต่ตอนนี้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ายังไม่เปิด

ในกรณีร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ  (นอกห้างสรรพสินค้า)ตามคำจำกัดความของกระทรวงพาณิชย์ ร้านทั่วไป ก็คือ ห้องแถวไม่เกิน 2 คูหา ในร้านอาหารเหล่านี้สามารถเปิดให้คนนั่งทานในร้านได้ แต่ยังคงต้องมีมาตรการเว้นระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร

“สุกี้ ชาบูเปิดได้แต่ลำบากหน่อยต้องกินคนเดียว ไปถ้าเป็นร้านอาหารติดแอร์หากเป็นไปได้ควรมีที่ระบายอากาศก็จะเป็นการดี ในกรณีที่ต้องการรับประทานเป็นครอบครัวยังคงแนะนำให้สั่งกลับไปรับประทานที่บ้าน ส่วนร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ายังไม่เปิด จะมีกติกาหลักและกติกาเสริม ในระยะต่อไปเราจะมีคู่มือให้ด้วย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีโทษแต่จะมีการตักเตือนนิดหน่อย”

ชี้ปรับเพิ่มโควตารับคนไทยกลับประเทศได้ หากมีสถานที่กักตัวเพิ่ม

ด้าน พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตอบคำถามในส่วนของการให้บริการของสายการบินในประเทศ ว่า อากาศยานยังอยู่ในช่วงที่ยังไม่ผ่อนปรนมากนัก ยังมีการจำกัดการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด ในการใล้บริการเครื่องบินโดยสารจะต้องมีมาตรการรองรับ เช่น การทำความสะอาดในห้องโดยสาร การเว้นระยะห่างกัน และงดเสิร์ฟอาหารในอากาศยาน เป็นต้น

ส่วนการจะเพิ่มโควตาให้คนไทยกลับเข้ามาในประเทศไทยจากที่ปัจจุบัน ทางบกอยู่ที่ 300-400 คนต่อวัน ทางอากาศอยู่ที่ 200 คนต่อวันนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว 14 วันหากสถานที่มากขึ้นก็ยินดีที่จะให้ยอดเพิ่มขึ้นได้

ทั้งนี้ ที่คนต่างชาติการข้ามเดินทางข้ามชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ประเทศมาเลเซีย ได้มีการผ่อนปรนและอำนวยความสะดวก ปัจจุบันจำกัดให้สามารถเดินทางเข้ามายังไประเทศไทยได้ที่ 350 คนต่อวัน กรณีของแรงงานต่างด้าวที่จะกลับเข้ามาเข้ามาสู่ชายแดนจังหวัดไหนจังหวัดนั้นก็จะต้องกักตัว 14 วัน

นอกจากนี้ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ จนผู้คนเริ่มออกมาทำงานปกติ แต่หน่วยงานรัฐยังคงขอความร่วมมือ ให้ work from home 50% เช่นเดิม

แถลงข่าวทำเนียบ_COVID-19_30 เม.ย. 63