ThaiPublica > Thaipublica Sustainability > Climate Change ต้นเหตุไฟป่าลุกไหม้หลายประเทศทั่วโลก ยุโรป อเมริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา

Climate Change ต้นเหตุไฟป่าลุกไหม้หลายประเทศทั่วโลก ยุโรป อเมริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา

28 สิงหาคม 2019


ภาพถ่ายดาวเทียมบันทึกไฟป่าที่ลุกไหม้ในบราซิลที่มาภาพ: https://earthobservatory.nasa.gov/images/145498/uptick-in-amazon-fire-activity-in-2019

ขณะที่โลกกำลังให้ความสนใจกับการเกิดไฟป่าที่แอมะซอนที่ยังคงลุกไหม้มากว่า 3 สัปดาห์ เพราะเป็นป่าที่มีพื้นที่มหาศาล และรัฐบาลบราซิลส่งกำลังทหารพร้อมเครื่องบิน C-130 เข้าไปดับไฟ แต่แอมะซอนเป็นเพียงหนึ่งในหลายพื้นที่ของทั่วโลกที่กำลังประสบกับปัญหาไฟป่า ไม่ว่าจะเป็นยุโรป เอเชีย ไปจนถึงลาตินอเมริกา เช่น กรีซ อลาสกา สเปน อินโดนีเซีย

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) ยังมีข้อมูลด้วยว่า ไฟป่าในหน้าร้อนนี้เกิดขึ้นอย่างไม่คาดมากก่อนในพื้นที่ขั้วโลกเหนือ โดยมีไฟป่าขนาดใหญ่กว่า 100 ลูกเผาพื้นที่ Arctic Circle หรือวงกลมอาร์กติก และป่าเขตหนาวในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย

นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไฟป่าได้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ สาเหตุหนึ่งมาจากความร้อนที่สูงขึ้น เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดอีกครั้ง หลายพื้นที่ของยุโรปประสบกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทั้งฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ สเปน สาธารณรัฐเช็ก เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร อากาศที่ร้อนขึ้นมีผลทำให้ต้นไม้แห้งเหี่ยว ป่าและทุ่งหญ้าจึงติดไฟได้ง่าย

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยิ่งมีผลให้สภาพอากาศที่ร้อนมากมีระยะเวลานานขึ้น เกิดถี่ขึ้น และรุนแรงขึ้น การเร่งดับไฟป่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างแข็งขันในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นไม้ ต้นหญ้า และพุ่มไม้ในหลายพื้นที่ของโลกเติบโตมากขึ้น แต่การทำลายป่าได้ตัดวงจรแหล่งกำเนิดน้ำตามธรรมชาติในบางภูมิภาค ทำให้ต้นไม้ที่กำลังเติบโตเหี่ยวเฉาลง ขณะเดียวกัน ประชาชนก็ตั้งบ้านเรือนใกล้ผืนป่ามากขึ้น โอกาสที่จะเกิดเพลิงไหม้จึงสูงขึ้น

มนุษย์คือต้นเหตุของการทำลายป่ามากกว่าไฟป่า สำหรับพื้นที่ที่เกิดไฟป่าในรอบเดือนสิงหาคมมีดังต่อไปนี้

  • แอมะซอน ไฟป่าที่ลุกไหม้นับพันลูกได้เผาผลาญป่าแอมะซอนในพื้นที่ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นป่าดงดิบแห่งใหญ่ของโลก โดยไฟป่าได้เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนถึง 2 เท่า จึงทำให้ทั่วโลกวิตกกังวล แอมะซอนเป็นป่าดงดิบเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นถิ่นที่อยู่ของประชากร 30 ล้านคน เป็นแหล่งใหญ่ของความหลากหลายทางชีวภาพบนโลกใบนี้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดของโลก ตลอดจนดูดซับคาร์บอนได้มากถึง 140,000 ล้านตัน

    ไฟป่า 74,000 ลูกได้ลุกไหม้ในพื้นที่ 550 ล้านเอเคอร์ (1 เอเคอร์มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 2 แห่ง) โดยปกติแล้วไฟป่าถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ แต่ไม่ใช่ที่แอมะซอน เพราะมีสาเหตุจากคน เกษตรกรได้ใช้วิธีการหักร้างถางป่าและเผาเพื่อเตรียมพื้นที่ป่าไว้ทำการเกษตร ขณะที่พวกลักลอบตัดไม้ก็ได้เผาเพื่อทำลายหลักฐาน และบางครั้งเผาเพื่อไล่คนพื้นเมืองออกจากพื้นที่

  • รัสเซีย ในไซบีเรีย มีรายงานว่าเกิดไฟป่าในวงกว้างเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม จากผู้ที่ลักลอบตัดไม้ เพื่อปกปิดความผิด ทั้งนี้ผืนป่าในไซบีเรียถูกไฟป่าเผาเป็นพื้นที่ 21,000 ตารางไมล์ ส่งผลให้ควันปกคลุมทั่วเมืองอูลาน-อูเด

  • สเปน ไฟป่าในปีนี้เป็นไฟป่าที่ใหญ่ที่สุดของปี เกิดไปทั่วเกาะคะแนรีเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ส่งผลให้ประชาชนราว 9,000 คนต้องหนีตาย และไฟป่ายังเผาพื้นที่กว่า 1,500 เฮกตาร์ในพื้นที่ทางตะวันตกของกรัน กรานาเรีย เมืองท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะ แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ และทางการระบุว่าประชาชนบางส่วนสามารถทยอยเดินทางกลับเข้าพื้นที่ได้

  • กรีซ วันที่ 20 สิงหาคม ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่เกาะเอเวีย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่หนาแน่น ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเอเธนส์หลังเกิดไฟป่าขึ้นในวันที่ 13 สิงหาคม และกระจายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เพราะกระแสลมแรงในช่วงเดือนที่ร้อนและอากาศแห้ง ทำให้ต้องอพยพผู้คนออกนอกพื้นที่หลายร้อยคน ในวันที่ 14 สิงหาคม รัฐบาลกรีซได้ร้องขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป จึงได้เครื่องบินสำหรับดับไฟป่าจากโครเอเชียและอิตาลีรวม 4 ลำในวันที่ 14 สิงหาคม และก่อนหน้านี้วันที่ 12 สิงหาคมได้เกิดไฟป่าที่ภูเขาไฮเมตตัส ในเอเธนส์

  • ตุรกี ไฟป่าเกิดขึ้นที่เขตคาราบากลาร์ ของจังหวัดอิซมีร์ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลอีเจียน เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม กินพื้นที่มากกว่า 1,200 เอเคอร์ หรือราว 500 เฮกตาร์ สำนักงานเกษตรและป่าไม้ตุรกีระบุว่า ไฟป่าลุกไหม้ใน 4 ภูมิภาค

  • อินโดนีเซีย ไฟป่าลุกไหม้ขึ้นที่โอกัน อิลีร์ ทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ 6 จังหวัด ประกอบด้วย รีเยา สุมาตราใต้ กาลิมันตันตะวันตก จัมบี กาลิมันตันใต้ และกาลิมันตันกลาง ประกาศภาวะฉุกเฉิน เพราะป่าพรุเป็นแหล่งเชื้อไฟอย่างดี รัฐบาลต้องส่งเจ้าหน้าที่จำนวน 5,679 คนเข้าไปช่วยดับไฟ ตั้งแต่ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ควันไฟปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของสุมาตราและลอยไปถึงสิงคโปร์กับมาเลเซีย รัฐบาลได้สั่งให้ทำฝนเทียมเพื่อดับไฟป่า เพราะประสบกับภัยแล้งที่มีผลกระทบต่อประชาชน 50 ล้านคนใน 28 จังหวัด

    อินโดนีเซียเจอแรงกดดันจากนานาชาติให้ยุติการหักร้างถางป่าและเผาพื้นที่เพื่อทำการปลูกปาล์มและยูคาลิปตัส หลังจากที่เกิดไฟป่ารุนแรงในปี 2015 เพราะไฟที่เกษตรจุดเพื่อเผาเตรียมพื้นที่มักจะลุกลามจนไม่สามารถควบคุมได้

  • ฝรั่งเศส หมู่บ้านมอนเซ่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสประสบกับไฟป่าลุกไม้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เผาผลาญป่าสนเป็นพื้นที่ 900 เฮกตาร์ เพราะกระแสลมแรงทำให้ไฟลุกไหม้เร็ว

  • โบลิเวีย วันที่ 22 สิงหาคม นักผจญไฟได้พยายามที่จะดับไฟป่าที่ลุกไหม้ในพื้นที่กว่า 1.6 ล้านเอเคอร์ในป่าเขตร้อน ภาพถ่ายทางอากาศของกองทัพได้แสดงให้เห็นสภาพของป่าเขตร้อนที่ถูกไฟเผาใกล้ชายแดนโบลิเวีย ที่ติดกับปารากวัยและบราซิล

  • สหรัฐอเมริกา ในอลาสกา โฆษกสำนักงานป่าไม้กล่าวว่า ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดไฟป่าขนาดใหญ่ 3 ลูก และก็ยังไม่มีตัวบ่งชี้ว่าเกิดจากฟ้าผ่า ทำให้คาดว่าน่าจะเกิดจากการกระทำของคน ในปีที่แล้ว แคลิฟอร์เนียประสบกับไฟป่าที่ลุกไหม้รุนแรง วันที่ 22 สิงหาคม เกิด ไฟป่าทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้ต้องอพยพผู้คนจำนวนร่วม 4,000 คนออกนอกพื้นที่ เพราะลุกลามอย่างรวดเร็วกินพื้นที่อย่างน้อย 600 เอเคอร์ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

  • กรีนแลนด์ ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เดนมาร์กส่งนักผจญไฟไปในกรีนแลนด์ เพื่อดับไฟป่าที่ลุกไหม้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ภาวะน้ำแข็งที่ละลายในกรีนแลนด์อาจจะรุนแรงมากขึ้นหากไม่สามารถดับไฟได้

     

    ไฟป่าที่แองโกลาใหญ่กว่าแอมะซอน

    ที่มาภาพ: https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-08-23/more-fires-now-burning-in-angola-congo-than-amazon-maps

    นอกจากนี้ ไฟป่าที่แองโกลายังเกิดขึ้นมากกว่าแอมะซอน แม้พื้นที่ป่าแอมะซอนในบราซิลถูกไฟป่าเผาในวงกว้าง แต่พื้นที่ที่เกิดไฟป่าในแองโกลาก็ยังมากกว่าบราซิลอีก

    ภาพถ่ายทางดาวเทียมของ Weather Source ชี้ว่าเกิดไฟป่าในแองโกลาถึง 6,902 ลูกในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง มากกว่าสาธารณรัฐคองโกที่เกิดไฟป่า 3,395 ลูก ขณะที่บราซิลเกิดไฟป่า 2,127 ลูก อยู่ในอันดับที่สามรองจากคองโก สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นปรากฏการณ์ที่ผิดปกติของแอฟริกากลาง ไฟป่าที่เกิดขึ้นยังได้ลุกไหม้ผืนป่าแอมะซอนที่อยูในเขตโบลิเวียอีกด้วย

    ข้อมูลดาวเทียม Aqua ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (National Aeronautics and Space Administration – NASA) บันทึกไว้ว่า ภายใน 1 สัปดาห์ของเดือนมิถุนายนปีก่อน มีไฟป่าลุกไหม้กว่า 67,000 ลูก เนื่องจากเกษตรกรเผาพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อเตรียมพื้นที่ไว้ทำการเพาะปลูกรอบใหม่

    ที่มาภาพ: https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-08-23/more-fires-now-burning-in-angola-congo-than-amazon-maps

    ปีนี้บราซิลเจอไฟป่ามากกว่าปีก่อน 85%
    ในปีนี้ รัฐรอนโดเนีย ในเขตแอมะซอนของบราซิล ประสบกับไฟป่ารุนแรงมาก ส่วนหนึ่งมาจากการทำลายป่า รอนโดเนียนี้จึงเป็นรัฐที่มีการทำลายป่ามากที่สุดในเขตแอมะซอน โดย มีไฟป่าลุกไหม้ 6,436 ลูกแล้วตั้งแต่ต้นปี

    ข้อมูลของสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิล (National Institute for Space Research – INPE) พบว่า ในปีนี้แล้วบราซิลเกิดไฟป่ามากกว่าระยะเดียวกันของปีก่อนถึง 85% โดยมีไฟป่าเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 80,626 ลูก ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2562

    ที่มาภาพ: https://edition.cnn.com/2019/08/25/americas/amazon-fire-efforts-damage/index.html