สหภาพฯ TBANK ร้องคลัง หวั่นแผนควบรวม TMB คนตกงาน 5,000 คน – CEO ธนชาติ ยืนยันไม่มีนโยบายปลดพนักงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์

นายศุภาชัย ภัทรพิศุทธนา ประธานสหภาพแรงงานธนาคารธนชาต (ขวามือ)

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 นายศุภาชัย ภัทรพิศุทธนา ประธานสหภาพแรงงานธนาคารธนชาต เปิดเผยว่า มายื่นหนังสือถึงนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะมีความกังวลว่าการควบรวมระหว่างธนาคารทหารไทย และ ธนาคารธนชาต ทําให้พนักงานทั้ง 2 ธนาคารกว่า 2 หมื่นคนได้รับผลกระทบ คาดว่าทําให้พนักงาน 40% หรือ ประมาณ 4-5 พันคนต้องโดนให้ออกจากงาน โดยขอเข้าพบนายอุตตมในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 เพื่อสอบถามถึงผลกระทบและความมั่นคงในการทํางานของพนักงานธนาคารธนชาต

ทั้งนี้ อยากให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารทหารไทย ช่วยพิจารณาคุ้มครองผลประโยชน์ของพนักงานของธนาคารที่ถูกควบรวม เพราะคาดว่าการควบรวมทําให้ยุบสาขาของธนาคารทั้งสองที่อยู่ใกล้เคียงกัน รวมถึงยุบหน่วยงานที่ซ้ําซ้อน แม้ว่าที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 2 ธนาคารยืนยันว่าไม่ลดพนักงาน แต่ในทางปฏิบัติได้ใช้วิธีการกดดันการทํางาน โดยที่ผ่านมาพนักงานถูกเอาเปรียบจากการถูกเลิกจ้างด้วยการยื่นซองขาว เรียกไปคุยโดยตั้ง KPI ที่สูงเกินไป ทําให้พนักงานกดดันมากโดยเฉพาะพนักงานตามสาขาต่างๆ

“หากมีความจําเป็นจริงๆ ในการลดพนักงานลง ทางสหภาพขอเรียกร้องให้ธนาคารจ่ายเงินชดเชยอย่างเป็นธรรม ซึ่งหากจ่ายตามเงื่อนไขตามกฎหมายแรงงานในปัจจุบันจะทําให้พนักงานที่ถูกให้ออกดํารงชีพได้ด้วยความยากลําบาก ดังนั้นจึงเรียกร้องให้จ่ายเงินชดเชยสูงกว่าที่กฎหมายแรงงานกําหนด รวมถึงอยากให้ช่วยดูแลในเรื่องอาชีพหลังจากถูกให้ออกจากงาน” นายศุภาชัยกล่าว

ด้านนายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่า ธนาคารฯ ไม่มีนโยบายปลดพนักงานใดๆทั้งสิ้น โดยขณะนี้ ธนาคารธนชาตและทีเอ็มบีอยู่ระหว่างพิจารณาและหารือกันถึงโอกาสการรวมกิจการ แต่หนึ่งในหลักการสำคัญที่เห็นพ้องตกลงร่วมกันคือ หากมีการรวมกิจการกันก็จะต้องดูแลพนักงานทุกคนอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากการรวมกิจการน้อยที่สุด ทั้งในเรื่องนโยบายสวัสดิการก็จะจัดการให้ดีเท่าเทียมและสอดคล้องเหมาะสมกับพนักงาน

นายประพันธ์ อนุพงษ์องอาจ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

“ปกติธนาคารของเรา พัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้กับพนักงาน พร้อมรองรับการแข่งขันและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งไม่ว่าจะรวมกิจการหรือไม่ พนักงานของเราก็ต้องมีความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา และหากมีการรวมกิจการ ก็เป็นประโยชน์ต่อพนักงานที่จะมีโอกาสใหม่ๆ รองรับการให้บริการลูกค้าเพิ่มขึ้นถึงสิบล้านคน” นายประพันธ์กล่าว

นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการที่เครือข่ายสหภาพแรงงานของธนาคารและสถาบันการเงิน (BFUN) เรียกร้องให้ธนชาตและทีเอ็มบี มีแผนชัดเจนเกี่ยวกับการรวมกิจการดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทั้งสองแห่งจะไม่ได้รับผลกระทบนั้น ในอนาคตจะมีการเปิดเผยแผนที่ชัดเจนดังกล่าวแน่นอน หลังการทำ Due Diligence ระหว่างกันเสร็จสมบูรณ์ก่อน หลังจากนั้นจะเสนอแผนให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับทราบแผนการรวมกิจการ และเปิดเผยต่อสาธารณชนให้ทราบต่อไป

อ่านแถลงข่าวธนาคารธนชาติเพิ่มเติม