ศาลแพ่ง สั่ง รพ.กรุงเทพคืนสิทธิรักษาพยาบาลฟรี 4 คดีรวด สมาชิก “ไลฟ์พริวิเลจคลับ” โวยบริการไม่เหมือนเดิม เตรียมคำร้องบังคับคดี

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.30 น. ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษา คดีดำหมายเลขที่ ผบ. 932 /2560 และ ผบ.5887/2560 ระหว่างนายอำรุง นวราช, นางผุสนา นวราช (สวมสร้อยแถวแรก) และนายรุจิโรจน์ อนามบุตร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.30 น. ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษา คดีดำหมายเลขที่ ผบ. 932 /2560 และ ผบ.5887/2560 ระหว่างนายอำรุง นวราช, นางผุสนา นวราช และนายรุจิโรจน์ อนามบุตร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ “โรงพยาบาลกรุงเทพ” เป็นจำเลย ในข้อหาผิดสัญญา ละเมิด และเรียกค่าสินไหมทดแทน กรณีจำเลยบอกเลิกสัญญาโครงการไลฟ์พริวิเลจคลับ (Life Privilege Club) หรือยกเลิกสิทธิของสมาชิก ในการรักษาพยาบาลฟรีตลอดชีพ โดยอ้างว่าเป็นสัญญาประกันภัย และโรงพยาบาลไม่มีใบอนุญาต

โดยวันนี้ ศาลแพ่ง พิพากษาเป็นคดีที่ 5 ว่า “โครงการดังกล่าวไม่ใช่ธุรกิจประกันภัย จึงให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลง และเงื่อนไขของสัญญาโครงการไลฟ์พริวิเลจคลับ โดยเปิดให้บริการรักษาพยาบาลแก่โจทก์ต่อไป แต่เนื่องจากโจทก์ที่ 1 คือนายอำรุง นวราช ถึงแก่ความตายก่อนที่ศาลพิพากษา วันนี้ศาลฯ จึงมีคำสั่งให้จำเลยคืนเงินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแก่โจทก์ที่ 1 รวมเป็นเงินประมาณ 737,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี และให้โจทก์นับจากวันที่ศาลพิพากษา และให้โจทก์ชำระค่าทนายความให้กับจำเลยคนละ 20,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอีกคนละ 5,000 บาท”

นางผุสนา นวราช กล่าวว่า “วันนี้ต้องขอขอบคุณผู้พิพากษาศาลแพ่งที่ให้ความเป็นธรรมกับพวกเรา รวมทั้งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และคณะกรรมการกฤษฎีกาที่วินิจฉัยว่าโครงการไลฟ์พริวิเลจคลับไม่ใช่ธุรกิจประกันภัย ศาลจึงมีคำสั่งให้โรงพยาบาลกรุงเทพเปิดให้บริการรักษาพยาบาลฟรีแก่จำเลยต่อไป พวกเราไม่ได้เรียกร้องหรือขออะไรเพิ่มเติม แต่ต้องการให้โรงพยาบาลกรุงเทพปฏิบัติตามสัญญา คุณภาพในการรักษาพยาบาล ต้องเหมือนเดิม”

ด้านนางสาวณัฐนิดา นวราช บุตรสาวของนายอำรุง นวราช ในฐานะผู้รับมรดกความ กล่าวว่า หลังจากศาลพิพากษาให้โจทก์ดำเนินโครงการไลฟ์พริวิเลจคลับต่อไป มีสมาชิกบางรายไปใช้บริการรักษาพยาบาลฟรี โดยจ่ายเงินค่าบริการครั้งละ 100 บาทตามสัญญา แต่บริการอื่นๆ ที่เคยได้รับยังไม่เหมือนเดิม เช่น ไม่มีพยาบาลมาดูแล อำนวยความสะดวก เรื่องการนัดหมายแพทย์ หรือให้คำปรึกษาแนะนำการรักษาพยาบาลเบื้องต้น สมาชิกต้องไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์บริการเหมือนผู้ป่วยทั่วไป ตนทราบว่ามีสมาชิกบางรายกำลังยกร่างคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป

อนึ่งก่อนหน้ามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ในคดีแพ่ง คดีดำหมายเลขที่ ผบ.928, 929, 939, 940, 2504.2505/2560 ระหว่างนางจุฑาทิพย์ สนิทพันธุ์ โจทก์ที่ 1 และพวกรวม 6 คน จำเลยบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เป็นคดีในโครงการไลฟ์พริวิเลจคลับของโรงพยาบาลกรุงเทพ กรณีโรงพยาบาลกรุงเทพบอกเลิกสัญญา ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีว่าโครงการนี้ไม่ใช่สัญญาประกันที่จำเลยนำมาเป็นเหตุยกเลิกสัญญา จึงพิพากษาให้จำเลยดำเนินโครงการนี้ต่อไปตามสัญญา

ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2560 เวลา 9.30 น. ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษา คดีระหว่างนายธัญญวรรตร์ วงศ์รัตน์ โจทก์ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือโรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นจำเลย โดยศาลแพ่งพิพากษาว่า โครงการไลฟ์พริวิเลจคลับไม่ใช่ธุรกิจประกันภัย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด จึงไม่มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา เพราะไม่เข้าข่ายธุรกิจประกันภัย จึงพิพากษาให้จำเลยดำเนินโครงการนี้ต่อไปตามสัญญา

ต่อมาวันที่ 25 มกราคม 2561 เวลา 9.00 น. ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษา คดีดำหมายเลขที่ ผบ. 770/2560 ระหว่างนางสาวพิสิฏฐา เหล่ากุลวานิช, นางสาวกฤตลักษณ์ เศรษฐบุตร และนายสุจริต รังสิมันโตฬาร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ “โรงพยาบาลกรุงเทพ” เป็นจำเลย โดยศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขของสัญญาโครงการไลฟ์พริวิเลจคลับต่อไป เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่ใช่ธุรกิจประกันภัย

อ่านเพิ่มเติมในซีรีส์ คดีผู้บริโภค…กรณีตัวอย่าง “ไลฟ์พริวิเลจคลับ”