ความไว้วางใจกันเสริมความมั่งคั่ง

วรากรณ์ สามโกเศศ

ในกิจกรรมที่มนุษย์กระทำกันทุกวัน ความเชื่อถือไว้วางใจ (trust) ระหว่างกันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าขาดสิ่งนี้แล้วการโอนเงินเดือนผ่านธนาคาร การชำระบัญชีน้ำไฟผ่านธนาคารหรือร้านสะดวกซื้อ การรับจ้างทำงานโดยหวังเงินเดือน การสั่งซื้อของทางไปรษณีย์ หรือออนไลน์ หรือแม้กระทั่งฝากเด็กซื้อก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ก็เกิดขึ้นได้ยาก ในสังคมที่มีระดับการพัฒนาต่างกัน โสหุ้ยในการดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจและการลงทุนระยะยาวตลอดจนความมั่งคั่งยั่งยืนก็แตกต่างกันไปด้วย

มนุษย์เป็นสัตว์ที่หัวดีกว่าสัตว์อื่นๆ แม้แต่เผ่าพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ เช่น Neanderthal (สูญพันธุ์ไปเมื่อประมาณ 20,000-30,000 ปีก่อน) ดังนั้น จึงใช้ความเป็นเครือญาติ สมาชิกชุมชน เผ่าพันธุ์ และ “แซ่” เดียวกันเป็นเครื่องมือ สมาชิกเครือข่ายเหล่านี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะไว้เนื้อเชื่อใจกันได้ ดังนั้น เราจึงเห็นการค้าขาย ทำมาหากิน ในกลุ่มเหล่านี้ด้วยกัน หรือรวมกลุ่มกันเพื่อค้าขายกับคนอื่น

ที่มาภาพ : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/ca/Wat_mangkon_kamalawat.jpg
ที่มาภาพ : https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/ca/Wat_mangkon_kamalawat.jpg

การมีสมาคม “แซ่” ของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศต่างๆ เป็นวิธีการที่ชาญฉลาด เพราะเท่ากับเป็นการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในเรื่องการไว้เนื้อเชื่อใจกัน ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ทั้งการค้าขายกันภายในกลุ่มและกับคนนอกกลุ่มด้วย การ “ร่วมเป็นทองแผ่นเดียวกัน” ข้ามเมือง ข้ามประเทศ เป็นวิธีการที่มนุษย์ใช้กันมาดึกดำบรรพ์อย่างได้ผลเช่นกัน

ในทางวิชาการ trust ในเชิงเศรษฐศาสตร์เกี่ยวพันกับการผูกพันเอาทรัพยากรไปใช้ในกิจกรรม ซึ่งผลพวงที่เกิดขึ้นนั้นขึ้นอยูกับพฤติกรรมในการร่วมมือของหลายฝ่าย สังคมที่มีความไว้วางใจกันต่ำก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งเวลาและเงินทองมากมายที่ต้องใช้ไปในการประเมินว่าใครที่น่าไว้ใจได้เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงโดยนักต้มตุ๋นหรือถูกโกง สังคมเช่นนี้ไม่เอื้อต่อการลงทุนระยะยาว เพราะตระหนักดีว่าผลกำไรอาจถูกดูดหายไปโดยคอร์รัปชันของภาครัฐหรือถูกคดโกง

ตรงกันข้าม ในสังคมที่มีความไว้วางใจกันสูง การสูญเสียทรัพยากรเพื่อประเมินว่าใครน่าไว้วางใจนั้นต่ำ และสิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุนระยะยาว มีงานวิชาการที่พบว่าดีกรีของความไว้เนื้อเชื่อใจกันในสังคมมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ

ความเชื่อถือไว้วางใจกันช่วยทำให้เกิดการค้าขายที่กว้างขวางขึ้น มีผู้คนมาร่วมในตลาดการเงินมากขึ้น มีการลงทุนมากขึ้น ซึ่งหมายรวมกันได้ว่ายิ่งสังคมใดมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันสูงก็จะยิ่งร่วมกระตุ้นให้เกิดความมั่งคั่งยิ่งขึ้น

ความไว้วางใจกันในสังคมคือทุนทางสังคม (social capital) ที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นโดยใช้เวลาและการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ ทิศทางก็คือการสร้างสังคมที่มีคุณธรรม ผู้คนมีศีลมีธรรม และมีภาครัฐที่น่าเชื่อถือเป็นหลักซึ่งนอกเหนือจากการมีประสิทธิภาพของภาครัฐแล้วการปราศจากคอร์รัปชันก็เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง

สังคมจะมีความไว้วางใจกันต้องมาจากรากฐานทางศีลธรรมของสังคม ค่านิยมของความซื่อสัตย์ การรักษาคำพูดและสัญญา ความศรัทธาในความดีงาม ฯลฯ เหล่านี้เป็นหัวใจของการสร้าง social capital ที่สำคัญยิ่งนี้

ในมิติของความสัมพันธ์กับต่างประเทศ social capital ดังกล่าวยังมีความสำคัญเป็นอันมาก การค้าการลงทุนและธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศของบุคคลและองค์กรที่ต่างอยู่ในดินแดนที่มีกฎหมายและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความไว้วางใจกันเท่านั้น

เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยทำให้การตรวจสอบประวัติ ธุรกรรมในอดีตของผู้ที่จะร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วยเป็นไปอย่างสะดวกและกว้างขวางขึ้น (การได้รับอันดับ การได้รับการรับรองภายใต้ระบบประกันคุณภาพ การได้รับรางวัล คือหลักฐานสนับสนุนความน่าไว้วางใจ) ดังนั้นจึงหมายความว่า สังคมยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นในการเป็นสังคมที่มีศีลมีธรรม เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีเพื่อเพิ่มพูน social capital ในการมีความน่าไว้วางใจ

Alberto Alesina แห่ง Harvard University และ Eliana La Ferrara แห่ง Bocconi University ใน Milan ร่วมกันศึกษาและพบว่า สังคมที่มีความหลากหลายในด้านรายได้และชาติพันธุ์สูงจะมีระดับความไว้วางใจกันต่ำ

การกำจัดความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์จึงเป็นงานสำคัญในการสร้างความไว้วางใจอันเป็นหนทางสู่ความมั่งคั่งในระยะยาว ควบคู่ไปกับการสร้างสังคมที่มีศีลมีธรรม

เมื่อมนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ ความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างคนในสังคมเดียวกันและต่อไปยังสังคมอื่นจึงมิได้เกิดจากการกดปุ่ม หากเกิดจากการมีความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีต่อกัน การมีอารยธรรมในการสังคม การพูดจาด้วยภาษาที่เหมาะสม และการมีความจริงใจต่อกัน ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้

การได้รับความเชื่อถือไว้วางใจคือการมีคุณค่า (value) ซึ่งมิได้เกิดขึ้นข้ามวันข้ามคืน หากเกิดจากการมีคุณธรรมให้ปรากฏแก่ผู้อื่นข้ามระยะเวลา สังคมใดจะมั่งคั่งได้ยั่งยืนก็ต้องเดินในเส้นทางเดียวกันกับบุคคลนั้นแล

หมายเหตุ: ตีพิมพ์ครั้งแรก คอลัมน์ “อาหารสมอง” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 6 ก.ย. 2559