ศก.ไทยฟื้นตัวแผ่วลง ธปท. ชี้ปัจจัยชั่วคราว “มาตรการภาครัฐหมด-เกษตรกรรอผลผลิต” – คาดปี’59 รายได้ท่องเที่ยว 2.58 ล้านล้านบาท

ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ดร.รุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม 2559 ว่ายังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่ถือว่าแผ่วลงจากเดือนก่อนหน้า เนื่องจากเม็ดเงินภาครัฐที่เร่งเบิกจ่ายไปก่อนหน้านี้และมาตรการภาครัฐที่ทยอยหมด หลังจากที่ขยายตัวสูงมากต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ประกอบกับปัจจัยชั่วคราวของภาคเอกชนในช่วงก่อนหน้าเริ่มทยอยลดลง ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการส่งเสริมการขายสินค้าอุปโภคบริโภค และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ขณะที่รายได้ภาคเกษตรกรรมทยอยปรับดีขึ้น แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวจากภัยแล้ง ซึ่งคาดว่าทั้งสองเป็นปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น

“การบริโภคยังขยายตัวทุกตัวแต่แผ่วลง โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทนคือรถยนต์ ที่ก่อนหน้านี้มีรถรุ่นใหม่และโปรโมชัน ก็อาจจะซื้อไปก่อนหน้านี้แล้วด้วย รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ก็อาจจะมีการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ซื้อแอร์ ประกอบกับอากาศร้อนก่อนหน้านี้ พอมาตอนนี้มาตรการกระตุ้นหมดไปก็หดลง แต่ดูพื้นฐานจะเห็นรายได้ภาคเกษตรปรับขึ้น 18.9% ความแตกต่างจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งก็ฟื้นตัวกลับมาแต่ไม่มาก คือไตรมาสที่ผ่านมาเป็นการฟื้นจากรายได้เป็นหลัก แต่เดือนนี้ผลผลิตเริ่มเป็นบวกได้บ้าง ราคาก็ยังสูง แต่ถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้น อนาคตถ้าผลผลิตเพิ่มขึ้นราคาอาจจะแผ่วลงบ้าง แต่โดยรวมถือว่าพ้นจุดต่ำสุดแล้ว เป็นปัจจัยช่วยให้การบริโภคเพิ่มขึ้นได้” ดร.รุ่งกล่าว

ขณะที่การส่งออกยังคงเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัว 4.5% จากระยะเดียวกันปีก่อน ซึ่งหากไม่รวมการส่งออกทองคำ มูลค่าการส่งออกหดตัว 8.4% จากการหดตัวในหลายหมวดสินค้า ตามปริมาณการส่งออกที่ถูกหน่วงด้วยการฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญ และราคาส่งออกที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าระยะเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะในหมวดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม

สอดคล้องกับดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวอย่างมากในกลุ่มที่ส่งออกมากกว่า 60% ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อส่งออกน้อยกว่า 30% ยังทรงตัว ส่งผลไปยังการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่ขยายตัว เนื่องจากยังคงมีกำลังการผลิตเหลือค่อนข้างมาก โดยมีการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 62.1%

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่ยังสนับสนุน โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยว 2.9 ล้านคน ขยายตัวจากปีก่อนหน้าถึง 10.8% ตามการกลับมาเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย อินโดนีเซีย และตะวันออกกลาง หลังหมดช่วงเทศกาลถือศีลอด ขณะที่สถานการณ์ระเบิดก่อนหน้านี้ถือว่าไม่ได้กระทบมากจากที่สำรวจ เพราะไม่ได้มีลักษณะต่อเนื่องและไม่ได้หมายเอาชีวิต

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนตามราคาอาหารสดที่ปรับลดลงหลังปัญหาภัยแล้งคลี่คลาย อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง โดยแรงงานนอกภาคเกษตรบางส่วนย้ายกลับเข้าสู่ภาคเกษตรหลังปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้นและมีมากเพียงพอสำหรับฤดูกาลเพาะปลูกนี้ ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายได้ภาคการท่องเที่ยวที่ดีและมูลค่าการนำเข้าที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

ขณะที่ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลสุทธิตามการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นของภาคสถาบันรับฝากเงิน การออกไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศของกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) และการออกไปลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี เงินทุนจากต่างประเทศยังคงไหลเข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์ไทย เพราะนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด จะเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายออกไป

ททท.คาดปี’59 รายได้ 2.58 ล้านล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยว ในช่วงมกราคม-กันยายน 2559 ว่าคาดว่ามีรายได้ 1.88 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 6.29 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 1.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 โดยมีนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ 24.94 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17% และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 111 ล้านคนต่อครั้ง เพิ่มขึ้น 6%

“สถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 9 เดือนแรก เติบโตได้ดี โดยมีการเพิ่มขึ้นมาจากนักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้น17%, อเมริกา15% , อาเซียน เอเชียใต้ และยุโรป 10%, ตะวันออกกลาง 8%, แอฟริกา 5% ส่วนโอเชียเนีย ลดลง 0.7 % โดยตลาดใกล้-กลางที่เติบโตต่อเนื่อง คือ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ประเทศกลุ่มอินโดจีน (เมียนมาร์ กัมพูชา ลาว เวียดนาม) อินเดีย เนปาล ซาอุดีอาระเบีย และตลาดไกลที่เติบโตต่อเนื่อง คือ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี สเปน สวีเดน รัสเซีย ยุโรปตะวันออก สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล และอาร์เจนตินา นอกจากนี้ ททท. ยังมุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเยาวชนในตลาดญี่ปุ่น และใช้กระแส T-Pop สร้างกระแสในตลาดจีน”นายยุทธศักดิ์กล่าว

ททท1

ททท2

ททท3

ททท4

ททท5

สำหรับไตรมาส 4 ททท. คาดว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 6.98 ล้านล้านบาท โดยมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ 9.01 ล้านคน คาดว่าจะมีรายได้ 4.68 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศ 42 ล้านคนต่อครั้ง คาดว่าจะมีรายได้ 2.30 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ 5 ตลาดต่างประเทศที่จะสร้างรายได้มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (1.33 แสนล้านบาท) รัสเซีย (2.93 หมื่นล้านบาท) มาเลเซีย (2.54 หมื่นล้านบาท) สหราชอาณาจักร (2.08 หมื่นล้านบาท) ออสเตรเลีย (1.96 หมื่นล้านบาท) และตลาดที่คาดว่าจะมีอัตราเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงสุด คือ อาร์เจนตินา, จีน, อียิปต์, ฮ่องกง และเมียนมาร์ โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ Golden Week หรือวันชาติจีน (วันที่ 1-9 ตุลาคม 2559) ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 280,000 คน สร้างรายได้ 10,030 ล้านบาท, ปัจจัยบวกด้านการบิน, การฟื้นตัวของรัสเซีย และกิจกรรม ททท. เช่น การใช้ Celebrity Marketing (การเก็บตัวของผู้เข้าประกวด Miss Universe China 2016 ในเดือนตุลาคม และการถ่ายทำสารคดีเชิงท่องเที่ยวของดาราฮอลลีวูด “Well Travel with Brook Shields”) และความพร้อมในการรับมือกับวิกฤติของ ททท. (Crisis Management) จากปัจจัยด้านลบ อย่างภัยก่อการร้าย และภัยธรรมชาติ

สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ คาดว่าจะมีการเดินทางทั้งสิ้น 41.8 ล้านคนต่อครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศประมาณ 2.3 แสนล้านบาท ด้วยปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว วันหยุดนักขัตฤกษ์ การเดินทางช่วงประเพณีออกพรรษา และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอื่นๆ เช่น งานสีสันแห่งสายน้ำมหกรรมลอยกระทง เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นต้น

จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้คาดการณ์ว่าปี 2559 ประเทศไทยจะได้รายได้จากการท่องเที่ยว 2.58 ล้านล้านบาท จากเป้าหมายที่คาดไว้ 2.4 ล้านล้านบาท แยกเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 1.72 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวชาวไทย 8.6 แสนล้านบาท

ทั้งนี้คาดว่า ปี 2559 จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 10.16 ล้านคน ซึ่งเป็นปีแรกที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเกิน 10 ล้านคน