โดนัลด์ ทรัมป์ “โอบามาคือผู้ก่อตั้ง ISIS”… จะสะดุดหกล้มก่อนไปถึงทำเนียบขาวหรือไม่?

โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มาภาพ : http://i2.cdn.turner.com/cnnnext/dam/assets/150729145544-03-trump-quotes-super-169.jpg
โดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มาภาพ : http://i2.cdn.turner.com/cnnnext/dam/assets/150729145544-03-trump-quotes-super-169.jpg

สหรัฐอเมริกาอาจไม่ใช่ประเทศประชาธิปไตยแห่งแรกในโลก แต่วัฒนธรรมการเมืองของอเมริกาก็เป็นแบบอย่างที่น่าศึกษาเรียนรู้ คนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำการเมืองต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและได้รับความเห็นชอบจากประชาชน โดยเริ่มตั้งแต่การได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคที่ตัวเองสังกัดอยู่ ผ่านการเลือกตั้งขั้นต้นตามรัฐต่างๆ ที่กินเวลา 6 เดือน คือจากกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม จากนั้นก็เป็นเรื่องการหาเสียงทั่วไปอีก 3 เดือน ก่อนจะมาถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ในบรรดาคำถามต่างๆ เกี่ยวกับการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 นี้ มีอยู่คำถามหนึ่งคือ เป็นไปได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ทรัมป์เป็นคนพูดจาแบบบิดเบือนความจริง พูดแบบคนที่แยกไม่ออกว่า อะไรคือเรื่องจริงกับเรื่องเท็จ พูดจาเหยียดหยามดูถูกคนและกลุ่มคนต่างๆ แต่ทำไมยังได้รับเสียงสนับสนุนจากคนที่มีศรัทธาต่อตัวเขา โดยเฉพาะจากสมาชิกพรรครีพับลิกันกว่า 10 ล้านคน

เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์พูดปราศรัยระหว่างหาเสียงในรัฐฟลอริด้าว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา คือคนก่อตั้งขบวนการรัฐอิสลาม หรือ ISIS ส่วนฮิลลารี คลินตัน คือคนร่วมก่อตั้ง ก่อนหน้านี้ก็พูดส่อไปในทางการใช้ความรุนแรงกับผู้สมัครคู่แข่งที่ว่า พวกยึดถือสิทธิการครอบครองอาวุธปืนตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ อาจหาทางจัดการกับฮิลลารี คลินตัน หากนางได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

แต่คำพูดของทรัมป์ในเรื่องขบวนการ ISIS นั้น ผิดข้อเท็จจริง เพราะคนที่ก่อตั้งกลุ่ม ISIS คือ Abu Bakr al-Baghdadi ที่เคยเป็นผู้นำศาสนาในอิรักมาก่อน แล้วประกาศตั้งรัฐอิสลามขึ้นมาในปี 2013 โดยตัวเองเป็นผู้นำ al-Baghdadi คือคนที่โอบามาพยายามทำทุกอย่างที่จะสังหารให้ได้ โดยเฉพาะจากอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone เหมือนกับเนื้อหาในภาพยนตร์เรื่อง Eye in the Sky (2015)

แต่จะบอกว่าทรัมป์ไม่รู้ในเรื่องที่ตัวเองกำลังพูดอยู่ ก็อาจไม่ถูกต้อง ในหนังสือชื่อ Crippled America: How to Make America Great Again (2015) ทรัมป์เขียนไว้ว่า ในการให้สัมภาษณ์นักจัดรายการวิทยุหัวอนุรักษ์นิยมคนหนึ่ง ที่ถามเขาว่า รู้จักชื่อหัวหน้าผู้ก่อการร้ายต่างๆ หรือไม่ เช่น Zawahiri หรือ al-Baghdadi ทรัมป์กล่าวว่า คำถามแบบนี้ไร้สาระ ตัวเองไม่คิดว่า การรู้จักชื่อหัวหน้าผู้ก่อการร้าย 1 ปี ล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้ง จะเป็นการทดสอบว่าคนคนนั้นเหมาะสมหรือไม่กับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารคนต่อไปของสหรัฐฯ นักจัดรายการวิทยุคนนี้ไม่ได้ถามเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ หรือการปรับปรุงระบบภาษีเลย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ตัวเขาเองใช้เวลาแทบทั้งหมดศึกษาเพื่อเข้าใจ

“ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

โดนัลด์ ทรัมป์
โดนัลด์ ทรัมป์

นักวิเคราะห์บางคนมีความเห็นว่า ความนิยมในตัวทรัมป์มาจากเหตุผลเดียวกันกับที่เคยทำให้บารัก โอบามา ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาแล้ว คือ เมื่อประธานาธิบดีที่ครองตำแหน่งมา 2 สมัยติดต่อกันเป็นระยะเวลา 8 ปี สิ้นสุดลง คนมีสิทธิเลือกตั้งมีแนวโน้มต้องการเลือกผู้สมัครที่มีความแตกต่างจากประธานาธิบดีคนเดิมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนโยบาย บุคลิก และนิสัย

ถ้าโอบามาเป็นคนต่อสู้กับการเหยียดผิว คนทั่วไปจะต้องการประธานาธิบดีคนใหม่อย่างทรัมป์ ที่พูดอะไรออกมาแต่ละครั้งเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อคนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์หรือศาสนา ถ้าโอบามาหลีกเลี่ยงไม่ใช้คำพูดประณามคนก่อการร้ายว่า “มุสลิมหัวรุนแรง” คนทั่วไปก็จะชอบที่ทรัมป์พูดคำคำนี้ออกมาตรงๆ ทรัมป์เองเห็นว่า การพยายามเลี่ยงไม่ใช้ภาษาที่คิดว่าจะไปละเมิดคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีคำศัพท์เฉพาะเรียกว่า “ความถูกต้องทางการเมือง” (political correction) คือความคิดที่เป็นภัยอันตรายที่สุดต่อสหรัฐฯ

การหาเสียงหรือให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ของทรัมป์ จะกลายเป็นข่าวใหญ่ทุกครั้ง เช่น ทรัมป์บอกว่าจะส่งตัวผู้ลักลอบเข้าสหรัฐฯ 11 ล้านคนออกไป สร้างกำแพงป้องกันไม่ให้คนเม็กซิโกเข้ามาสหรัฐฯ เมื่อมีเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้น ทรัมป์ก็แสดงท่าทีว่าจะห้ามคนมุสลิมอพยพเข้ามาสหรัฐฯ เสนอให้มีการสังหารครอบครัวผู้ก่อการร้าย ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทรัมป์บอกว่าตัวเองรู้เรื่องต่างประเทศจากรายการ “โชว์” ทางโทรทัศน์ และสหรัฐฯ จะไม่ไปช่วยประเทศยุโรปตะวันออกที่เป็นสมาชิกนาโต้ หากถูกคุกคามจากรัสเซีย

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นการสร้างวิบากกรรมให้กับทรัมป์เอง ทนายความมุสลิมคนหนึ่งชื่อ Khizr Khan ซึ่งบุตรชายของเขาเสียชีวิตในสงครามอิรัก ได้ขึ้นกล่าวในที่ประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Khizr Khan กล่าวถามว่า ทรัมป์เคยอ่านรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ หรือไม่ แต่คำพูดที่สั่นสะเทือนอย่างมาก เมื่อเขากล่าวว่า “ทรัมป์ไม่ได้เสียสละอะไรเลยและแก่ใครเลย” คนที่ยืนข้างๆ เขาในการปราศรัยคือภรรยาที่กำลังเศร้าโศกเสียใจ แทนที่จะเงียบไม่พูดอะไร แต่ทรัมป์กลับพูดโจมตีครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตในการสู้รบกับพวกมุสลิมหัวรุนแรง ที่ทรัมป์อ้างว่า ตัวเขาเองก็ต่อสู้กับคนพวกนี้อยู่

โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาภาพ : BBC
โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาภาพ : BBC

แต่ถ้าทรัมป์กลายเป็นประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาจะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ทรัมป์เพิ่งจะพูดเรื่องนโยบายเศรษฐกิจจริงจังเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยบอกว่าจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่ใช้ “เหล็กเส้นและคนงานอเมริกัน” ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเสนอนโยบายที่จริงจังอะไรออกมา เวลานักข่าวไปถามเรื่องนโยบายต่างๆ ทรัมป์จะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ชอบคำถามแบบนี้ เขาต้องการเพียงแค่ให้คนทั่วไปเชื่อมั่นไว้วางใจในตัวเขาก็พอแล้ว ถ้าคู่แข่งประกาศนโยบายอะไรที่ชัดเจนออกมา ทรัมป์จะมีแค่การแสดงท่าทีที่มาจากอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่จากการคิดแบบมีเหตุมีผล เช่น ทรัมป์เคยพูดว่า นิวยอร์กอากาศหนาวเย็น หิมะตก เราต้องการให้โลกร้อนขึ้น

แต่จากคำพูดและท่าทีของทรัมป์ ทำให้พอมองออกเหมือนกันว่า สหรัฐอเมริกาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร สหรัฐฯ คงจะเป็นประเทศที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูง เพื่อป้องกันผู้อพยพ การค้ากับต่างประเทศคงจะลดน้อยลง เพราะกำแพงภาษีเพิ่มสูงขึ้น ผู้อพยพลักลอบเข้าไปในสหรัฐฯ 11 ล้านคน คงต้องถูกปฏิบัติการขับไล่ออกนอกประเทศ สหรัฐฯ ที่เคยภูมิใจว่าเป็นดินแดนผู้อพยพ คงจะสิ้นสุดลง ทรัมป์สัญญาว่าจะเอาการจ้างงานกลับคืนมาสู่สหรัฐฯ หลังจากที่สูญเสียไปให้กับเม็กซิโกและเอเชียเพราะโลกาภิวัตน์และข้อตกลงการค้าเสรี

นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ จะผสมผสานระหว่างการแยกตัวไม่เข้าไปแทรกแซงของสหรัฐฯ กับการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ทรัมป์จะใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของเขา ที่ได้มาจากความสำเร็จในการเจรจาธุรกิจ ไม่ใช้แนวคิดที่มาจากตำราเรียนใดๆ เพราะแนวคิดพวกนี้เป็นทัศนะของพวกคนชั้นนำในระบบ ทรัมป์เคยบอกว่า เกาหลีเหนือไม่ใช่ปัญหาของสหรัฐฯ แต่เป็นปัญหาของจีนที่จะต้องหาทางแก้ไข สหรัฐฯ จะวางตัวเป็นกลางในการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ปัญหาสงครามในซีเรีย ทรัมป์บอกว่าไม่ควรเข้าไปแทรกแซง ปล่อยให้เป็นเรื่องการตกลงภายใน แต่ก็บอกว่า ต้องการทิ้งระเบิดถล่มพวก ISIS ให้ราบคาบ

วิบากกรรมของทรัมป์

หลังจากการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตเป็นต้นมา คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ก็ตกต่ำลง การสำรวจความนิยมในตัวผู้สมัครล่าสุด ฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนนำ 6-7% ทรัมป์เริ่มสะท้อนออกมาให้เห็นว่า ตัวเขาเองอาจจะแพ้การเลือกตั้ง เลยออกมาพูดย้ำแล้วย้ำอีกว่า หากเขาแพ้ ก็เพราะมีการโกงการเลือกตั้ง วิธีการพูดแบบนี้เป็นการทำลายความชอบธรรมของผลการเลือกตั้งและผู้สมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุด เท่ากับส่งสัญญาณให้ใช้วิธีการที่ไม่ชอบธรรมอื่นๆ เช่น ความวุ่นวายจลาจล เพราะมีคนอเมริกันนับล้านๆ คนที่พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่ทรัมป์พูด

โดนัลด์ ทรัมป์
โดนัลด์ ทรัมป์

ทรัมป์ไม่ได้เป็นนักการเมืองแบบธรรมดาทั่วๆ ไป เขาจะพูดตอบโต้ เสียดสี และดูถูกทุกคนที่วิจารณ์เขา แม้กระทั่งต่อนักการเมืองคู่แข่งในพรรครีพับลิกันที่พ่ายแพ้ไปแล้ว ทรัมป์จะพูดวิจารณ์ตอบโต้ แม้กับเรื่องที่ทำไปแล้ว ก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลยแก่ตัวเขาเองเลย เช่น การวิจารณ์ครอบครัวมุสลิมที่ลูกชายเสียชีวิตเพื่อสหรัฐฯ ในสงครามอิรัก พฤติกรรมแบบนี้แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์เป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้

ทรัมป์เป็นคนมีบุคลิกที่นักจิตวิทยาเรียกว่า หลงตัวเอง (narcissism) รู้จักแต่การพูดที่เป็นเรื่องการชื่นชมตัวเองกับความสำเร็จของตัวเอง คนแบบนี้ยากที่จะมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่น เป็นคนที่จะไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด เพราะกลัวสิ่งที่เรียกว่า ความอับอายขายหน้า (shame) คนทั้งหลาย รวมทั้งคนในพรรครีพับลิกันเอง ได้แต่หวังว่า จุดบกพร่องพวกนี้ จะทำให้ทรัมป์สะดุดขาตัวเองหกล้ม ก่อนที่จะไปถึงทำเนียบขาว