“DSI” สั่งทนายวัดพระธรรมกาย ส่งเวชระเบียนโรงพยาบาล ยืนยัน ”พระธัมมชโย” อาการหนัก 17 พ.ค. นี้ ชี้ขาด

ต่อกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 3 ให้พระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” ไปพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น. ทั้งนี้ได้รับแจ้งว่าพระธัมมชโยมีอาการอาพาธ ไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามกำหนดนัดหมายได้ พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จึงขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งทีมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเดินทางมาพบพระธัมมชโย ณ วัดพระธรรมกาย ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2559

คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อป.ป.ช. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา 157 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ที่มาภาพ : www.facebook.com/ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก
คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อ ป.ป.ช. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ที่มาภาพ: www.facebook.com/ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก

ปรากฏว่า ในช่วงเวลา 08.00 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 มีคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายและกลุ่มชาวพุทธ ไปรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประมาณ 500 คน เพื่อยื่นคำร้องกล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ต่อประธาน ป.ป.ช. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พร้อมกับออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3/2559 กรณีดีเอสไอมีเจตนาดำเนินคดีกับพระธัมมชโยซ้ำซ้อน

นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ได้ออกหมายเรียก พระเทพญาณมหามุนี(หลวงพ่อธัมมชโย) ในฐานะผู้ต้องหา โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าหลวงพ่อธัมมชโย กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจรนั้น คณะศิษย์ยานุศิษย์วัดพระธรรมกายมีความเห็นพ้องต้องกันว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ด้วยมีพฤติการณ์ คือ พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เดินทางมาสอบปากคำหลวงพ่อธัมมชโยแล้วที่วัดพระธรรมกาย และได้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยังอัยการ ซึ่งอัยการได้พิจารณาแล้วสั่งไม่ฟ้องหลวงพ่อธัมมชโย แต่ภายหลังกลับมีการตั้งคดีใหม่ขึ้นมาในเรื่องเดิมที่ได้สอบสวนเสร็จสิ้นไปแล้ว และตั้งข้อหาใหม่ว่าร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ซึ่งถือเป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน ขัดกับหลักกฎหมายที่ว่า การกระทำครั้งเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้

ดังนั้น คณะศิษยานุศิษย์จึงขอใช้สิทธิตามกฎหมาย กล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 200 ต่อ ป.ป.ช. โดยก่อนหน้านี้ ทางคณะศิษย์ยานุศิษย์ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2/2559 และได้รวมตัวกันไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้กับพระธัมมชโยผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศแล้ว

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2559 เวลา 12.20 น. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (กลาง) พร้อมกับ พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดี (ขวา) และ พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร (ซ้าย) แถลงข่าวกรณีพระธัมมชโยอาพาธมารับทราบข้อกล่าวหาไม่ได้
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2559 เวลา 12.20 น. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (กลาง) พร้อมกับ พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดี (ขวา) และ พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร (ซ้าย) แถลงข่าวกรณีพระธัมมชโยอาพาธมารับทราบข้อกล่าวหาไม่ได้

เวลา 12.20 น. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมกับ พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดี และ พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร แถลงข่าวกรณีนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย มายื่นหนังสือขอเปลี่ยนสถานที่รับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.อ. ไพสิฐ กล่าวว่า วันนี้มีทนายความของวัดพระธรรมกายและคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโยอีก 2 คน เดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เบื้องต้นตรวจพบว่าเอกสารยังไม่ถูกต้องครบถ้วน โดยเฉพาะเวชระเบียนนั้น ตามหลักการที่ถูกต้องควรออกโดยโรงพยาบาล ส่วนหนังสือมอบอำนาจต้องให้พระธัมมชโยลงนามด้วยตนเอง ดังนั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงขอให้ทนายความของวัดพระธรรมกายนำเอกสารมายื่นเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนการประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.00 น.

กรณีที่คณะศิษยานุศิษย์ยื่นกล่าวโทษพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อ ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เจตนาดำเนินคดีพระธัมมชโยซ้ำซ้อนนั้น พ.ต.อ. ไพสิฐ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของคณะศิษยานุศิษย์ที่ดำเนินการได้ ยืนยันว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน มีทั้งคดีเก่า คดีใหม่ และเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระหลายคดี ที่มีผลสืบเนื่องมาจากคดียักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง และลักทรัพย์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งประเด็นนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษทำตามขั้นตอนของกฎหมายและสามารถชี้แจงได้ทุกข้อกล่าวหา

ส่วนกรณีที่ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งพนักงานสอบสวนไปสอบปากคำพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายหรือไม่ พ.ต.อ. ไพสิฐ กล่าวว่า คงต้องรอผลการประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและอัยการในวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 ก่อน ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ ปกติพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งข้อกล่าวหา ณ ที่ทำการกรมสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูเหตุผลและความจำเป็นมาประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณีด้วย

นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย
นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย

ด้านนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วันนี้ตนพร้อมกับคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย เดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อยืนยันว่าพระธัมมชโยอาพาธจริง ตามที่วัดพระธรรมกายได้แถลงข่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะนี้พระธัมมชโยนอนรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อภายในวัด มีแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เสมือนนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่ได้คิดหลบหนีไปต่างประเทศตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ตนอยากจะขอให้ทางดีเอสไอยอมรับผลการวินิจฉัยของแพทย์ที่ทำการรักษาพระธัมมชโย แพทย์ทุกคนมีจรรยาบรรณ คงไม่มีแพทย์ที่ไหน เอาอนาคตมาเสี่ยงกับการถูกเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ หากดีเอสไอไม่เชื่อผลการวินิจฉัยของแพทย์ที่ทำการรักษาพระธัมชโย อาจจะประสานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลภายนอกมาตรวจสอบอาการอาพาธของพระธัมมชโยได้ หากดีเอสไอจะเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกาย ทางวัดจะดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่

ต่อกรณีที่มีกระแสเรียกร้องให้วัดพระธรรมกายเปิดเผยภาพใบหน้าหลวงพ่อธัมมชโย เพื่อยืนยันอาการอาพาธของหลวงพ่อ นายสัมพันธ์กล่าวว่า “เรื่องนี้ก็คิดอยู่เหมือนกัน แต่ทางคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาหลวงพ่อธัมมชโยสั่งห้ามเอาไว้ เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของผู้ป่วย และโดยจรรยาบรรณของแพทย์ก็ไม่ควรนำภาพผู้ป่วยขณะที่ทำการรักษาออกเผยแพร่ ส่วนสาเหตุที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพราะวัดพระธรรมกายมีลูกศิษย์ที่เป็นหมอจำนวนมาก หลวงพ่อธัมมชโยบอกว่า ท่านไม่ขอไปไหน ขอตายที่วัด”

อ่านเพิ่มเติม: ซีรีย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น