ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ”ธัมมชโย” ดำเนินคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมรับของโจร – วัดพระธรรมกายแจงภาพหลุดนั่งรถไปปล่อยนก

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 18.30 น. ศาลอาญาอนุมัติหมายจับพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับเป็นครั้งที่ 2 หลังจากพระธัมมชโยไม่เดินทราบมารับทราบข้อหาตามหมายเรียกครั้งที่ 3 โดยพระธัมมชโยมอบอำนาจให้นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย เดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ในเวลา 10.00 น.

นายสัมพันธ์กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำเวชระเบียนและหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามโดยพระธัมมชโยมามอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ โดยในช่วง 8 โมงเช้า คณะแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ให้ยารักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย ปรากฏว่าพระธัมมชโยมีการอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง ทั้งคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ และอาเจียนอย่างหนัก ทางคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาจึงลงความเห็นในใบรับรองแพทย์ว่า ให้พระธัมมชโยพักรักษาตัว 2 เดือน ดังนั้น ในวันนี้ตนจึงนำใบรับรองแพทย์ฉบับล่าสุด และหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามโดยพระธัมมชโยอย่างถูกต้องมามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อขอเลื่อนวันรับทราบข้อกล่าวหาออกไปก่อน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตนไม่มีเจตนาประวิงเวลา เพราะพระธัมมชโยอาพาธจริงๆ ไม่มีใครอยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และยินดีที่จะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งคณะแพทย์ที่เป็นกลางเข้าไปตรวจสอบอาการอาพาธของพระธัมมชโยได้เตลอดเวลา

แถลงการณ์วัดพระธรรมกายระบุว่า พระธัมมชโย ปล่อยนกพิราบ หน้ากุฏิใกล้ๆภายในวัดพระธรรมกาย วันที่ 3 พฤษภาคม 2559
แถลงการณ์วัดพระธรรมกายระบุว่า พระธัมมชโย ปล่อยนกพิราบ หน้ากุฏิใกล้ๆภายในวัดพระธรรมกาย วันที่ 3 พฤษภาคม 2559

ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพพระธัมมชโยทำกิจกรรมปล่อยนกพิราบในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2559 ที่เผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียนั้น นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยเห็นภาพนี้ และไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นภาพของพระธัมมชโยประกอบกิจกรรมดังกล่าวในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2559 ซึ่งอาจจะมีผู้ไม่หวังดีนำภาพเก่ามาทำใหม่ก็เป็นไปได้

อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันเวลา 10.30 น. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกับ พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยผลการประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและอัยการว่า ภายหลังจากที่ได้รับเอกสารเพิ่มเติมจากทนายความของวัดพระธรรมกาย ที่ประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับอัยการได้ทำการตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมแล้ว พบว่า หนังสือมอบอำนาจลงนามโดยพระธัมมชโยถูกต้อง แต่เวชระเบียนและใบรับรองแพทย์ถือว่าไม่ครบถ้วน ที่ประชุมพนักงานสอบสวนและอัยการ จึงลงมติร่วมกัน ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมติหมายจับ โดยที่ประชุมมอบหมายให้ พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าทีม นำคำร้องขออนุมัติหมายจับไปยื่นต่อศาลอาญาในเวลา 13.30 น.

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกับพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวผลประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ลงมติขออนุมัติศาลออกหมายจับ “พระธัมมชโย”ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ
พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมกับ พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงข่าวผลประชุมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ลงมติขออนุมัติศาลออกหมายจับ “พระธัมมชโย” ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ

“กรณีที่ทนายความพระธัมมชโยนำใบรับรองแพทย์ที่ระบุให้พระธัมมชโยพักรักษาอาการอาพาธ 2 เดือน ประเด็นนี้ที่ประชุมพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีการเลื่อนนัดมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่ทนายความของพระธัมมชโยก็นำเอกสารมายื่นให้ดีเอสไอไม่ครบถ้วน จากพยานหลักฐานที่มีมั่นใจว่ามีมากเพียงพอที่จะส่งให้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร ส่วนภาพพระธัมมชโยเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2559 ทางดีเอสไอก็ได้รับภาพนี้เช่นเดียวกับสื่อมวลชน และต้องขอให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบด้วย” พ.ต.อ. ไพสิฐ กล่าว

ด้าน พ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า จากการตรวจสอบหลักฐานที่ทนายความของพระธัมมชโยนำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พบว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง อาทิ เวชระเบียนออกโดยสหคลินิกรัตนเวช ซึ่งเป็นคลินิกที่ตั้งอยู่ในวัดพระธรรมกาย ทำให้มีน้ำหนักไม่เพียงพอ และจากพยานหลักฐานที่ดีเอสไอรวบรวมมาทั้งหมด เชื่อว่าพระธัมมชโยสามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอได้ด้วยตนเอง ส่วนข้อเสนอของวัดพระธรรมกายที่ต้องการให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดพระธรรมกายนั้น ทางดีเอสไอคงต้องรอผลการพิจารณาของศาลอาญาว่าจะมีคำสั่งอย่างไร

อย่างไรก็ตาม หากศาลพิจารณาออกหมายจับวันนี้ ตามขั้นตอนตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดวันและเวลาในการวางแผนจับกุม

เวลา 11.00 น. นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโย เดินทางไปที่ศาลอาญา เพื่อยื่นคัดค้านคำร้องขอออกหมายจับของดีเอสไอ เนื่องจากพระธัมมชโยไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และมีอาการอาพาธจริง โดยทนายความได้นำเวชระเบียนและใบรับรองแพทย์มายื่นต่อศาลประกอบการพิจารณา ส่วนภาพพระธัมมชโยปฏิบัติศาสนกิจปล่อยนกช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2559 ทางวัดพระธรรมกายกำลังทำเอกสารชี้แจง

เวลา 17.00 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์ ชี้แจงกรณีที่มีภาพพระธัมมชโยกำลังปล่อยนกพิราบว่า “เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 โดยพระธัมมชโยเดินไม่ไหว จึง “นั่งรถไปปล่อยนกหน้ากุฏิใกล้ๆ ภายในวัด” ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวออกไปว่า “นั่งรถไปปล่อยนกที่บ้านลูกศิษย์” จึงเป็นข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งทราบว่าจะมีผู้ไปแจ้งความกล่าวโทษผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์วันนี้

อย่างไรก็ตามหลังศาลอนุมัติอออกหมายจับ พ.ต.อ.ไพสิฐ เปิดเผยว่า หลังจากศาลอาญาหมายจับพระธัมมชโยแล้ว ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีการประชุมอีกครั้ง เพื่อออกหนังสือแจ้งให้พระธัมมชโยเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวนภายใน 7-15 วัน ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีความจำเป็นต้องนำกำลังไปจับกุม เพราะเกรงว่าจะมีการปะทะกับกลุ่มลูกศิษย์ หากพระธัมมชโยยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีก ก็ต้องมีการประชุมกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป(อ่านเพิ่มเติมซีรีย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น)

ภาพปล่อยนก