มติคณะพนักงานสอบสวนร่วมให้ดีเอสไอ ขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ “พระธัมมชโย” ข้อหาสมคบฟอกเงิน-รับของโจร

หลังจากที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 ให้พระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” มาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 9.00 น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและรับของโจรนั้น

เมื่อถึงกำหนดเวลาปรากฏว่าพระธัมมชโยไม่มาตามนัด แต่ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความ มายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวนออกไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษต้องเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานอัยการ และที่ปรึกษาคดีพิเศษ เพื่อพิจารณากรณีพระธัมมชโยขอเลื่อนนัดครั้งนี้

ภายหลังการประชุม คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นร่วมกันว่า “การที่พระเทพญาณมหามุนีมีหนังสือเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในการรับทราบข้อกล่าวหาถึง 2 ครั้ง โดยอ้างเหตุเกี่ยวกับการประกอบศาสนกิจ และอ้างอาการป่วยโดยใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน แต่ปรากฏว่ามีการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ได้เป็นปกติ จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเนื่องจากคดีความผิดที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งทางคดีมีหลักฐานพอสมควรว่า ผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้กระทำความผิดดังกล่าว อันมีเหตุตามกฎหมายที่จะออกหมายจับได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 66 (1) จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขออนุมัติออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี มาดำเนินคดีต่อไป”

พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย (คนกลาง)
พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย (คนกลาง)

ต่อมาเวลา 15.30 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงอาการอาพาธของพระธัมมชโย และขอความเป็นธรรมเลื่อนนัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยพระสนิทวงศ์กล่าวว่า “กรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีหมายเรียกพระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 25 เมษายน 2559 นั้น แต่เนื่องจากการปฏิบัติศาสนกิจตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2559 พระธัมมชโยมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุนรุนแรงเฉียบพลัน มีปัญหาในการทรงตัว และมีอาการปวดหลัง ปวดขาซ้ายเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง ประกอบกับมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังและรุนแรงจากโรคเบาหวาน ภูมิแพ้ เส้นเลือดอุดตันที่โคนขาซ้าย มีแผลติดเชื้อที่เท้าเรื้อรัง คณะแพทย์ผู้รักษาจึงมีความเห็นว่าสมควรพักและงดภารกิจเป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ ด้วยเหตุเจ็บป่วยดังกล่าว จึงไม่สามารถไปพบพนักงานสอบสวน ดีเอสไอได้” (แถลงข่าววัดพระธรรมกาย)

สำหรับบรรยากาศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในวันนี้ มีผู้สื่อข่าวและช่างภาพจากสื่อจำนวนมากมารอทำข่าวที่ด้านหน้าและที่ห้องโถงชั้นล่าง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดักสัมภาษณ์พระธัมมชโย เมื่อถึงเวลานัดหมาย 9 โมง ปรากฏว่าทีมทนายความของวัดพระธรรมกายมานั่งรออยู่ที่ห้องรับรองชั้นล่างประมาณ 5 นาที ก่อนที่จะขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินกลับลงมาพร้อมกับคุยโทรศัพท์มือถือ จึงให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า “วันนี้ตนมาพบพนักงานสอบสวน เป็นคดีส่วนตัว แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นคดีอะไร ส่วนคดีของหลวงพ่อธัมมชโย ทางวัดพระธรรมกายคงส่งทีมทนายความขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนแล้ว”

ในระหว่างที่รอผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหารือกับพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณากรณีพระธัมมชโยขอเลื่อนนัดพนักงานสอบสวนเป็นครั้งที่ 2 เวลา 12.00 น. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สั่งอาหารกล่องเป็นข้าวมันไก่, ข้าวมันไก่ทอด, ข้าวราดแกง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาเลี้ยงผู้สื่อข่าวที่มารอทำข่าว

โดยผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พยายามขอให้คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดแถลงข่าว ชี้แจงกรณีที่มีข่าวลือว่าทีมทนายวัดพระธรรมกายนำหนังสือขอเลื่อนนัดพนักงานสอบสวนเป็นวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 เนื่องจากพระธัมมชโยมีอาการอาพาธ พร้อมกับนำใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชนมายื่นยัน แต่ก็ไม่ได้รับแจ้งจากคณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเปิดแถลงข่าวเวลาใด

ผู้สื่อข่าวนั่งรอการแถลงข่าวที่ดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวนั่งรอการแถลงข่าวที่ดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวจึงนั่งรอจนถึงเวลา 16.00 น. เพื่อให้แน่ใจว่าวันนี้พระธัมมชโยไม่มาพบพนักงานสอบสวนอย่างแน่นอน จึงแยกย้ายกันกลับ เวลา 17.30 น. จากนั้นคณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งแถลงข่าวชี้แจงกรณีพระธัมชโยไม่มาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันนี้ผ่านอีเมลและไลน์ผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ

อนึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 ทางกองทุนศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้นำเงินที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้สั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ให้กับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี จำนวน 8 ฉบับ เป็นเงินรวม 370,780,000 บาท ในช่วงปี 2552-2553 มาคืน ก่อนที่จะต้องมารายงานตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติมซีรีย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น