วัดธรรมกายแถลงข่าวยืนยัน “พระธัมมชโย” อาพาธหนัก แพทย์ชี้เดินทางอาจเสียชีวิต เชิญดีเอสไอสอบปากคำที่วัด 16 พ.ค.นี้

หลังจากพระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” ไม่มาพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 9.00 น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงไปยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติออกหมายจับพระธัมมชโย ตามขั้นตอนของกฎหมาย

วันที่ 26 เมษายน 2559 วัดพระธรรมกายส่งทีมทนายความ เดินทางไปยื่นคำร้องคัดค้านการขออนุมัติหมายจับพระธัมมชโยต่อศาลอาญา ปรากฏว่าศาลอาญาตัดสินยกคำร้องของดีเอสไอ เนื่องจากพระธัมมชโยไม่มีเจตนาหลบเลี่ยง หรือประวิงเวลา ไม่มาพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงออกหมายเรียกให้พระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหาอีกเป็นครั้งที่ 3 วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น.

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 ทางสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายได้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เชิญเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าวความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) โดยแจ้งว่ามีพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย และผศ.นพ.ธนาคม เปรมประภา แพทย์ผู้ตรวจชี้แจงอาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)ในวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม 2559

วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พร้อมกับคณะแพทย์ผู้ทำการรักษา แถลงข่าวชี้แจงอาการอาพาธของพระเทพณาณมหามุนี ณ ห้องประชุม สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย
วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พร้อมกับคณะแพทย์ผู้ทำการรักษา แถลงข่าวชี้แจงอาการอาพาธของพระเทพณาณมหามุนี ณ ห้องประชุม สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย

วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 เวลา 14.00 น. พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย พร้อมกับคณะแพทย์ผู้ทำการรักษา ประกอบด้วย ผศ. นพ.ธนาคม เปรมประภา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมหลอดเลือด,ร.อ. นพ.อัจฉริยะ แพงมา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฉุกเฉิน และพ.ท. นพ.สิริพงศ์ พัฒนธนาวิสุทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โลหิตวิทยา แถลงข่าวชี้แจงอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโย

ทั้งนี้ระบุว่าพระธัมมชโย มีอาการอาพาธทรุดหนักลง จึงมอบหมายให้ทนายความของวัดพระธรรมกายไปยื่นคำร้อง ต่อ พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเปลี่ยนสถานที่นัดพบหนักงานสอบสวน พร้อมแนบหลักฐานใบรับรองของคณะแพทย์ผู้ทำการรักษาและภาพถ่าย ยืนยันพระธัมมชโยมีอาการอาพาธจริง ไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ จึงขอให้พนักงานสอบสวนของดีเอสไอเดินทางมาพบพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกาย ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นวันนัดหมายเดิม

พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดธรรมกาย กล่าวว่า ตามที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) ให้ไปพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 09.00 น. นั้น เนื่องจากพระเทพญาณมหามุนีมีอาการป่วย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ต้องฝืนลงประกอบพิธีในวันที่ 22 เมษายน 2559 เป็นเวลานาน ทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่ทรุดหนักลง และตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม ขาซ้ายได้บวมมากขึ้น และปวดมาก แพทย์ผู้ดูแลจึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวินิจฉัยมาทำการตรวจด้วยอัลตร้าซาวด์ และเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์หลอดเลือด และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา มาทำการตรวจวินิจฉัยและรักษา ปรากฏผลการตรวจ ดังนี้

1. พระเทพญาณมหามุนีมีอาการป่วยเรื้อรังมาแต่เดิมด้วยโรคหลอดเลือดดำใหญ่ส่วนลึกในช่องท้องข้างซ้ายอุดตันอันเกิดจากการถูกทับด้วยเส้นเลือดแดงใหญ่ (May-Thurner Syndrome) ทำให้เลือดไม่สามารถไหลจากขาซ้ายกลับสู่หัวใจได้ ร่างกายจึงปรับตัวโดยหลอดเลือดดำสายรองขยายขนาดใหญ่ขึ้น (Collateral Vein) เพื่อเป็นช่องทางให้เลือดไหลกลับสู่หัวใจ ปรากฏชัดตามภาพถ่ายหลอดเลือด MRV

หลอดเลือดดำอุดตัน2

2. อาการปวดบวมที่ขาเฉียบพลันที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เนื่องจากหลอดเลือดดำสายรองที่ขยายใหญ่เป็นช่องทางให้เลือดกลับสู่หัวใจเกิดการอุดตันเฉียบพลัน ปรากฏชัดตามผลการตรวจอัลตร้าซาวด์ ทำให้เลือดไม่สามารถไหลกลับเข้าสู่หัวใจ เลือดจึงคั่งอยู่ที่ขา ทำให้เกิดอาการบวมและปวดอย่างมาก เพราะความดันของช่องเนื้อเยื่อบริเวณรอบขาสูงขึ้น และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะ Phlemasia Ceralea Dolens คือภาวะหลอดเลือดดำอุดตันบริเวณกว้าง ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณขาขาดเลือดเฉียบพลันและสูญเสียขาได้

3. การที่หลอดเลือดดำสายรองเกิดการอุดตันเฉียบพลันในผู้ป่วย DVT ที่มีหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตันที่ยังไม่สามารถรักษาสาเหตุให้หายได้ มีความเสี่ยงที่ลิ่มเลือดจากหลอดเลือดดำส่วนลึกที่มีการอุดตันมีโอกาสเคลื่อนหลุดไปตามกระแสเลือดและไปอุดตันที่หลอดเลือดใหญ่ในปอด (Pulmonary Embolism) อันจะทำให้เสียชีวิตได้ทันที จะต้องหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวร่างกายและภาวะที่จะทำให้ร่างกายมีการสั่นสะเทือนโดยเฉพาะที่บริเวณขาซ้าย

4. เรื่องแผลเรื้อรังที่ข้อเท้า เกิดจากความดันในหลอดเลือดดำสูงขึ้น ทำให้การไหลเวียนเลือดของเนื้อเยื่อบริเวณข้อเท้าผิดปกติ จึงเกิดแผลเรื้อรังขึ้น ประกอบกับผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวานร่วมด้วย แผลจึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเฉียบพลันสูง คณะแพทย์จึงได้รักษาโดยการให้ยาและสั่งห้ามนั่งห้อยขา ให้นอนยกขาสูงกว่าระดับของหัวใจเพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น และลงความเห็นว่าไม่ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกาย ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน เพราะจะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของร่างกายและเพิ่มภาวะความเสี่ยงที่จะทำให้ลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอดทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ทันที และให้ตรวจประเมินอาการซ้ำอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอร่วมกับเฝ้าระวังการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว เป็นเหตุให้พระเทพญาณมหามุนีไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามกำหนดนัดหมายได้ ตัวแทนคณะสงฆ์วัดพระธรรมกายจึงขอความกรุณาไปยังอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โปรดมอบหมายให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเดินทางมาพบพระเทพญาณมหามุนี ณ วัดพระธรรมกาย ในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2559 ตามวันที่นัดหมายไว้เดิม

อนึ่ง พระเทพญาณมหามุนีมิได้มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงหรือประวิงเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงรวมทั้งรับทราบถึงเหตุผลความจำเป็นดังกล่าว ทางคณะสงฆ์ยินดีที่จะส่งคณะแพทย์ผู้ตรวจรักษาไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเชิญแพทย์จากหน่วยงานที่เป็นกลาง ให้เดินทางมาตรวจอาการก่อนถึงกำหนดนัดหมายก็ได้

ธัมมชโยป่วย

การแถลงข่าวครั้งนี้มีการนำภาพถ่ายพระธัมมชโยมีอาการอาพาธมาแสดงต่อสื่อมวลชน แต่ไม่เห็นใบหน้า ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าทำไมไม่นำภาพที่เห็นใบหน้าพระธัมมชโยชัดๆ มาแสดง เพื่อยืนยันว่าพระธัมมชโยอาพาธจริง ร.อ. นพ.อัจฉริยะ แพงมา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฉุกเฉิน ตอบว่า “โดยหลักการและจรรยาบรรณแล้ว ไม่ควรนำภาพของผู้ป่วยออกเผยแพร่ เพราะอาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ป่วย”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า พระธัมมชโยมีอาการอาพาธหนักขนาดนี้ ทำไมไม่พาไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ร.อ. นพ.อัจฉริยะ ตอบว่า “ท่านเป็นคนขี้เกรงใจ กลัวว่าจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับโรงพยาบาล นอกจากจะมีญาติโยมจำนวนมากเดินทางไปเยี่ยมแล้ว คาดว่าจะมีสื่อมวลชนจำนวนมากไปรอทำข่าวท่านที่โรงพยาบาลด้วย”

แต่อย่างไรก็ตาม พระสนิทวงศ์ยืนยันว่า พระธัมมชโยไม่มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงหรือประวิงเวลา ทางคณะสงฆ์ยินดีที่จะส่งคณะแพทย์ผู้ตรวจรักษาไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเชิญแพทย์จากหน่วยงานที่เป็นกลางให้เดินทางมาตรวจอาการก่อนถึงกำหนดนัดหมายก็ได้

อ่านเพิ่มเติมซีรีย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น