ครม. ออกมาตรการใช้จ่ายช่วยชาติรอบสอง กระตุ้นใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ เปิดตัวเว็บไซต์ “ภาษีไปไหน?” – คาด รธน. ผ่านประชามติ เลือกตั้ง ก.ย. 60

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ: www.thaigov.go.th

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน วาระสำคัญคือการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงท่าทีของรัฐบาล หลังจากที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เตรียมส่งร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. … ร่างสุดท้าย มาให้เพื่อนำไปจัดทำประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม 2559

“ประยุทธ์” รับพอใจ รธน. ร่างสุดท้ายของ กรธ. แค่บางส่วน

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุม ครม. ว่า ได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญฯ ร่างสุดท้ายของ กรธ. แล้ว ต่อไปคงเป็นเรื่องของการทำประชามติ ซึ่งเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฯ ไม่จำเป็นต้องตรงใจตน แต่ให้ตรงกับความต้องการของประเทศชาติก็พอ ทั้งนี้ ยอมรับว่าพอใจเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้เพียงส่วนหนึ่งที่สามารแก้ปัญหาประชาธิปไตยที่ผิดพลาด การทุจริตกระทำผิดกฎหมาย และการเมืองที่ไม่มีธรรมาภิบาล ไม่ได้ตรงใจทั้งหมด แต่ก็ให้เกียรติ กรธ. และองค์กรแม่น้ำ 4 สาย ถ้าทุกคนรับได้ ตนก็รับได้

เมื่อถามว่า กังวลใจเรื่องการทำประชามติหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่กังวลอะไร เพราะมีกฎหมายกำกับเรื่องกระบวนการทำประชามติอยู่แล้ว ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ หากคิดว่าเป็นประชาธิปไตยก็ต้องมาลงประชามติ ถ้าใครไม่ต้องการร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้ก็ไม่ต้องให้ผ่าน ตนไม่ได้มีแผนอะไรทั้งนั้น

อ้างแพร่ภาพขันแดงมีลายเซ็น “ทักษิณ” กระทบมั่นคง

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการแพร่ภาพขันสีแดงพร้อมลายเซ็นของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากเป็นการให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมายหลบหนีคดีอาญา ส่วนกรณีที่มีการตัดต่อภาพตนบนกระปุกน้ำพริกเป็น “น้ำพริกนรก พ่อประยุทธ์” ว่า กรณีนี้ตนไม่โกรธ

เมื่อถามถึงกรณีที่ระบุว่ามีแนวคิดในการจัดค่ายอบรมนักการเมืองที่แสดงความเห็นนำไปสู่ความขัดแย้ง พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวเป็นเพียงการเปิดเวทีให้ผู้ที่เห็นต่างได้พูดคุยหารือกัน อาจใช้เวลาราว 3-7 วัน ไปจนถึง 1 เดือน โดยมีการอบรมเรื่องการเมือง ธรรมาภิบาล ศีลธรรม เน้นทุกกลุ่มเป้าหมายที่แสดงความเห็นนำไปสู่ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ประชาชน ไปจนถึงสื่อมวลชน

รวมหลักฐานฟันพวกแอบอ้างชื่อหาประโยชน์

เมื่อถามถึงกรณีที่พระสงฆ์บางกลุ่มเตรียมเสนอให้ปลด พล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยอ้างว่าดูหมิ่นพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ กรณีที่ พล.อ. ไพบูลย์ แสดงความไม่พอใจที่ทนายความของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลคดีเลี่ยงภาษีรถหรู ว่า ตนจะไม่ปลด พล.อ. ไพบูลย์ ยืนยันว่าเคารพพระสงฆ์มาตลอด แต่ปัญหาอยู่ที่ทนายความมากกว่า

ด้าน พ.อ. อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ ได้กล่าวในที่ประชุม ครม. ว่าขณะนี้มีการแอบอ้างชื่อของตนรวมถึงรองนายกฯ บางคน เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ เงิน หรือการสนับสนุนต่างๆ ซึ่งหากมีข้าราชการหรือกลุ่มบุคคลใดกระทำการดังกล่าว ขอให้ประชาชนนำหลักฐานต่างๆ ทั้งการบันทึกภาพหรือเสียงส่งมาให้นายกฯ ได้โดยตรง เพื่อดำเนินการให้ถึงที่สุด

ใช้จ่ายช่วยชาติรอบสอง กระตุ้น ศก. ช่วงสงกรานต์

สำหรับวาระการประชุม ครม. ที่สำคัญอื่นๆ มีดังนี้

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในการซื้อสินค้าหรือบริการ ในส่วนของค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าบริการนำเที่ยว และค่าที่พักในโรงแรม ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายน 2559 จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และจดทะเบียนประกอบธุรกิจถูกต้อง โดยสามารถนำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ที่เดิมสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 โดยให้มีผลระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2559 ด้วย

“แม้ทั้งสองมาตรการจะกระทบกับการจัดเก็บภาษีโดยรวมถึง 2,300 ล้านบาท แต่น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศไทย” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้มาก โดยคาดว่า ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 15,000 ล้านบาท จากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวกว่า 2.6 ล้านคน แบ่งเป็นคนไทย 2.1 ล้านคน และชาวต่างชาติ 5 แสนคน

ควักงบ 44 ล้าน ผลิตครูสู่ชนบท

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เพื่อให้เด็กเก่งได้เข้ามาเป็นครู แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในสาขาเฉพาะ และในพื้นที่ชายขอบทุรกันดาร โดยใช้งบประมาณรวม 44.8 ล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินการระหว่างปี 2559-2561 โดยจะมีการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ที่ต้องการอยากเรียนต่อในวิชาชีพครู และเมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องกลับมาบรรจุในบ้านเกิด รายละ 100,000 บาท/คน/ปี ทั้งนี้ เพื่อทดแทนการเกษียณอายุของครูในช่วงเวลาดังกล่าว ที่มีจำนวนถึง 9.2 พันอัตรา

สำหรับมาตรการป้องกันการหนีโครงการ ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ว่า นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุน หากไม่ยอมรับราชการจะต้องชดใช้เงิน 200,000 บาท หรือต้องบรรจุเป็นครูในบ้านเกิดไม่ต่ำกว่า 5 ปีก่อน ถึงจะขอย้ายออกนอกพื้นที่ได้

“เดิมโครงการนี้กำหนดระยะเวลาดำเนินการไว้ถึง 14 ปี คือระหว่างปี 2559-2572 ใช้งบประมาณรวม 3,842 ล้านบาท แต่นายกฯ ไม่ต้องการให้ใช้งบประมาณผูกพันเกินรัฐบาลชุดนี้ จึงปรับระยะเวลาดำเนินการให้เหลือเพียง 3 ปี ส่วนการดำเนินการระยะต่อๆ ไปให้บรรจุไว้ในแผนปฏิรูปการศึกษาแทน” พล.ต. สรรเสริญ กล่าว

ดึงรถไฟฟ้า 2 สาย ร่วม PPP – คาดอีก 2 เดือน ประมูล

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้นำโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า จำนวน 2 สาย ประกอบด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มูลค่า 56,000 ล้านบาท และสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่า 54,000 ล้านบาท เข้าร่วมโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน หรือ PPP (Public-Private Partnership) ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขว่า เอกชนจะต้องร่วมทุนไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด โดยค่าใช้จ่ายอาจจะให้เอกชนจ่ายไปก่อน แล้วภาครัฐจะตั้งงบประมาณชำระคืนในเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี ทั้งนี้ คาดว่าจะเปิดประมูลทั้งสองโครงการดังกล่าวภายในอีก 2 เดือนข้างหน้า

โดยรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีกรอบวงเงิน 56,000 กว่าล้านบาท โดยรัฐอุดหนุนค่างานโยธาประมาณ 20,000 ล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีกรอบวงเงิน 54,000 ล้านบาท โดยรัฐอุดหนุนค่างานโยธา 22,300 ล้านบาท ซึ่งเอกชนควรลงทุนไม่ต่ำกว่า 25% สำหรับวิธีการจ่าย เอกชนต้องดำเนินการไปก่อนจนเปิดใช้บริการแล้ว จากนั้นรัฐจะทยอยจ่ายไม่น้อยกว่า 10 ปี และจะเปิดให้เอกชนประมูลนับจากวันนี้ไป 2 เดือน

ขยายเวลาโครงการ “ตำบลละ 5 ล้าน” รอบสาม

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามโครงการมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล หรือ “โครงการตำบลละ 5 ล้าน” เป็นครั้งที่ 3 โดยจะขยายระยะเวลาเฉพาะโครงการที่ต้องใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2559 เป็นวันที่ 30 กันยายน 2559

นอกจากนี้ ยังขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการที่ดำเนินการมาถึงขั้นที่จองเงินในระบบ PO แล้วแต่ยังเบิกจ่ายงบประมาณไม่ทัน เป็นให้เบิกจ่ายให้แล้วเสร็จตามสัญญา แต่ต้องไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2559

ตีกลับร่าง พรก.นำเข้าแรงงานต่างด้าว

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติตีกลับร่าง พ.ร.ก.การนำเข้าคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. …. ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานภายในประเทศไทย หลังจากถูกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้านกฎหมายทักท้วงว่า การที่ในร่าง พ.ร.ก. นี้กำหนดให้มีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนกระทั่งต้องออกเป็น พ.ร.ก. จึงให้ผู้ที่เสนอร่าง พ.ร.ก. นี้ กลับไปทบทวนกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า หากเรื่องใดจำเป็นเร่งด่วนค่อยเสนอมาให้ใช้อำนาจพิจารณาตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 44 ออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย แต่เรื่องใดไม่ได้จำเป็นเร่งด่วนก็ให้เสนอมาเป็นร่าง พ.ร.บ. เพื่อส่งให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

เว็บไซต์ตรวจสอบการใช้เงินภาษีของประชาชน ที่จัดทำโดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)
เว็บไซต์ตรวจสอบการใช้เงินภาษีของประชาชน ที่จัดทำโดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

ดึงภาครัฐให้ข้อมูลเว็บตรวจสอบ “ภาษีไปไหน”

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. เสนอ ให้จัดทำระบบบริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐแก่ประชาชนในรูปแบบเว็บไซต์ “ภาษีไปไหน?” ซึ่งเป็นระบบสืบค้นข้อมูลการใช้จ่ายภาครัฐและการใช้งบประมาณผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ของหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่าง สรอ., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงบประมาณ, กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในวันที่ 5 เมษายน 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล

สำหรับเว็บไซต์ “ภาษีไปไหน?” ปัจจุบันสามารถใช้งานได้แล้ว ผ่านเว็บไซต์ govspending.data.go.th

กรธ. ส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว – “มีชัย” คาดถ้าผ่านประชามติ เลือกตั้งไม่เกิน ก.ย. 60

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้ทำพิธีส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฯ ร่างสุดท้าย ที่มีจำนวน 279 มาตรา ให้กับ ครม. และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำไปใช้ในการจัดทำประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 โดยนายมีชัยได้แถลงว่า ร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้มีข้อดีหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการเพิ่มสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชน โดยกำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐในการคุ้มครองและปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ ได้รับข้อเสนอขององค์กรแม่น้ำ 4 สายเพียงบางข้อ อาทิ ให้มี ส.ว. สรรหา จำนวน 250 คน แต่มีที่มาจากการสรรหา 200 คน (เป็น ส.ว. สรรหาโดยตำแหน่ง คือ ผบ.เหล่าทัพ 6 คน) และมาจากกลุ่มอาชีพอีก 50 คน ทั้งนี้ ทุกคนต้องผ่านความเห็นชอบจาก คสช. ก่อน อย่างไรก็ตาม ส.ว. สรรหามีหน้าที่เพียงดูแลการปฏิรูปประเทศและป้องกันการออกกฎหมายบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ไม่มีอำนาจในการเลือกนายกฯ หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกจากนี้ ยังแยกหมวดว่าด้วยการปฏิรูปประเทศออกมาต่างหาก แต่ยังยืนยันจะให้ใช้บัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว เพราะไม่ต้องการให้คะแนนที่ประชาชนเลือกตกน้ำ

“หากร่างรัฐธรรมนูญฯ นี้ผ่านประชามติ คาดว่าจะใช้เวลาจัดทำกฎหมายลูกที่จำเป็นเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง ราว 8 เดือน โดยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งตามโรดแมปของ คสช. คืออย่างเร็วภายในเดือนกรกฎาคม 2560 หรืออย่างช้าก็ไม่เกินเดือนกันยายน 2560” นายมีชัยกล่าว