คตร.อนุมัติ 59 โครงการ วงเงินลงทุนรวมกว่า 1 หมื่นล้าน เดินหน้าเซ็นสัญญา หวังเร่งเบิกจ่ายงบให้ได้ตามเป้า

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่มาภาพ : http://m.posttoday.com/article.php?id=309745&channel_id=1000
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่มาภาพ : http://m.posttoday.com/article.php?id=309745&channel_id=1000

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ได้มีมติอนุมัติตามที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่มี พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้เสนอเรื่องขอ ครม. เป็นวาระพิจารณาจร ขออนุมัติให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจดำเนินโครงการที่มีงบประมาณ ตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไปได้ทันที โดยไม่ต้องเสนอให้กระทรวงต้นสังกัดไปปรับแผนงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามมติ ครม. เดิม ที่ระบุว่า หากไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2558 และลงนามผูกพันงบประมาณในเดือนกรกฎาคม 2558 จะต้องเสนอให้กระทรวงต้นสังกัดเพื่อเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม.ว่าจะดำเนินโครงการนั้นต่อหรือไม่ หรือปรับแผนงานไปใช้ในโครงการอื่นแทน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้การดำเนินการบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

สำหรับโครงการที่ได้รับการอนุมัติทั้งสิ้น 59 โครงการ รวมวงเงิน 10,314 ล้านบาท โดยมีโครงการสำคัญ อาทิ

– ค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ของรัฐสภา วงเงิน 2,182 ล้านบาท

– ค่าก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาภ ของกองทัพบก วงเงิน 238 ล้านบาท

–  ค่าชดเชยสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ในการเวนคืนที่ดินในเขตการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) สายพัทยา-มาบตาพุด ของกรมทางหลวง วงเงิน 1,440 ล้านบาท

– ค่าก่อสร้างถนน จำนวน 24 สาย ของกรมทางหลวง รวมวงเงิน 3,689 ล้านบาท

– โครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ชนิด 2 เครื่องยนต์ (ทดแทน) พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย 1 ลำ ของสำนักงานตรำวจแห่งชาติ (สตช.) วงเงิน 497 ล้านบาท

– โครงการปรับปรุงเครื่องบิน Fokker 50 1 ลำ ของ สตช. วงเงิน 107 ล้านบาท

– โครงการจัดหาอากาศยานช่วยเหลือทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ของ สตช. 2 ลำ ของ สตช. วงเงิน 120 ล้านบาท

– โครงการจัดหาอากาศยานกู้ภัยและช่วยเหลือทางการแพทย์ 4 ลำ วงเงิน 181 ล้านบาท

– โครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงข้อมูลทางทะเบียนที่ดินและแผนที่ในสำนักงานที่ดิน 3 โครงการ ของกรมที่ดิน รวมวงเงิน 1,080 ล้านบาท

– โครงการจัดซื้อรถปฏิบัติการกู้ภัยสารเคมีและวัตถุอันตราย 2 คัน รถดับไฟป่าพร้อมอุปกรณ์ 5 คัน รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง 36 คัน รถดับเพลิงโฟมและเคมี 6 คัน รถดับเพลิงอาคาร 19 คัน รถกู้ภัยเคลี่อนที่เร็ว 36 คัน รถยนต์บรรทุกชุดเครื่องสูบน้ำท่วม 18 คัน รถยนต์ดับเพลิงชนิดหอน้ำ 10 คัน รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล 18 คัน ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมวงเงิน 3,055 ล้านบาท

– โครงการเปลี่ยนผ่านการส่งโทรทัศน์ระบบอนาล็อกสู่ระบบดิจิทัล ระยะที่ 2 จำนวน 40 สถานี ของกรมประชาสัมพันธ์ วงเงิน 1,000 ล้านบาท

– ค่าก่อสร้างอาคารสำนักงบประมาณแห่งใหม่ ของสำนักงบประมาณ วงเงิน 127 ล้านบาท

ฯลฯ

ทั้งนี้จากมติครม. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2558 ให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจรายงานความคืบหน้าโครงการลงทุนที่มีมูลค่าเกินกว่า 50 ล้านบาทให้ คตร.ตรวจสอบทุกเดือนก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่ออนุมัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 มิถุนายน 2558 นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม.ได้ส่งจดหมายเวียนไปยังส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เพื่อขอให้ปฏิบัติตามมติ ครม.ในเรื่องดังกล่าว มีสาระสำคัญ 3 ข้อ เนื้อหาโดยสรุป คือ 1.ให้โครงการลงทุนที่มีมูลค่าเกินกว่า 50 ล้านบาท จำนวน 59 โครงการ รวมวงเงิน 10,314 ล้านบาท ที่พร้อมผูกพันงบประมาณ สามารถเดินหน้าต่อได้ทันที 2.โครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้ว และมีการโอนงบประมาณไปบ้างแล้ว แต่ดำเนินการในระบบไม่สมบูรณ์ ให้ทำให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน 2558 และ 3.ส่วนโครงการลงทุนที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท อีก 38 โครงการ รวมวงเงิน 4,760 ล้านบาท ซึ่งไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือนมิถุนายน 2558 นี้ ต้องส่งให้กระทรวงต้นสังกัดกลับไปทบทวนว่าจะเดินหน้าโครงการต่อหรือไม่ หรือจะปรับแผนงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ตามมติ ครม.เดิม

580618letter