ข้อสังเกตความโปร่งใส – ผลประโยชน์ทับซ้อน รมช.สาธารณสุขตั้ง “นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ” สอบข้อเท็จจริงสวรส.โครงการ IDRC ชี้รายงานซุกชื่อ ไม่ระบุเคยนั่งเป็นประธานสมัยแรก

นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ(มสช.)
นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและประธานคณะกรรมการ สวรส.

ตามที่มีการนำเสนอข่าวที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการโครงการวิจัยของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก International Development Research Center (IDRC) ประเทศแคนาดา ว่ามีการดำเนินงานที่มีการยกเว้นไม่ปฏิบัติตามนโยบายและข้อบังคับของสวรส. ทำให้เกิดความเสี่ยง และมีปัญหาความไม่โปร่งใสในการดำเนินงาน คณะกรรมการ สวรส.โดยนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานคณะกรรมการ สวรส. จึงได้แต่งตั้งและมอบหมายให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากสวรส.เป็นหน่วยงานที่ใช้งบประมาณของประเทศ และเป็นองค์กรด้านวิชาการที่ต้องสามารถถูกตรวจสอบและเปิดเผยทุกข้อมูลอย่างชัดเจนต่อสาธารณะได้

หลังจากคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบ กรณีการบริหารโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาจากแคนาดา(IDRC) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2558 ซึ่งประกอบด้วย 1) รศ.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา เป็นประธาน 2) นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ(ที่ปรึกษาวิชาการ รมต-รมช.กระทรวงสาธารณสุข ชุดปัจจุบัน) 3) ศ.วิภาดา คุณาวิกติกุล 4) นส.นวพร เรืองสกุล 5) ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับมอบหมาย 6) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 12-23 มกราคม 2558 และได้สรุปรายงานการตรวจสอบเมื่อวันที่ 16 กุมพาพันธ์ 2558 ว่าการใช้เงินในโครงการ IDRC ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด ระเบียบของสวรส. และขั้นการดำเนินการโปร่งใสทุกประการ ดูรายละเอียดรายงานการตรวจสอบ

ต่อเรื่องนี้นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล อดีตผู้อำนวยการสวรส. ซึ่งถูก นพ.สมศักดิ์ รมช.สาธารณสุขปลดเมื่อเดือนธันวาคม 2557 และนพ.สมเกียรติเป็นผู้รายงานและสอบถามข้อเท็จจริงโครงการIDRCโดยเกรงว่าจะมีความไม่โปร่งใสในการดำเนินการ จนเป็นที่มาของเจ้าหน้าที่ IDRC เข้ามาตรวจสอบการใช้เงินของโครงการIDRC

แม้ว่าจะมีรายงานของอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏแล้ว แต่นพ.สมเกียรติได้ตั้งข้อสังเกตต่อรายงานดังกล่าวดังต่อไปนี้

1.ข้อมูลเบื้องต้น เครือข่าย Asian Partnership for Avian Influenza Research (APAIR) ก่อตั้งโดยสมาชิก 6 ประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2549 และจัดตั้งสำนักงานที่ สวรส. เมื่อปี 2551 ต่อมาเครือข่ายนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Asian Partnership on Emerging Infectious Diseases Research (APEIR) ในปี พ.ศ.2554 องค์กรสนับสนุนวิจัยและพัฒนาจากประเทศแคนาดา (IDRC) ได้เริ่มสนับสนุนงบประมาณการดำเนินการวิจัยของเครือข่ายระหว่างประเทศนี้โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ IDRC ระยะที่ 1 (พ.ศ.2551-2555) และ IDRC ระยะที่ 2 (พ.ศ.2555-2559)

ผลประโยชน์ทับซ้อนของอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐที่มาภาพ :http://www.mohanamai.com/
นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐที่มาภาพ :http://www.mohanamai.com/

สำหรับข้อสังเกตในประเด็นที่ 2.ผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ใน รายงานตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการ IDRCระบุว่าประธานคนแรกเป็นคนไทย คนที่สองเป็นอินโดนีเซียและคนที่สามเป็นจีน คนที่สี่เป็นไทย แต่ในรายงานของคณะอนุกรรมการฯ หลีกเลี่ยงไม่ระบุชื่อว่าคนไทยดังกล่าวคือใคร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าประธานคนที่หนึ่ง คือ นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการที่มีการสอบสวนอยู่ โดย นพ.สุวิทย์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกเลือกจากกรรมการสรรหาที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และยังเป็นอนุกรรมการชุดนี้ที่ดำเนินการตรวจสอบโครงการ IDRC(ดูข้อมูลเพิ่มเติม)และประธานคนที่สี่คือ นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข เป็นอดีตผู้อำนวยการ สวรส. ที่เคยดูแลโครงการนี้ และเป็นผู้อนุมัติเบิกเงินที่ถูกระบุผิดระเบียบของ สวรส. ดังที่เป็นข่าวไปแล้ว ขณะนี้เรื่องกำลังดำเนินการอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)

สวรส.ได้ทุนโครงการIDRCแต่เงินไม่ผ่านสวรส.

ประเด็นที่ 3. งบบริหารระยะที่ 1 อยู่นอกระบบของ สวรส. ซึ่งโครงการ IDRC ระยะที่ 1 ดำเนินการโดยประธานคนแรก นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ มีการเปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์แยกจากกองทุน สวรส. ชื่อ Regional Coordinating Office เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2551 ในรายงานคณะอนุกรรมการฯ หลีกเลี่ยงที่จะระบุเลขที่บัญชีปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ งบประมาณนี้เป็นค่าบริหารจัดการเป็นเวลา 5 ปีของ APAIR CO เป็นจำนวนทั้งสิ้น 14.3 ล้านบาท คณะอนุกรรมการฯ ได้รายงานเฉพาะบางส่วนที่ต้องการรายงาน แต่ไม่รายงานให้ครบถ้วน โดยที่งบประมาณโครงการวิจัยของประเทศเพื่อนบ้านนั้น IDRC ส่งไปยังผู้วิจัยโดยตรง ไม่ผ่าน สวรส. จึงไม่ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล สวรส. เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แต่งบประมาณค่าบริหารจัดการ 14.3 ล้านบาท เป็นงบประมาณที่สนับสนุนโครงการนี้ แต่ก็ไม่ผ่าน สวรส. และไม่ปรากฏในฐานข้อมูลของ สวรส. เลย จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ ประเด็นนี้สำคัญและเป็นสิ่งที่ IDRC ตรวจพบและทักท้วงไว้ในหนังสือ IDRC ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2557 แต่คณะอนุกรรมการฯ กลับหลีกเลี่ยงที่จะไม่กล่าวถึง

นอกจากนั้น ยังมีคำสั่งสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขที่ 28/2551 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ซึ่งไม่ปรากฏในรายงานการประชุมคณะกรรมการ สวรส. โดยให้มอบอำนาจให้ภญ.พรพิศ ศิลขวุธท์ ผู้จัดการงานวิจัย ปฏิบัติหน้าที่แทนผูอำนวยการสวรส.(ดูรายละเอียดคำสั่ง) ให้เปิดบัญชีนอกระบบ ซึ่งทำให้ สวรส. ไม่สามารถตรวจสอบได้ และประเด็นสำคัญคือการออกคำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากเปิดบัญชีแล้ว จึงเป็นประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตุว่า มีการตกลงกันเองให้งบจำนวน 14.3 ล้านบาท อยู่นอกระบบของ สวรส. ซึ่งมีภญ.พรพิศ ศิลขวุธท์ เป็นผู้ดูแลการใช้เงินในโครงการนี้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติและมติคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องด้วย พร้อมทั้งต้องสรุปรายงานให้ผู้อำนวยการทราบเป็นระยะๆ แต่เจ้าหน้าที่จาก IDRC ที่มาตรวจสอบเมื่อปลายเดือนกันยายน 2557 นั้น ไม่มีหลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณทั้ง 14.3 ล้านบาทให้เห็นได้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาไม่นานเกิน 6 ปี

ไม่มีรายงานสรุปรายการเบิกจ่ายเงิน

นอกจากนี้ในประเด็นที่ 4. งบบริหารระยะที่ 2 ยังอยู่นอกเหนือการตรวจสอบจาก สวรส. ในโครงการ IDRC ระยะที่ 2 แบ่งเป็น 2 กิจกรรม มีการเปิดแยกเป็น 2 บัญชี ได้แก่ บัญชีชื่อ APEIR CO และ APEIR-MBDS Project แยกออกจาก สวรส. โดยกิจกรรมแรกในบัญชี APEIR CO จะเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวในการผลัดเปลี่ยนผู้อำนวยการ ในรายงานการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการฯ ได้อ้างว่าเพื่อการบริหารที่เป็นอิสระ แต่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูล สวรส. ว่าเป็นโครงการบริหารทุนวิจัย IDRC และการเบิกจ่ายทั้งหมดอยู่นอกเหนือระบบการเงิน และระบบตรวจสอบภายใน ของสวรส.จึงไม่สามารถตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของ สวรส.

โครงการ IDRC ระยะที่ 2 นี้ ได้มีการโอนเงินจาก IDRC เข้า สวรส. ก่อน แล้วให้ฝ่ายการเงินดำเนินการโอนเข้าบัญชีทั้งสองที่ ภญ.พรพิศ ศิลขวุธท์ เปิดไว้ อนึ่ง บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากระทรวงสาธารณสุข ชื่อ APEIR CO เลขที่ 340-219759-0 เปิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2556 ซึ่งเปิดบัญชีก่อนที่ นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล จะเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ สวรส. จึงไม่ได้รับรู้ว่ามีการเปิดบัญชีนอกระบบของ สวรส. นี้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในจาก IDRC ต้องการให้ทุกอย่างเข้าระบบภายใน สวรส. ให้หมด ดังนั้น นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล จึงสั่งให้ปิดบัญชี APEIR CO นี้ ซึ่ง ภญ.พรพิศ ศิลขวุธท์ ได้แจ้งกลับมาว่าจะปิดบัญชีนี้เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 จนบัดนี้ยังไม่มีการปิดบัญชีนี้เลย

ประเด็นที่ 5.การเบิกงวดเงินไม่เป็นไปตามกฎระเบียบของ สวรส. ในโครงการ IDRC ระยะที่ 2 หัวหน้าโครงการ (ภญ.พรพิศ ศิลขวุธท์) ได้ขออนุมัติวงเงินครั้งที่ 2 (19 พฤษภาคม 2557) และครั้งที่ 3 (27 มิถุนายน 2557) ต่อเนื่อง โดย นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ในฐานะผู้อำนวยการ สวรส. ปี 2557 ได้ถามหาสรุปรายงานการใช้เบิกจ่ายเงิน ปรากฏว่าไม่มีรายละเอียดให้รับทราบตามข้อ 4 ในคำสั่งสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขที่ 28/2551 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 จึงเป็นเหตุให้ นพ. สมเกียรติ ต้องเร่งสืบหาข้อเท็จจริงเองจากฝ่ายตรวจสอบภายในและฝ่ายการเงิน เบื้องต้นจึงพบว่ามีการปฏิบัติเช่นนี้มานานแล้ว ไม่สามารถตรวจสอบการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของ สวรส.

“ที่ผ่านมาโครงการ IDRC นี้ ไม่มีการตรวจสอบสิทธิ หรือเบิกจ่ายเงินตามระเบียบของ สวรส. ที่กำหนดไว้ แต่เจ้าหน้าที่การเงินและตรวจสอบภายในอึดอัดพูดไม่ได้ ผมจึงได้ติดต่อเพื่อขอพบกับนางโดมินิค (Dominique) หัวหน้าฝ่ายบริหารของ IDRC ตามที่เป็นข่าวไป ซึ่งการที่กลุ่มผู้มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาดำเนินการอยู่นี้ เจ้าหน้าที่ก็ยิ่งอึดอัดกับสภาพจำยอม หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในและหัวหน้าฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลที่ทนไม่ได้ ลาออกไปแล้วหลายคน”นพ.สมเกียรติตั้งข้อสังเกต

ยุบฝ่ายตรวจสอบภายในเปลี่ยนชื่อใหม่”หน่วยพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย”

ประเด็นข้อสังเกตที่ 6. โครงการ IDRC นอกระบบที่ สวรส.ตรวจสอบได้และมีหลักฐานปรากฏ จากการดำเนินการของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน (คุณณีนาท สมหวัง) ได้ตรวจพบการเบิกจ่ายที่ผิดระเบียบ สวรส. โดยที่พนักงาน สวรส. ไม่สามารถเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงรายวันจากโครงการของ สวรส. ได้ แต่จากรายงานตรวจสอบ ได้ระบุว่า “หนังสือ IDRC ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2557 เป็นข้อสรุปที่ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง และเกิดจากความไม่ละเอียดรอบคอบของ IDRC ที่ไม่ได้แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ และไม่ได้ตรวจสอบคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ สวรส. ให้ถูกต้องก่อนสรุป” จึงเป็นการกล่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่จาก IDRC และฝ่ายตรวจสอบภายในของ สวรส. การที่คณะอนุกรรมการฯ อ้างว่า “ไม่มีการสั่งการไม่ให้หน่วยตรวจสอบภายในเข้าตรวจสอบโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก IDRC” ตามรายงานตรวจสอบฯ หน้า 8 ย่อหน้าที่ 2

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อ่อนไหวมาก และเสี่ยงต่อการถูกครหาเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบ จึงไม่มีผู้บริหารคนใดกล้าที่จะสั่งตรงๆ แบบนั้น แต่มีหลักฐานยืนยันว่า หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน (คุณณีนาท สมหวัง) ได้ทำรายงานถึง นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผู้อำนวยการ สวรส. เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 ว่า ช่วงปี พ.ศ.2550-2556 อดีตผู้อำนวยการ สวรส. (นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข) ได้เปลี่ยนชื่อหน่วยตรวจสอบภายในเป็นหน่วยพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบโครงการ องค์กรภาคีเครือข่ายที่รับทุนวิจัยจาก สวรส. และพัฒนาระบบเครือสถาบัน สวรส. เช่น ออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานระหว่างเครือสถาบันกับ สวรส. รวมทั้งจัดประชุมเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือสถาบันและ สวรส. รวมถึงการสร้างระบบการควบคุมภายในที่ดี โดยข้อเท็จจริงคือ การเปลี่ยนชื่อหน่วยงานและมอบหมายงานอื่นของอดีตผู้อำนวยการ ให้คุณณีนาท สมหวัง (หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายใน) ให้ไปทำงานอื่น จึงไม่มีภารกิจในการตรวจสอบโครงการของ IDRC และแน่นอนที่จะไม่ปรากฏคำสั่งใดๆ ว่าห้ามตรวจสอบโครงการของ IDRC ให้เป็นที่ครหาได้ แต่เมื่อหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในต้องไปรับทำหน้าที่อื่น ย่อมทำให้ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบภายในได้อย่างที่เคยทำ

ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล อดีตผู้อำนวยการสวรส.
ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล อดีตผู้อำนวยการสวรส.

ส่วนประเด็นที่ 7.การจ้างบุคลากรที่ทำงานในโครงการ IDRC อยู่นอกระบบของ สวรส. คนไทยที่ถูกจ้างโดยโครงการ IDRC นั้น ดำเนินการโดย ภญ.พรพิศ ทั้งหมด โดยมีการอ้างว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคล(HR) ไม่สันทัดภาษาอังกฤษ เมื่อผ่านกระบวนการรับเข้าทำงานแล้ว ก็ต้องเข้าระบบของฝ่ายบุคคล แต่หัวหน้าฝ่าย HR ได้รายงานว่า ภญ.พรพิศ ต้องการจ่ายเงินเดือนเอง ทำให้พนักงานรายนั้นๆ เสียสิทธิเรื่องประกันสังคม และสมทบเข้ากองทุนเลี้ยงชีพ (Providence fund) จุดมุ่งหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบของฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลของสวรส. โดยข้อสรุปของคณะอนุกรรมการฯ ในประเด็นนี้ว่า ทุกอย่างเข้าสู่ระบบของ สวรส. ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วว่าฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลตรวจพบว่า การจ้างบุคลากรไม่ผ่านฝ่ายทรัพยากรบุคคลและมีการจ่ายเงินเดือนเป็นเงินสดจาก ภญ.พรพิศ โดยตรง ไม่ผ่านระบบบัญชีจาก สวรส. ยกเว้นรายที่จ้างชาวอินโดนีเซียในตำแหน่ง APEIR Coordinator เนื่องจาก ภญ.พรพิศ ไม่สามารถออกใบกำกับภาษี(VAT) ให้ได้ตามความต้องการของผู้รับจ้าง จึงจำเป็นต้องเข้าระบบบัญชีภายในของ สวรส.

ประเด็นที่ 8.รายงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบ ข้อสรุป หน้า 12 ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานเอกสารและการสัมภาษณ์ที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนที่หัวหน้าโครงการยอมรับว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ของ สวรส. เนื่องจากมีคำสั่งสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขที่ 28/2551 ดังนั้นการที่คณะอนุกรรมการตรวจสอบมีมติสรุปการบริหารโครงการ IDRC ที่ผ่านมาว่าโปร่งใส จึงเป็นการดำเนินการที่ขาดจริยธรรมโดยสิ้นเชิง

ประเด็นที่ 9. หลักฐานที่ตรวจพบและความจริงที่ปรากฏ นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผู้อำนวยการ สวรส. (ปี 2557) ได้สั่งการให้ฝ่ายตรวจสอบภายใน และฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคล ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ IDRC ร้องมา จากการดำเนินการดังกล่าว พบว่า

1. ฝ่ายตรวจสอบภายใน (คุณณีนาท) ได้ตรวจพบการเบิกจ่ายที่ผิดระเบียบ สวรส. โดยที่พนักงาน สวรส. ไม่สามารถเบิกเงินเบี้ยเลี้ยงรายวันจากโครงการของ สวรส. ได้ แต่มีการเบิกจ่ายในโครงการ IDRC

2. ฝ่ายบริหารทรัพยาบุคคล ตรวจพบว่า การจ้างบุคลากรไม่ผ่านฝ่ายทรัพยากรบุคคล และมีการจ่ายเงินเดือนเป็นเงินสดจาก ภญ.พรพิศ โดยตรง ไม่ผ่านระบบบัญชีจาก สวรส. ยกเว้นรายที่จ้างเป็น APEIR Coordinator จากอินโดนีเซีย แต่จากรายงานตรวจสอบ ได้ระบุว่า “หนังสือ IDRC ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2557 เป็นข้อสรุปที่ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง และเกิดจากความไม่ละเอียดรอบคอบของ IDRC ที่ไม่ได้แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ และไม่ได้ตรวจสอบคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ สวรส. ให้ถูกต้องก่อนสรุป” จึงเป็นการกล่าวที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่จาก IDRC และฝ่ายตรวจสอบภายในของ สวรส.(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)