ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์: ปริศนาไฟไหม้บ้านพัทลุง 200 ครั้ง ช่อง 8 เผยคลิปมีคนจุด พารากอนเอาจริง! ประจานทะเบียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 26 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2558

  • ปริศนาไฟไหม้บ้านพัทลุง 200 ครั้ง ช่อง 8 เผยคลิปมีคนจุด
  • พารากอนเอาจริง! ประจานทะเบียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร
  • แชร์ว่อนวงจรปิดยิงหลาน “เปาอินทร์”ขณะอุ้มลูก 1 ขวบ
  • แผ่นดินเนปาล 1 สัปดาห์ เสียชีวิต 6 พันศพ
  • กสทช. สั่งพีซทีวีจอดำกลางอากาศ

ปริศนาไฟไหม้บ้านพัทลุง 200 ครั้ง ช่อง 8 เผยคลิปมีคนจุด

Screen Shot 2558-05-02 at 12.42.05 AM
ที่มาภาพ: https://www.youtube.com/watch?v=GZXz5_zHpWU

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวที่ดูจะเป็นประเด็นมากที่สุดในสังคมไทย คือ ข่าวการเกิดเหตุไฟไหม้กว่า 221 ครั้งในบ้านของลุงล้อม ศักดิ์หวาน ชาวบ้าน อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โดยช่วงเวลาที่เกิดบ่อยที่สุด คือ ช่วงเช้าและเย็น ส่วนวัสดุที่ติดไฟ คือ เสื้อผ้า เครื่องนอน ภาชนะพลาสติก และไม้กรอบรูป ที่มีความชื้น

เว็บไซต์ครอบครัวข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างการเกิดเหตุการณ์นั้น หลายฝ่ายเร่งหาคำตอบว่าต้นเหตุของเพลิงไหม้มาจากอะไร เริ่มตั้งแต่การให้เจ้าหน้าที่นำเครื่องมือไปตรวจวัดกระแสไฟรอบบ้าน ซึ่งก็ไม่พบว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว ด้านกรมทรัพยากรธรณีมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่า บริเวณใต้ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านหลังนี้น่าจะมีสายแร่ประเภทฟอสเฟต ซึ่งเกิดการระเหย สะสม และทำปฏิกริยากับความชื้น จนเกิดการลุกไหม้ขึ้น ซึ่งมีการเก็บตัวอย่างของดินบริเวณบ้านไปตรวจสอบแล้ว ส่วนที่บ้านลุงล้อมก็ทำได้เพียงการเฝ้าระวังไม่ให้เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นลุกลามเท่านั้น

กระทั่งเมื่อวันที่ 28 เมษายน มีรายการข่าวของทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เป็นคลิปพิสูจน์ไฟไหม้บ้านพัทลุง ซึ่งเป็นภาพที่ได้จากการซ่อนกล้องของนักข่าว จึงทำให้เห็นว่ามีผู้หญิงเป็นคนลงมือแอบจุดไฟ

ล่าสุด 1 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์ผู้จัดการรายงานความคืบหน้าว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกนายกิติยา ศักดิ์หวาน อายุ 32 ปี นางวันทนา สิงห์เรือง อายุ 35 ปี ภรรยา ลูกสะใภ้ ลุงล้อม ศักดิ์หวาน มาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ได้เรียกมาสอบไปแล้วครั้งหนึ่งแต่ยังไม่ได้รายละเอียดมากนัก และจากการเรียกตัวมาให้ปากคำนั้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ตั้งข้อกล่าวหาใดๆ ที่เรียกมาเพื่อสอบปากคำในฐานะผู้เสียหายเท่านั้น เพื่อสรุปเหตุการณ์ตามคำบอกเล่าของทั้งสองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พารากอนเอาจริง! ประจานทะเบียนแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร

640x390_644423_1429938659
ที่มาภาพ: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/644423

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานข่าว โลกโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์ภาพป้ายประกาศของศูนย์การค้าสยามพารากอน จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊กชื่อ Pippin Pippinz โดยป้ายประกาศดังกล่าวมีข้อความระบุเป็นรายชื่อเลขทะเบียนรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร ประจำเดือนมีนาคม 2558 หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้มีผู้เห็นด้วยเข้ามาแสดงความชื่นชมกับนโยบายดังกล่าวของทางศูนย์การค้า ทั้งยังแสดงความคิดเห็นว่าทางศูนย์การค้าสยามพารากอนควรจะประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกหรือผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการจับปรับและยึดใบอนุญาตของรถแท็กซี่ที่ทำผิด

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ของศูนย์การค้าสยามพารากอน เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยจราจรของศูนย์การค้าสยามพารากอนระบุว่า ป้ายดังกล่าวเป็นนโยบายของทางศูนย์การค้า เพื่อแสดงข้อมูลของรถแท็กซี่โดยสารที่ทำผิดกฎ โดยได้ดำเนินการในเดือนเมษายนเป็นเดือนที่ 2 แล้ว

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ศูนย์การค้าเป็นผู้บันทึกไว้ กรณีที่ลูกค้าเรียกรถแท็กซี่แต่ถูกปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จะจดบันทึกเลขทะเบียนรถ ชื่อสหกรณ์แท็กซี่ พร้อมกับบันทึกภาพแท็กซี่คันดังกล่าวเพื่อเป็นหลักฐาน และส่งเอกสารให้กับกรมการขนส่งทางบกต่อไป นอกจากนี้ทางศูนย์การค้ายังมีการทำใบร้องเรียนกรณีแท็กซี่ปล่อยลงข้างทาง หรือในกรณีอื่นๆ อีกด้วย

แชร์ว่อนวงจรปิดยิงหลาน “เปาอินทร์” ดับขณะอุ้มลูก 1 ขวบ

Screen Shot 2558-05-02 at 2.16.28 AM
ที่มาภาพ: https://www.youtube.com/watch?v=E_3Wl2nO6TM#t=37

ในช่วงก่อนหยุดยาววันแรงงานที่ผ่านมา โลกออนไลน์ต้องตกตะลึงกับคลิปจากล้องวงจรปิดซึ่งสามารถจับภาพชายถูกยิงขณะอุ้มลูกน้อยวัย 1 ขวบไว้ได้ โดยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดซึ่งติดอยู่หน้าบ้านตรงข้าม จับภาพก่อนเกิดเหตุ เป็นภาพที่ ร.ต.ท. ปกรณ์ ใจภักดี และ ร.ต.ต. ปภิณวิช รอดบางยาง (บุตรชาย พล.ต.ต. จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.) เดินถือถุงกอล์ฟออกมา ส่วนผู้ตายอุ้มบุตรสาววัยขวบเศษเดินตามหลังมา ก่อนผู้ตายจะล้มลงนอนกับพื้นโดยที่บุตรสาวยังอยู่ในอ้อมอก ขณะที่นายตำรวจหนุ่มทั้งสองคนต่างพากันก้มหลบกระสุนปืนกันจ้าละหวั่น ก่อนที่คนในบ้านจะเปิดประตูออกมาดู เมื่อเห็นว่านายทิวะพันธุ์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จึงได้นำส่งโรงพยาบาล

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายจะใช้เป็นจุดซุ่มยิงด้วยอาวุธปืนติดลำกล้องแบบสไนเปอร์จนทำให้นายทิวะพันธุ์เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งไว้สองประเด็นคือธุรกิจและหนี้สินที่ผู้ตายได้มีการไปทวงหนี้เงินจำนวน 10 ล้านบาท

จากการสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าพยานได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก มาทางท้ายซอยได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังประมาณ 4 นัด เมื่อมาถึงบริเวณสามแยกท้ายซอย พบผู้ต้องสงสัยถือถุงสีดำคล้ายใส่อาวุธปืนยาว วิ่งขึ้นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นซีวิค สีขาว ขับขี่หลบหนีไปทาง ซ.งามวงศ์วาน 3 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้เห็นเหตุการณ์ไว้เป็นพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิด รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจากปากคำญาติ เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แผ่นดินเนปาล 1 สัปดาห์ คาดเสียชีวิตหมื่นห้า เจ็บหมื่นสี่

Screen Shot 2558-05-02 at 1.30.00 AM
ไลน์ ประเทศไทย จำหน่ายสติกเกอร์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล โดยรายได้จากสติกเกอร์ Pray for Nepal จะนำเข้าร่วมบริจาคสมทบทุนกับสภากาชาดญี่ปุ่น ทั้งนี้ สติกเกอร์ Pray for Napal จะสามารถโหลดได้ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2558 โดยสามารถใช้ได้กับระบบ iOS, Android เวอร์ชัน 3.1.1 ขึ้นไป, Nokia Asha เวอร์ชัน 1.7.20 ขึ้นไป, BlackBerry เวอร์ชัน 1.10 ขึ้นไป, Windows Phone เวอร์ชัน 2.7 ขึ้นไป และ FireFox เวอร์ชัน 1.1.4 ขึ้นไป ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://store.line.me/stickershop/product/4378/en หรือผ่านทางลิงก์มือถือ line://shop/detail/4378

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเนปาลเมื่อ 25 เมษายน ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย ประเทศเนปาล รายงานว่า เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 6,204 คน บาดเจ็บ 13,924 คน โดยผู้บัญชาการทหารบกของเนปาล ที่เป็นหัวหน้าทีมกู้ภัยของประเทศ ระบุว่า สุดสัปดาห์นี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 15,000 คน เนื่องจากการขุดค้นลงไปในซากอาคารได้ลึก ละเอียดมากขึ้น และการปฏิบัติงานก็มีความคืบหน้าไปมาก

ด้านองค์การสหประชาชาติประเมินว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีผู้เดือดร้อนมากกว่า 8 ล้านคน โดย 3 เดือนนับจากนี้จะมีผู้ประสบภัยที่ต้องเผชิญความยากลำบาก คนเหล่านี้ต้องการทั้งความช่วยเหลือด้านอาหาร ที่พัก และยารักษาโรค

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยรายงานถึงการช่วยเหลือคนไทยว่า ขณะนี้มีคนไทยที่พำนักอยู่ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ทั้งสิ้น 8 คน เจ้าหน้าที่และครอบครัวของสถานเอกอัครราชทูตฯ อีก 11 คน ส่วนนักศึกษา 6 คน จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยเวลาประมาณ 18.30 น. ด้วยเที่ยวบิน TG 320 นอกเหนือจากนักศึกษากลุ่มนี้แล้ว ไม่มีคนไทยที่แจ้งความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฏมาณฑุ ได้ประสานเพื่อนำศพ น.ส.มารีสา อีฟ จีระวงศ์ไกรสร ผู้ช่วยแพทย์สัญชาติอเมริกัน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว กลับมาประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน TG 320 ในวันนี้เช่นเดียวกัน

กสทช. สั่งพีซทีวีจอดำกลางอากาศ

Screen Shot 2558-05-02 at 1.55.31 AM
รายการสุดท้ายของพีซทีวีถูกตัดสัญญาณกลางอากาศ ที่มาภาพ: https://www.facebook.com/video.php?v=773552889426563

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2558 สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และหนึ่งในผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ “PEACE TV” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์” ระบุว่า ช่องพีซทีวีจะถูกระงับการออกอากาศตั้งแต่เวลา 20.30 น. เป็นต้นไป

ในช่วงออกอากาศตั้งแต่ 20.00 น. วันเดียวกัน เป็นต้นไป ช่องพีซ ทีวี ได้จัดรายการ “ห้องข่าว เล่าเรื่องค่ำ” แบบเฉพาะกิจ โดยนำเสนอข่าวเรื่องการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์วิทยุ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกล่าวขอบคุณแฟนรายการ โดยระบุว่าหลังจากนี้ให้ติดต่อผ่านแฟนเพจในเฟซบุ๊ก รวมถึงแฟนเพจของนายจตุพร นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรฐ อดีตประธาน นปช. และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง เป็นต้น

โดยเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันเดียวกัน พีซทีวีได้ถูกระงับการออกอากาศแล้ว ขณะกำลังจัดรายการดังกล่าว