ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์:แค่รอบสัปดาห์ เกิด 5 เหตุสยองรถไฟไทย! คอขาด-ชนดับ-ร่างแยก-โดนลาก และ “แจ็ค หม่า” อดีตครูสอนภาษาอังกฤษมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2557

  • แก๊งทวงหนี้กลับใจ! ขอปฏิบัติตามค่านิยม 12 ประการ พร้อมร้องเพลงชาติไถ่บาป
  • แค่รอบสัปดาห์ เกิด 5 เหตุสยองรถไฟไทย! คอขาด-ชนดับ-ร่างแยก-โดนลาก
  • วันเดียวผลตรวจลูกผู้ใหญ่วอออกแล้ว! ดีเอ็นเอไม่ตรงคดีเกาะเต่า
  • อย. เตรียมหยุดความเชื่อคนไทยใช้ยาพาราฯ เกินจำเป็น
  • “แจ็ค หม่า” อดีตครูสอนภาษาอังกฤษมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน

แก๊งทวงหนี้กลับใจ! ขอปฏิบัติตามค่านิยม 12 ประการ พร้อมร้องเพลงชาติไถ่บาป

ที่มาภาพ http://www.nfe.go.th/onie2014/images/12/4.jpg
ที่มาภาพ: http://www.nfe.go.th/onie2014/images/12/4.jpg

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ไทยรัฐออนไลน์ รายงาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเลย จ.เลย ร่วมกันจับกุม นายประสาน ภาคโพธิ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 5 ต.สุขฤทัย อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ลูกน้องนายทุนเงินที่ขี่รถตระเวนเก็บเงินจากลูกหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดมากหรือที่เรียกว่า “ดอกโหด”

จากการสอบสวนนายประสานให้การว่า ตนได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้มาขี่รถ จยย. เก็บเงินกู้ที่ จ.เลย เพราะมีรายได้ดี โดยเฉพาะการได้เงินพิเศษ จากการไปเก็บเงินลูกหนี้เป็นรายหัว ซึ่งยังไม่รวมเงินเดือนที่ได้เดือนละ 5,000 บาท ทำให้ตนมีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท แต่ทำได้ไม่ถึงเดือนก็มาถูกจับเสียก่อน

นอกจากนี้ นายประสานยังบอกด้วยว่า ในสายงานพนักงานเก็บเงินกู้ของตนนั้น มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 30 คน มีนายทุนชื่อนายบัวขาว ไม่ทราบนามสกุล เป็นคนมาจาก จ.อุทัยธานี มาหากินอยู่ที่ จ.เลย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ อ.เมืองเลย ได้นำตัวนายประสานเดินทางมาบริเวณศาลากลางจังหวัดเลย เพื่อพบกับนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เนื่องจากนายประสานรู้สึกสำนึกผิด และอยากจะแสดงออกถึงความรู้สึกดังกล่าวโดยการร่วมกิจกรรมที่สร้างสรรค์กับทางราชการ เจ้าหน้าที่จึงจัดให้มาร่วมร้องเพลงชาติไทย เพื่อเป็นการสำนึกและไถ่บาป พร้อมกันนี้นายประสานยังได้กล่าวคำปฏิญาณตน ปฏิบัติตามหลักค่านิยม 12 ประการของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ชมคลิป1 และ ชมคลิป2)

แค่รอบสัปดาห์ เกิด 5 เหตุสยองรถไฟไทย! คอขาด-ชนดับ-ร่างแยก-โดนลาก

ที่มาภาพ http://bit.ly/1zhdw5t
ที่มาภาพ: http://bit.ly/1zhdw5t

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา รายงานข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับรถไฟไทยมีมากถึง 5 ครั้งด้วยกัน โดยมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์สนุกรายงานว่า เมื่อเวลา 12.35 น. ศูนย์วิทยุธารน้ำใจ มูลนิธิเซิ่งหมู่ธารน้ำใจ อ. สุไหงโก-ลก รับแจ้งรถไฟทับคนเสียชีวิต สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ที่เกิดเหตุภายในชานชาลารถไฟ สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส บริเวณจุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ใต้รถไฟ ขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโก-ลก ปลายทางกรุงเทพฯ สภาพศพคอขาดออกจากร่างกาย โดยที่ร่างและศีรษะกระเด็นไปคนละทาง ทีมกู้ภัยจึงทำการเก็บกู้มาเพื่อส่งศพไปชันสูตร

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสุรพล ถนอมกาย อายุ 45 ปี ที่อยู่ 42/1 ม.10 ต.บ้านเนิน อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด พบว่า ขณะที่รถไฟเคลื่อนตัวออกจากชานชลา จู่ๆ ผู้เสียชีวิตก็วิ่งก้าวกระโดดจะขึ้นรถไฟ แต่พลาดท่าตกลงมาถูกดูดเข้าไปใต้รางรถไฟ ก่อนจะเป็นเหตุสลดดังกล่าว ทั้งนี้ ทีมกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรต่อไป

จากนั้นวันที่ 28 ต.ค. 3 วันถัดมาจากเหตุกาณ์ที่ จ.นราธิวาส ประชาชาติออนไลน์ รายงาน เมื่อเวลา 13.00 น. ศูนย์กู้ภัยสว่างสรรญเพชญ ได้รับแจ้งมีเหตุรถไฟชนกับรถยนต์ จนเกิดไฟลุกไหม้ในเขตพื้นที่สว่างสรรเพชญ ม.4 ต.ต้นม่วง อ.เมือง จ.เพชรบุรี โดยกู้ภัยสว่างสรรญเพชญ พร้อมรถพยาบาล รถอุปกรณ์ตัดถ่างรุดไปที่เกิดเหตุ พบรถไฟหัวหิน-กทม. ชนกับรถโตโยต้า คัมรี่ สีดำทะเบียน 4498 สงขลา ได้พยายามเร่งนำผู้เสียชีวิตออกมา เนื่องจากอยู่ใต้ท้องรถไฟ ในขณะที่รถไฟขบวนดังกล่าวได้ตกราง โดยพบผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2 ราย

เบื้องต้นได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ผู้ตายชื่อนายวิทยา รัตนะ อายุ 54 ปี หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งคาดว่าเป็นคนขับรถยนต์คันที่เกิดเหตุ พบเป็นศพไหม้เกรียมอยู่ที่นั่งคนขับ ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนคือ นางรชตวรรณ รัตนะ อายุ 53 ปี นั่งอยู่ข้างคนขับ ถูกไฟไหม้เสียชีวิตเช่นเดียวกัน และมีการตรวจสอบพบว่า รถเก๋งคันดังกล่าวจอดนิ่งอยู่ใกล้กับทางรถไฟเป็นเวลานานกว่า 20 นาที อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สืบสวนหลักฐานให้แน่ชัดเพื่อความคืบหน้าของคดีต่อไป

ในวันเดียวกันนั้นเอง เวลา 13.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม 2557 ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ร.ต.อ. อุฤทธิ์ ขรรค์แก้ว พนักงานสอบสวน สภ.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการประสานจากนายเทียนชัย นิลแสง นายตรวจทางประจวบคีรีขันธ์ ว่ามีอุบัติเหตุคนถูกรถชนไฟชน จึงประสานกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุบริเวณทางรถไฟ กิโลเมตรที่ 309 หลักที่ 9-10 หมู่ 2 บ้านหนองหิน ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี สวมกางเกงจีนสีดำ เสื้อยืดสีน้ำเงิน สภาพศพ ร่างกายขาดเป็น 2 ทอน ตั้งแต่ช่วงเอวลงไป อยู่บริเวณทางวิ่งรถไฟฝั่งตะวันออก ร่างอยู่นอกรางทั้งสองท่อนอยู่ห่างกันประมาณ 2 เมตร เป็นที่สยดสยองแก่ผู้พบเห็น

ใกล้กันพบถุงพลาสติกใส่ใบกระท่อมจำนวน 2 ถุง ใบจาก และยาเส้น ไม่พบเอกสารทางราชการใดๆ สอบถามคนละแวกใกล้เคียงพบว่าเป็นคนเร่ร่อนมาจากที่อื่นและชอบอาศัยใกล้บริเวณทางรถไฟ โดยก่อนหน้านี้มีคนเห็นว่าผู้เสียชีวิตชอบเดินเล่นบนทางรถไฟเป็นประจำ

ส่วนสาเหตุ สอบถามจากเจ้าหน้าที่รถไฟทราบว่า รถไฟขบวนหลังสุดที่ผ่านสถานีรถไฟหนองหิน เมื่อเวลา 13.01 น. คือ รถไฟโดยสารขบวน 43 กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี จากลักษณะของศพ เป็นการถูกชนจากด้านข้างโบกี้ตู้รถไฟ หากชนจากหัวขบวนร่างจะตกไปอยู่ในร่องกลางระหว่างทางรถไฟ แต่ร่างกายขาดเป็นสองท่อนอยู่ด้านข้าง คาดว่าผู้ตายขึ้นมาจากป่าละเมาะโดยไม่ได้มองว่ามีขบวนรถไฟวิ่งผ่านหรือไม่ จึงถูกแรงลมดูดเข้าหาตัวตู้รถไฟและถูกเหยียบจนเสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมา 29 ต.ค. เกิดเหตุรถไฟขบวนที่ 108 เด่นชัย-กรุงเทพฯ ขณะขบวนถึงกิโลเมตรที่ 413/16 ระหว่างสถานีพรหมพิราม-สถานีแควน้อย จ.พิษณุโลก ชาวบ้านเรียกบริเวณที่เกิดเหตุว่า “โค้งน้องนิว” ได้เกิดเหตุเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาวเลขทะเบียน กน-2745 พิษณุโลก ส่งผลให้คนขับได้รับบาดเจ็บ ชื่อ น.ส.ภักดิ์รัศมี มากระดี อายุ 35 ปี อยู่ ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งหน่วยกู้ภัยเร่งช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลพรหมพิราม

เว็บไซต์สนุกรายงานว่า จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า น.ส.ภักดิ์รัศมี ผู้ได้รับบาดเจ็บ กำลังขับรถข้ามทางรถไฟดังกล่าวเพื่อกลับบ้านพัก แต่เครื่องยนต์เกิดดับคาทางรถไฟพอดี ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่รถไฟขบวนดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานีพรหมพิราม ไปสถานีพิษณุโลก ด้วยความเร็วและพุ่งชนเข้าอย่างจัง ทำให้รถไฟลากไปกว่า 100 เมตร โดยน.ส.ภักดิ์รัศมีได้รับบาดเจ็บ

ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาทำการช่วยเหลือ ตามเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพื่อนำส่งโรงพยาบาลพรหมพิราม ขณะที่ชาวบ้านต้องช่วยกันนำซากรถออกจากทางรถไฟ เพื่อให้รถไฟสามารถเดินขบวนต่อไปได้ตามปกติ

เหตุการณ์สุดท้ายของสัปดาห์​ ผู้จัดการออนไลน์ รายงานเมื่อสายของวันที่ 30 ต.ค. เกิดอุบัติเหตุรถไฟดีเซลรางขบวนที่ 413 นครราชสีมา-หนองคาย ชนกับรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 81-2864 ชัยนาทที่บริเวณถนนข้ามทางรถไฟบ้านหนองกุงบ้านเต่านอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ประกอบด้วย นายเพชร แพงดี พนักงานขับรถไฟ นายดำริ โกศาราภ ช่างเครื่องประจำขบวน อีก 3 รายเป็นผู้โดยสาร คือ นายณรงค์ เดชมา อายุ 72 ปี นายสมจิตร ทองอุทัยศิริ อายุ55 ปี และพระวีระชาติ ถานมีโร

ขณะที่ผู้โดยสารอีกร่วม 25 คนที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์และโรงพยาบาลกรุงเทพ-ขอนแก่น รวมทั้งนายภัทรพล พะระสี อายุ 25 ปี คนขับรถบรรทุก ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย

ล่าสุดตลอดช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้นำเชือกมากั้นบริเวณที่เกิดเหตุ หลังพบว่ามีการรั่วของน้ำมันจากขบวนรถไฟ เพื่อป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาเก็บกู้ขบวนรถไฟ และป้องกันอันตรายจากสะเก็ดไฟจากไทยมุงที่มาดูเหตุการณ์ ขณะที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ถึงขั้นต้องส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลและต้องการเดินทางต่อไปยังจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดหนองคาย ทางจังหวัดขอนแก่นได้จัดรถทัวร์โดยสารมารับส่งผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเตรียมเก็บกู้รถไฟที่ตกรางและรถบรรทุกสิบล้อ โดยจะนำรถยกมาถึงในเวลา 17.00 น.วันนี้ (30 ต.ค.) ซึ่งจะเร่งดำเนินการเก็บกู้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ชั่วโมง ด้านนายวิวัฒน์ เมธีวรรณกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลแล้วก็ได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสิ่งของของผู้โดยสาร และนำไปเก็บไว้เพื่อรอญาติมาติดต่อขอรับ และจะได้ประเมินความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

ล่าสุด วันที่ 31 ตุลาคม 2557 เว็บไซต์ครอบครัวข่าว ระบุ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุจากการสำรวจพบว่ามีหลายพื้นที่กว่า 584 จุดทั่วไทย มักเป็นจุดลักผ่านที่ทางชุมชนตัดถนนผ่านทางรถไฟ ไร้สัญญาณเตือนและไม้กั้น ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจากรถไฟชนแล้ว

วันเดียวผลตรวจลูกผู้ใหญ่วอออกแล้ว! ดีเอ็นเอไม่ตรงคดีเกาะเต่า

ที่มาภาพ http://www.posttoday.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/327455/%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B22%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2
ที่มาภาพ: http://bit.ly/1zkWOlG

วันนี้ 30 ต.ค. เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ รายงาน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้านเอซีบาร์ พานายวรท ตู้วิเชียร หรือโดโด้ บุตรชาย ซึ่งถูกโจมตีทางโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าเป็นผู้มีอิทธิพลและเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่ผ่านมา เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ. จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. เพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงต่อสังคม พร้อมทั้งขอตรวจดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก็บได้ในตัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากคดีนี้เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อครอบครัว รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

พล.ต.อ. สมยศกล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญจาก 4 สถาบัน ประกอบด้วยสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช และ รพ.รามาธิบดี มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอโดยมีการเจาะเลือดและเก็บเนื้อเยื่อในกระพุ้งแก้มเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบดีเอ็นเอกับวัตถุพยาน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจไม่เกี่ยวข้องกับสำนวนการสอบสวนเนื่องจากสำนวนอยู่ในชั้นอัยการ โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมาไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอนายวรท เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์ทราบว่าไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุจึงไม่ได้สอบสวนและตรวจพิสูจน์

พล.ต.อ. สมยศกล่าวต่อไปว่า ในการสืบสวนสอบสวนและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสาร รวมทั้งผลทางนิติวิทยาศาสตร์ แล้วนำเสนอต่อศาลเพื่ออนุมัติหมายจับแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป ในขณะเดียวกัน ในโลกของสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย มีการแชร์ส่งต่อข้อมูลหรือข้อความซึ่งบางครั้งมีทั้งที่เป็นความจริง และบางครั้งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ ลักษณะเป็น “มโนโซเชียล” นำเสนอต่อสังคมออนไลน์ ที่สามารถแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็ว และผู้ที่รับข้อมูลเหล่านี้บางครั้งไม่ได้ใช้วิจารณญาณหรือการไตร่ตรองตัดสินใจที่รอบคอบแล้วมีการวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นต่อไป โดยเฉพาะมีการนำเสนอผ่านทางสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ต่อไปอีก ซี่งยิ่งทำให้มีการแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมากยิ่งขึ้นไปอีก ส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาชนให้รับทราบข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความเคลือบแคลง สงสัย และนำไปสู่การแตกแยกในสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการทำลายเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยและบนเกาะเต่าด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 ต.ค. รายงานข่าวของไทยรัฐออนไลน์ แจ้งว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอนายวรท ตู้วิเชียร ลูกชายผู้ใหญ่วอ ล่าสุดในส่วนของสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พบว่าไม่ตรงกับวัตถุพยานใดๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงน้ำเชื้ออสุจิในร่างผู้เสียชีวิตด้วย ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเออีก 3 สถาบัน ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยังไม่มีรายงานความคืบหน้า และคาดว่าน่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติ แรงงานข้ามชาติ และผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐว่า พ่อแม่ของ 2 ผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ เตรียมที่จะเดินทางกลับประเทศแล้ว นอกจากนี้ ทางสถานทูตเมียนมาร์ก็ยังได้ส่งตัวแทนเข้าพบเจ้าหน้าที่สภาทนายความ เพื่อมอบอำนาจให้รับผิดชอบในเรื่องของคดี โดยร้องขอมาในนามรัฐบาลและประชาชนชาวเมียนมาร์

ส่วนความคืบหน้าในเรื่องของคดี นายสุรพงษ์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ยังคงต้องรอให้อัยการสรุปสำนวนส่งฟ้องก่อน ที่ผ่านมาจากการพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้งสอง ก็ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ส่วนเรื่องที่ผู้ใหญ่วอพาบุตรชายมาตรวจดีเอ็นเอนั้น ก็เป็นสิทธิ์ในการแสดงความบริสุทธิ์ใจ คงจะไม่เกี่ยวข้องกับรูปคดีแต่อย่างใด และก็ต้องรอผลการตรวจต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากทางอัยการภาค 8 ว่า ทางอัยการจะสามารถสรุปสำนวนการสอบสวน และยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลได้ทัน ก่อนจะครบกำหนดการฝากขังทั้ง 7 ฝากได้อย่างแน่นอน

อย. เตรียมหยุดความเชื่อคนไทยใช้ยาพาราฯ เกินจำเป็น

ที่มาภาพ http://answers.wikia.com/wiki/What_is_the_comparison_between_generic_paracetamol_and_branded_paracetamol_drugs
ที่มาภาพ: http://answers.wikia.com/wiki/What_is_the_comparison_between_generic_paracetamol_and_branded_paracetamol_drugs

30 ต.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ไอเอ็นเอ็น ระบุ นายประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และในฐานะโฆษก อย. เปิดเผยว่า ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกสำหรับบรรเทาอาการปวดลดไข้ เป็นยาที่ได้ผลดี ปลอดภัย ทั้งในผู้ใหญ่ เด็ก ผู้ป่วยโรคไต โรคแผลในกระเพาะอาหาร ไข้หวัดใหญ่ ตลอดจนผู้ป่วยหอบหืดซึ่งอาจแพ้ยาในกลุ่มแอสไพรินได้ แต่ในปัจจุบันพบรายงานการเกิดพิษจากยาพาราเซตามอล โดยเฉพาะพิษต่อตับจากการได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญคือ การกินยาซ้ำซ้อน การกินยาเกินขนาดไม่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว หรือเกินขนาดสูงสุดที่ควรได้รับในแต่ละวัน จึงเร่งออกมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าวการกินยาซ้ำซ้อนนั้น เป็นเพราะมียาที่นิยมใช้ทั่วไปหลายชนิด เพื่อป้องกันปัญหานี้ อย. จึงออกมาตรการแก้ไขฉลากยา โดยเพิ่มข้อความ “ยานี้มีพาราเซตามอล” ตามด้วยความแรงของยาไว้ให้เห็นเด่นชัด และไม่ให้ใช้ชื่ออื่นๆ ของยาพาราเซตามอล เช่น อะเซตามิโนเฟน จึงขอให้ประชาชนอ่านฉลากยาให้ละเอียด และสอบถามเภสัชกรให้แน่ใจว่ายาทุกชนิดที่ใช้อยู่ไม่มีตัวยาซ้ำซ้อนกัน

ทั้งนี้ อย. ได้ออกมาตรการแก้ไขขนาดยาที่ระบุบนฉลากของยาเม็ดและยาน้ำพาราเซตามอลทุกชนิด โดยให้แนะนำขนาดยาตามน้ำหนักตัวของแต่ละคน ขนาดที่แนะนำบนฉลากในผู้ใหญ่และเด็กอยู่ในช่วง 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพราะน้ำหนักตัวเฉลี่ยของคนไทยต่ำกว่าชาวตะวันตกมาก ประชาชนควรเลือกใช้ยาพาราเซตามอลขนาด 325 มิลลิกรัม แทนขนาด 500 มิลลิกรัม ซึ่งนิยมจำหน่ายกันอย่างแพร่หลาย เพราะปลอดภัยในการใช้มากกว่าการใช้ยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัม ในขนาดครั้งละ 2 เม็ด นั้นจะเหมาะสมกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 66.7 กิโลกรัมขึ้นไป โดยกินได้ไม่เกินวันละ 4 กรัม หรือ 8 เม็ดเท่านั้น

“แจ็ค หม่า” อดีตครูสอนภาษาอังกฤษผงาดเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน

ที่มาภาพ : http://az598155.vo.msecnd.net/wp-uploads/2014/02/Jack-Ma-Forbes.jpg
ที่มาภาพ : http://az598155.vo.msecnd.net/wp-uploads/2014/02/Jack-Ma-Forbes.jpg

28 ต.ค. เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ เผยว่า ฟอร์บส์ นิตยสารทางการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ รายงานการจัดอันดับความมั่งคั่งประจำปี 2557 ของจีน ที่มีนายแจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหาร อาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด (BABA.N) ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา ครองอันดับ 1 ด้วยจำนวนสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจาก 7,100 ล้านดอลลาร์ในปี 2556 มาอยู่ที่ 19,500 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ผลจากการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

อันดับ 2 ตกเป็นของนายโรบิน ลี ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ไป่ตู ซึ่งเทียบได้เท่ากับกูเกิลภาคภาษาจีน ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด 14,700 ล้านดอลลาร์ โดยมีนายโพนี หม่า แห่งบริษัทเทนเซนต์ เจ้าของแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยม “วีแชท” อยู่ในอันดับ 3 ด้วยสินทรัพย์มูลค่า 14,400 ล้านดอลลาร์

การจัดอันดับครั้งนี้ พบว่า มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยสุด 10 คนแรกของจีน มาจากภาคเทคโนโลยีถึงครึ่งหนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่าท่ามกลางเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ภาคเทคโนโลยียังมีรายได้ดีกว่าภาคธุรกิจแบบดั้งเดิมมาก ฟอร์บส์ระบุด้วยว่า ในปีนี้จีนมีจำนวนมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 242 คน จากจำนวน 168 คนเมื่อปีก่อน

นอกจากนี้ 29 ต.ค. ผู้จัดการออนไลน์ ระบุ รอยเตอร์สเผยว่า แจ็ค หม่า เผย พร้อมเปิดทางสำหรับการทำงานร่วมกับแอปเปิ้ลอิงค์ (AAPL.O) ในการชำระเงินผ่านมือถือ ขณะที่เตรียมความพร้อมที่จะพบปะหารือโอกาสร่วมธุรกิจกับผู้ประกอบการในฮอลลีวู้ดในสัปดาห์นี้

รายงานข่าวระบุว่า อาลีเพย์ (Alipay) เป็นบริการการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดของจีน ของอาลีบาบา ขณะที่พันธมิตรในอนาคตอย่างแอปเปิล ก็ประสบความสำเร็จจากบริการการชำระเงินผ่านไอโฟน 6 ที่ผู้ใช้สามารถชำระเงินซื้อสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนของพวกเขาอย่างง่ายได้

หม่ากล่าวระหว่างการประชุม Wall Street Journal Digital ในวันจันทร์ว่า เขามีความเลื่อมใสนับถือทิม คุก ผู้บริหารของแอปเปิลอย่างมาก

“ผมหวังว่าเราสามารถทำอะไรบางอย่างด้วยกัน” เขากล่าวเมื่อถูกถามถึง Alipay และ Apple Pay

หม่าซึ่งขณะนี้มีสินทรัพย์มากกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากหุ้นอาลีบาบาของเขาซึ่งเปิดตัวในตลาดที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาบ่อยๆ โดยสัปดาห์นี้เขาวางแผนที่จะเยี่ยมชมสตูดิโอฮอลลีวู้ดเพื่อหาจุดเชื่อมต่อในการขยายธุรกิจของสองโลก

“ผมกำลังมองหาคู่ค้า” เขากล่าว และเสริมเพิ่มเติมว่าประเทศจีนในที่สุดก็จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อาลีบาบาซึ่งล่าสุดมีปริมาณการจัดการธุรกรรมอีคอมเมิร์ซมากกว่า Amazon.com Inc (AMZN.O) และอีเบย์อิงค์ (EBAY.O) รวมกันนี้ กล่าวว่ายังไม่ได้มุ่งเน้นลูกค้าในสหรัฐฯ แต่เน้นให้ความสำคัญในการให้บริการ ลูกค้าชาวจีน หม่าเสริมว่า เขาต้องการที่จะสร้างช่องทางการขายไปยังประเทศจีน ให้กับผลิตภัณฑ์ของอเมริกันและยุโรป เพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าของยุโรปที่ตกไปในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา

ข้อมูลระบุว่า ขณะนี้อาลีบาบามีมูลค่ามากถึง 231,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 7.45 ล้านล้านบาท หรือเปรียบได้ว่าใหญ่กว่ายักษ์ใหญ่ด้านอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐฯ อย่างอะเมซอนและอีเบย์รวมกันเสียอีก นอกจากนี้ยังถือได้ว่าใหญ่เทียบยักษ์ใหญ่ระดับท็อป 10 ของดัชนีเอสแอนด์พี 500 อีกด้วย จากการอ้างอิงของบลูมเบิร์ก