คพ. ของบฯ 590 ล้านบาท เร่งฟื้นฟูห้วยคลิตี้ปนเปื้อนสารตะกั่ว คาดเริ่มตุลาคมนี้

20 มีนาคม 2015

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ยื่นของบประมาณปี 2559 จำนวน 590 ล้านบาท เพื่อเร่งฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริษัทผู้รับกำจัดกากของเสียอันตรายประกวดราคาได้กลางปีนี้ และสามารถเซ็นสัญญาเพื่อเริ่มดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ได้ตามแผนการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ภายในเดือนตุลาคม 2558

หลังจากที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่วเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2556 และทาง คพ. ได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมาศึกษาและจัดทำแนวทางการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่วช่วงต้นปี 2557 จนถึงปัจจุบันซึ่งแผนงานใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ทาง คพ. จึงได้เริ่มของบประมาณปี 2559 เพื่อเร่งดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่คลิตี้ใน 3 ปี ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

กรมควบคุมมลพิษลงสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมดำเนินการฟื้นฟูการปนเปื้อนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ และพื้นที่ใกล้เคียง

กรมควบคุมมลพิษลงสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมดำเนินการฟื้นฟูการปนเปื้อนสารตะกั่วในลำห้วยคลิตี้และพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2558 นายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า คพ. ได้ทำคำของบประมาณปี 2559 จำนวน 590 ล้านบาท เพื่อการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และพื้นที่ที่มีสารตะกั่วปนเปื้อนปริมาณสูงและนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งได้ทำร่างขอบเขตการว่าจ้างไว้แล้วเพื่อเร่งดำเนินการฟื้นฟูให้เร็วยิ่งขึ้น และมีคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในห้วยคลิตี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานวิชาการเพื่อเสนอแนะแนวทางการฟื้นฟูห้วยคลิตี้ ประกอบด้วยนักวิชาการที่เสนอจากภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อพิจารณาแนวทางและวิธีการฟื้นฟูห้วยคลิตี้จากผลการศึกษาของ คพ. ที่ว่าจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษานั้น ให้ถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า กระบวนการของบประมาณดังกล่าวคาดว่าจะทราบผลภายในเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นจึงให้บริษัทที่รับกำจัดของเสียอันตรายมาประกวดราคา โดยคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญากับบริษัทผู้รับจ้างได้ภายในเดือนตุลาคม 2558 เพื่อดำเนินการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ทันทีภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารตะกั่วในสิ่งแวดล้อมลำห้วยคลิตี้ โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การก่อสร้างหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย การขุดลอกตะกอนดินและดินปนเปื้อน การขนส่งตะกอนดินและดินที่ปนเปื้อนไปกำจัดยังหลุมฝังกลบแบบปลอดภัย การก่อสร้างฝายดักตะกอนเพิ่มเติมจำนวน 2 แห่ง และการปกคลุมพื้นที่ปนเปื้อนรอบโรงแต่งแร่ด้วยดินสะอาด ทั้งนี้เพื่อดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งในปีแรกจะต้องจัดทำบ่อฝังกลบให้แล้วเสร็จและขุดลอกตะกอนบางส่วนไปฝังกลบ

“พื้นที่ทำบ่อฝังกลบเพื่อรองรับตะกอนดินปนเปื้อนสารตะกั่วที่ได้จากการขุดลอกตะกอนท้องน้ำจากลำห้วยคลิตี้และพื้นดินที่ปนเปื้อนสารตะกั่ว จะสร้างในพื้นที่บริเวณใกล้กับเหมืองบ่องาม ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งเดิมของตะกั่วและปัจจุบันไม่มีประชาชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับบ่อฝังกลบนี้จะก่อสร้างเป็นหลุมฝังกลบแบบปลอดภัยในพื้นที่ซึ่งสามารถรองรับปริมาณตะกอนดินที่ปนเปื้อนสารตะกั่วได้ประมาณ 110,000 ลูกบาศก์เมตร” นายวิเชียรกล่าว

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา คพ. ได้เชิญบริษัทที่รับจัดการของเสียอันตรายลงพื้นที่คลิตี้เพื่อสำรวจสภาพพื้นที่ลำห้วยคลิตี้และการฟื้นฟูการปนเปื้อนบนบกอื่นๆ โดยมีบริษัทร่วมลงพื้นที่ 3 แห่ง คือ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด, บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ เจนโก้ (GENCO) และบริษัทโปรเฟสชั่นแนล เวสต์ เทคโนโลยี 1999 หรือ โปรเวสต์ ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะได้มองเห็นภาพและเตรียมพร้อมการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้และพื้นที่ปนเปื้อนสารตะกั่วในบริเวณใกล้เคียงได้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 บริษัทนี้อาจไม่เข้าร่วมประกวดราคาเพื่อฟื้นฟูพื้นที่คลิตี้ก็ได้

ข่าวในประเด็น

อ่านข่าวในประเด็นทั้งหมด »

เครือข่ายสังคม