ความขัดแย้งของคนดี…..เรื่อง “ทวงคืน พลังงานไทย”

บรรยง พงษ์พานิช

สองสามวันที่ผ่านมา ผมได้ไปเข้าร่วมเสวนาเรื่องของพลังงานในหลายเวที และติดตามการถกเถียงโต้ตอบในเรื่องนี้

อยากบอกว่า…ผมแน่ใจว่า ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ของกลุ่มผู้ที่ลุกขึ้นมา พยายาม “ทวงคืนพลังงานไทย” เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เข้าใจผิด ไม่ตรงข้อเท็จจริงอย่างมาก ซึ่งทำให้ประชาชนไม่น้อยพลอยเข้าใจคลาดเคลื่อนไปด้วย

ปิยสวัสดิ์9 (2)

อยากบอกว่า…ต่อให้ท่านหวังดี เจตนาดีแค่ไหน หากมีการดำเนินการตามที่ท่านเรียกร้อง เช่น ลดราคาน้ำมันและก๊าซให้ได้อย่างฮวบฮาบ ยึดคืน ปตท. เปลี่ยนวิธีการสัมปทานจัดหา (ไม่ว่าจะเปลี่ยนของเก่า หรือที่จะให้ใหม่) ผมมั่นใจว่า เราจะเจอหายนะทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน ถ้าอย่างรุนแรงก็เป็นวิกฤติในทันที ถ้าอย่างเบาหน่อย ก็จะทำให้การพลังงานของชาติมีปัญหา เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ต่ำยาวนาน

อยากบอกว่า…เรากำลังหลงประเด็นกันครับ ข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุดคือ เรามีปริมาณสำรองที่พิสูจน์แล้ว (Proven Reserve) ของก๊าซธรรมชาติ เหลือใช้ไปได้อีกเพียง 9 ปี ของคอนเดนเสท 6 ปี ของน้ำมันดิบ 4 ปี ซึ่งทั้งคอนเดนเสทกับน้ำมันดิบอาจไม่น่ากลัวมาก เพราะถ้าหมด เราก็นำเข้าในราคาตลาดโลกเหมือนทุกวันนี้ แต่ก๊าซนี่สิครับ ถ้าหมดลง เราต้องนำเข้าในราคาสูงกว่าเท่าตัวของราคาที่ผลิตเอง ค่าไฟฟ้าต้องเพิ่มทันทีกว่า 30% แถมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักคงต้องลำบากสุดๆ อาจจะล้มละลายไปเลยไม่น้อย แถมก๊าซที่แหล่งยาดานานก็ดันเป็นก๊าซแห้งที่ทำปิโตรเคมีไม่ได้อีก

อยากบอกว่า…ถ้าไม่มีการขุดเจาะสำรวจเพิ่ม หรือต่ออายุสัมปทาน ก็จะไม่มีการลงทุน (เวลานี้ทุกอย่างหยุดชะงักเพราะข้อโต้แย้งทั้งหลาย) อีกไม่นาน แค่เจ็ดแปดปี (ผมยังอายุไม่ถึงเจ็ดสิบเลย) เราก็จะมีปัญหาพลังงานและปิโตรเคมีครั้งใหญ่ ยุค “โชติช่วงชัชวาลย์” ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2525 สมัยป๋าเปรมเป็นนายกฯ ก็คงจะสิ้นสุดอับแสงลง

ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า ที่เราขัดแย้งกัน มันเป็นเพราะความไม่รู้ ไม่ยอมฟัง ไม่ยอมเข้าใจ ซึ่งทั้งหมดถูกกำกับด้วย “ความไม่เชื่อ”

จริงอยู่ครับ ในประเทศไทยมีเรื่องไม่ควรเชื่อเยอะแยะมาก โดยเฉพาะข้อมูลราชการ ข้อมูลที่มาจากนักการเมือง (เห็นต้นทุนของ “ความไม่ไว้วางใจ” ไหมครับ)

แต่ในเรื่องพลังงาน ผมขอยืนยันความเห็นที่เคยเรียนไว้แล้วว่า เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ผมมั่นใจว่ามีโครงสร้างที่ถูกวางไว้อย่างดีพอสมควร (ถึงแม้ว่าจะยังปรับปรุงพัฒนาได้ แต่ไม่ใช่รื้อถอน กลับหลังหันอย่างที่ตะโกนเสนอกันอยู่) ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

– ตั้งแต่เรามีวิกฤติการขาดแคลนพลังงานครั้งสุดท้าย เมื่อสมัย พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ปี 2521-2522 แล้ว เราไม่เคยมีวิกฤติการขาดแคลนพลังงานเลย ทั้งๆ ที่ปริมาณการพลังงานเพิ่มขึ้นจาก 300,000 บาร์เรล (เทียบเท่า) ต่อวัน ในปี 2521 เป็น 2.2 ล้านบาร์เรลในปัจจุบัน ถึงแม้จะมีการพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ แต่ก็ผลิตได้เพียงประมาณครึ่งเดียวของการใช้เท่านั้น แต่ที่เหลือต้องนำเข้า สังเกตได้ว่า แม้เราจะเจอวิกฤติเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่เคยขาดแคลนพลังงาน (อินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์มีวิกฤติพลังงานหลังวิกฤติการเงิน)

– ราคาที่บ่นกันว่าแพงแสนแพง (จริงๆ บางชนิด เช่น เบนซิน มีส่วนของภาษีเยอะ) แต่เทียบจริงแล้วไม่แพงกว่าประเทศส่วนใหญ่ (นอกจากประเทศที่มีการอุดหนุนโดยรัฐ) อีกอย่าง เราบริโภคพลังงานอย่างฟุ่มเฟือย ไม่มีประสิทธิภาพ เราใช้พลังงานมากถึง 18.8% ของ GDP ขณะที่ประเทศที่มีประสิทธิภาพเขา ใช้กันแค่ไม่เกิน 12.5% ถ้าลดราคา (ซึ่งก็คือต้องลดภาษี หรือทำการอุดหนุนโดยรัฐ) ก็จะยิ่งฟุ่มเฟือยไปใหญ่ แล้วก็ในระดับราคาปัจจุบัน มันยังไม่ค่อยคุ้มทุนกับการทำพลังงานทดแทนอยู่เลย ยิ่งลดเลยยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่ ซึ่งเรื่องส่งเสริมพลังงานทดแทนนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ทั่วโลกทุ่มเท ของเรามัวมุ่งจะเอาถูก เอาง่ายวันนี้ วันหน้าลูกหลานจะใช้อะไรไม่ค่อยสนใจ

ปิยสวัสดิ์1 -2

– ถ้าจะย้อนไปดูประวัติศาสตร์ ต้องนับว่าเราโชคดี ที่รากฐานกลยุทธ์พลังงานของชาติในระยะเริ่มต้นนั้นถูกวางไว้อย่างค่อนข้างดี โดยบุคคลที่มีความสามารถ และได้ชื่อว่าซื่อสัตย์มีคุณธรรม ผมขอยกตัวอย่างนะครับ คุณศุลี มหาสันทนะ เป็นรัฐมนตรีที่ดูแลด้านพลังงานตลอดยุคแปดปีของรัฐบาลป๋าเปรม คุณเกษม จาติกวณิชย์ ที่ก่อตั้งและบริหารการ ผลิตไฟฟ้ามายาวนาน คุณศิววงศ์ จังคศิริ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ศ.ดร.อมร จันทรสมบูรณ์ ที่ดูแลด้านสัญญา ด้านกฎหมาย มรว.จัตุมงคล โสณกุล ที่ช่วยต่อรองเรื่องการซื้อก๊าซ วางรากฐานสัมปทาน และโรงกลั่น ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ที่ทำเรื่องพลังงานมากว่าสามสิบปี แม้แต่ข้าราชการปัจจุบันอย่าง ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ที่เป็นนักเรียนทุนคนแรกด้านวิศวกรรมปิโตรเลียม ก็คร่ำหวอดมานาน ถ้ามีแต่เรื่องโกหกปิดบังชั่วร้ายตามที่หลายคนพยายามปลุกปั้นให้คนคล้อยตาม มันหมายถึงต้องมีกระบวนการความร่วมมือในวงกว้าง ตกทอดต่อกันมายาวนานเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว การระแวงอย่างไร้เหตุผล ยังเท่ากับเราเนรคุณไม่เห็นความดีของผู้ที่ทุ่มเททำประโยชน์ แล้วอย่างนี้ คนดีที่ไหนเขาจะอาสามาทำงานล่ะครับ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไขว้เขวก็คือ มีการประโคมกันว่า เรามีก๊าซ มีน้ำมันดิบเยอะแยะไปหมด เจาะตรงไหนก็เจอ เรียกว่าเป็น “ซาอุฯ แห่งตะวันออก” กันเลยทีเดียว แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เรามีปริมาณสำรองแค่จิ๊บจ้อย ใช้แค่ไม่เกินสิบปี ทุกอย่างก็จะหมด

พอเริ่มต้นผิดอย่างนั้น ก็เลยเดินต่อออกทะเลกันไปหมด อย่างสัมปทาน ที่ต้องรีบเอาออกมาประมูล สัมปทานที่ต้องรีบเจรจาต่ออายุ ก่อนที่ Proven Reserve จะหมดลง ก็เลยมีการขัดขวาง จะให้เรียกร้องเยอะๆ เปลี่ยนรูปแบบ ทั้งๆ ที่ แปลงที่จะเอาไปขายมันก็ไอ้พื้นที่เดิมที่เขาแห้วมาแล้ว มันเหมือน…ขอโทษนะครับ ลูกสาวขี้เหร่ นมกระเปาะเล็กๆ (หลุมก๊าซไทยเป็นกระเปาะกระจาย เจาะยาก ต้นทุนสูง) แถมไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วจะให้โขกสินสอดสูงๆ ใครเขาจะมาขอครับ

นี่แหละครับ ก่อนที่จะปฏิรูปอะไร ข้อมูล ความรู้ต่างๆ มันต้องตรงกับข้อเท็จจริงเสียก่อน

เหมือนกลัดกระดุมแหละครับ พอเริ่มเม็ดแรกก็กลัดผิดแล้ว ที่เหลือจะไม่ให้บิดเบี้ยวได้อย่างไร

  • Bunnaroth Buaklee

    กำลังรออ่าน ความที่จะยืนยันว่าการขายหุ้นปตท. เมื่อปี 45 เป็นไปอย่างโปร่งใสเรียบร้อยถูกต้องไม่มีปัญหา ตามที่ได้โฆษณาไปตอนที่แล้ว….

    —> เรื่องการขายหุ้น ปตท. นี้ เป็นที่กังขาด่าทอของหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ขายหมดในเวลา 1 นาที 17 วินาที กับมีผู้จองซื้อที่มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองที่มีอำนาจ

    ผมขอยืนยันว่า การขายหุ้น IPO ของ ปตท.ในปี 2544 กระทำอย่างโปร่งใส อย่างมืออาชีพ ไม่ได้มีเรื่องสกปรกตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งผมและทีมงานได้เคยไปอธิบายในที่ต่างๆ มามากมาย รวมทั้งกรรมาธิการของสภา เพียงแต่ยังไม่เคยเขียนอธิบายด้วยตัวเอง (จะเขียนอธิบายในบทความครั้งหน้าภายในสุดสัปดาห์นี้ครับ…เพราะเมื่อก่อนยังไม่รู้ว่าตัวเองเขียนหนังสือเป็นมาก่อน) <—-

    • งุงิ คุง

      แล้วคุณทำไมเชื่อว่าไม่โปร่งใสละครับ ถ้านักการเมืองใช้กำลังภายในเพื่อติดดอยหลายๆ เดือน จะใช้ทำไมครับ ไปซื้อตอนอยู่ในตลาด ถูกๆ ดีกว่า http://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=23234

  • สงสัยครับ

    ด้วยความสงสัยครับ ทำไมในเว็บhttp://www.eia.gov/countries/country-data.cfm?fips=th บอกว่าไทยบริโภคปิโตรเลี่ยม 1,020,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่ากำลังผลิต 571,210บาร์เรล/วัน ข้อมูลอันไหนถูกต้องครับ??

    • Komjak Kamthornpasinee

      สังเกตดีๆ ฝ่ายโจมตีเค้าพูดว่าผลิตเป็น “บาร์เรล” แต่ใช้เป็น “ลิตร” …
      แล้วน้ำมันดิบทั้ง 100% ไม่รู้ว่าจะได้น้ำมันเบนซินถึง 50% รึเปล่า

      เพราะฉะนั้น เราผลิตได้ไม่พอใช้แน่นอนครับ

      • ศราวุธ ศิริกำเนิด

        1 บาร์เรล เท่ากับ 159 ลิตร หรือเท่ากับคนไทยใช้น้ำมัน 162,180,000ลิตร/วัน 1ปีใช้ 59,195,700,000 ลิตร ตีเป็นเงิน 30 บาทต่อลิตร (ดีเซลต่ำสุด)จะเป็นเงินเท่าไหร่…..1,775,871,000,000 บาท หรือ 1.7 ล้านล้านบาท(คนไทยแม่งรวยจังเอาตังที่ไหนมาจ่ายค่าน้ำมันว่ะ)

  • จินตนา เนตรทัศน์

    ข้อเท็จ จริง พลังงานไทย

  • Sakdidej Suksapa

    น่าจะให้ทั้งสองฝ่ายมาอภิปรายถกเถียง เอาข้อมูลหลายๆด้าน
    มาให้ประชาชนรับฟัง จริงอย่างไรเท็จอย่างไร ผ่านสื่อต่างๆของรัฐ
    และต้องให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางกรอบ กฎเกณฑ์
    ในนโยบายด้านพลังงานของชาติอีกทางหนึ่ง ถ้าประโยชน์นั้นเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศ
    ไม่ใช่เพียงกลุ่มผลประโยชน์เพียงกลุ่มเดียวผมเชื่อว่าประชาชนจะเคารพในการตัดสินใจ
    ของท่านครับ

  • Jerry Moo

    หมายความว่า ประเทศเราผลิตพลังงานได้น้อย แต่อัตราการบริโภคสูง ก็เลยต้องตั้งกำแพงภาษีให้สูงๆเข้าไว้ เหมือนราคารถยนต์ เพื่อให้คนลดการใช้รถยนต์ แล้วรัฐบวยไหนฟระเจือกออกมาตรการลดภาษีรถยนต์คันแรก

  • mote

    คือเหมือนที่ผมมาอ่านเนี่ยผมได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากครับ แต่ก็นั่นแหละครับ น่าจะให้สองฝ่ายหรือหลายฝ่ายมาอภิปรายให้ประชาชนฟัง หรือถามตอบกันได้ ไม่ใช่มาเสพข่าวเอาแบบนี้ ถามก็ไม่มีใครตอบอะไรกระจ่างชัด อย่างถ้าไทยเรามีพลังงานสำรองประมาณ 10 ปี แล้วเราจะส่งออกขายต่างประเทศทำไมครับ ถ้าเราไม่ขายมันอาจจะสำรองได้เป็น 20-30 ปีก็ได้นะครับ เวลาทีไปอ่านข้อมูลพลังงานปตท.นั่นเป็นข้อมูลด้านที่อยากให้เรารับรู้แค่นั้นหรือเปล่า แล้วคนอื่นเอาข่าวมาจากใหน งงจิงๆ

    • เวรกรรม

      แล้วเคยหาเหตุผลมั้ยครับว่าทำไมต้องส่งออก กูเกิ้ลก็มี แต่เลือกที่จะไม่หา เชื่อแต่ในสิ่งที่อยากเชื่อโดยไม่คิดหาคำตอบ

      น้ำมันที่ส่งออกน่ะมีสองแบบ คือน้ำมันสำเร็จรูป ซึ่งเรานำน้ำมันดิบเข้ามากลั่นเองออกมาได้เป็นน้ำมันชนิดต่างๆ น้ำมันบางชนิดที่กลั่นได้เยอะเกินความต้องการใช้ในประเทศ จะเก็บให้มันเน่าคาสต็อกหรอ ก็ส่งขายออกนอกไปสิ

      ส่วนน้ำมันดิบที่ต้องส่งออกบางส่วน เกิดจากคุณภาพน้ำมันดิบที่ขุดได้มันต่ำเกินมาตรฐานโรงกลั่นบ้านเรา เช่น มีปรอท ซัลเฟอร์สูงเกิน กลั่นไปอุปกรณ์พังหมด เลยต้องส่งขายให้ต่างประเทศที่เค้ามีโรงกลั่นดีกว่าเอาไปกลั่น

      เคมั้ย

  • จตุพร

    ด้วยความเคารพครับ หากเป็นเช่นข้อความด้านบน ก็ควรจะเอาข้อมูลที่เป็นจริงและที่อ้างอิงได้มาแสดงให้กับคนทั่วไปเขาได้รับทราบนะครับ และในเมื่อเรามีน้อยทำไมไม่เก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นทั้ง ๆ ที่ปัจจุบันก็นำเข้ามากอยู่แล้ว และในบางส่วนที่ขายให้กับประเทศอื่น ๆ เก็บไว้ให้คนไทยใช้ไม่ดีเหรอครับ

  • อ่ำ วงแหวน

    แล้วที่ส่งขายให้ประเทศเพื่อนบ้านเราถูกกว่าที่เราใช้หมายความว่าอะไรครับ

  • somruedee

    ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจถูกรึเปล่า ว่าการที่ลดราคาน้ำมันจะทำให้มีการใช้พลังงานฟุ่มเฟือย และพลังงานจะหมดอย่างเร็วขึ้นข้อนี้ก็น่าคิดนะ ถ้าอย่างนั้นก็คิดภาษีน้ำมันสำหรับคนที่ใช้น้ำมันมากเหมือนการเก็บภาษีแบบขั้นบันไดจะช่วยได้ป่ะ แต่ยังมีข้อสงสัยอีกเรื่องคือการขายน้ำมันให้ต่างชาติในราคาที่ถูกกว่าในประเทศไม่ทำให้สิ้นเปลื้องเหรอ และคนไทยก็น่าจะมีสิทธิใช้น้ำมันในราคาที่ไม่แพงกว่าราคาส่งออก ส่วนเรื่องสัมปทานที่มีการชะลอก็น่าจะเพียงระยะเวลานึง และการที่มีผู้เชี่ยวชาญปรึกษาหารือถึงผลดีผลเสียและความเป็นไปได้ต่างๆ ของสัมปทานก็น่าจะดีกว่าการรีบเร่งดำเนินการ ส่วนเรื่องต่างที่คุณกังวลถ้าเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆก็น่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป้นประเด็นด้วยและคิดว่าน่าจะมีทางออกที่ดีให้กับประเทศและประชาชนคนไทย
    ขออภัยหากการแสดงความคิดเห็นนี้ไม่ถูกต้อง

  • basicball

    เห็นบอกว่าข้อมูลผิด แล้วไหนข้อมูลที่ถูกครับ ช่วยยกมาให้ดูพร้อมแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือหน่อยครับ ไม่ใช่เอาแต่พูดว่า ว๊าย คนโน้นมั่ว คนนั้นโกหก แต่ก็ไม่เห็นบอกว่าความจริงเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องที่บอกว่าขายแพงเพื่อให้ก๊าซหมดช้า แล้วผมถามว่าเอาไปขายนอกประเทศถูกๆตามราคาตลาดโลกทำไม เอาง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองแรงขุดสำรวจหรอก ไปซื้อข้างนอกมาราคาตลาดโลกแล้วเอามาขายคนไทยแพงๆก็กำไรแล้วครับ แล้วก็ไปอ้างว่าจะได้ใช้พลังงานน้อยๆได้เต็มปากกว่านี้ไงครับ

  • dsl

    มีน้ำมัน เมกาจะจ้องตะครุบมั้ยหนอ

  • เวรกรรม

    อ่านคอมเม้นแต่ละคนแล้ว คนโง่นี่มันก็ยังโง่อยู่วันยังค่ำจริงๆ

  • ดอกหญ้าต้องลม

    แล้วคุณเอาข้อมูลมาจากไหนคะ ไม่มีอ้างอิงเลย

  • นิด

    น้ำมันไทย ไม่พอใช้ต้องส่งออก หากเรามีสิทธิในน้ำมันเราจริง เราห้ามการส่งออกได้รึเปล่า คำตอบคือ ไม่ได้ เพราะเรายกสิทธิในน้ำมันให้คนขุดไปแล้ว แก้กฏหมายอย่างเดียว ยกเลิกสัมปทานไปเลย เปลี่ยนเป็นระบบใหม่ อย่าพยายามพูดเรื่องเราไม่พอใช้ เพราะมันเหมือนการคุยคนละเรื่องเดียวกัน

    • pramote

      เพราะ ก.พลังงานนั้นขายสัมปทานให้ต่างชาติไงครับ พวกมันเลยสูบส่งออก ไม่สนใจว่าคนไทยก็ต้องการใช้นำมัน เหมือนกัน ก็เหมือนการยกแผ่นดินให้ต่างชาติจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ แล้วยังจะขายแผ่นดิน ในสัมปทานรอบที่ 21 รวม 22 แปลง คนไทยได้เงินนิดเดียว แต่ทรัพย์ใต้ดิน ก.พลังงานยินยอมให้ต่างชาติเอาไปรวย อย่างเซฟร่อนรวยอู้ฟู้ 50000 ล้าน แทนที่จะเป็นเงินให้คนไทยได้ประโยชน์ อีกอย่าง หากก.พลังงานอ้างว่าเรามีน้ำมันน้อย อย่างนั้นก็หยุดขุดหยุดขายสัมปทานสิครับ แล้วเรายอมซื้อน้ำมันโคตรแพงก็ได้ ทั้งที่เราผลิตแต่ขายให้เพื่อนบ้านราคาถูก แค่นี้เราก็ดูได้แล้วว่ามีการฉ้อฉลเชิงนโยบายโดยคนของเราเองที่มีหน้าที่แต่ไปร่วมหัวกับทุนน้ำมันต่างชาติ

  • sujaree chong

    แนะนำให้คุณบรรยงมาโต้วาทีกับ ม.ล.กรณ์ ก็จะมีประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศดีคะ จะได้หมดข้อสงสัย เอาเป็นโต้ 3วันเลยจะได้ชัดๆ ออกโทรทัศน์ร่วมการเฉพาะกิจคงมีคนสนใจเยอะค่ะ

  • Tan Tantan

    เลิกตอแหล ได้ไปเท่าไรละ

  • Tan Tantan

    เอาคืนมาทั้งหมดทุกบ่อแล้วลงทุนทำเอง

  • Bunnaroth Buaklee

    ผมเป็นคนหนึ่งในฝ่ายไม่ชื่อรัฐบาล ไม่เชื่อใจ ไม่เชื่อในบางอย่างแอบแฝง แต่ก็จะเชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษของผู้เขียน

    ผมเชื่อว่า กระดุมเม็ดแรกที่กลัดผิด ก็คือ ปรัชญาพื้นฐานว่าด้วยกิจการปิโตรเลียมของประเทศไทย ที่กำหนดไว้ใน พรบ.ปิโตรเลียม 2514 ไม่ใช่กระดุมเม็ดอื่นหรอก

    ปรัชญาที่รัฐบาลยุคนั้นกำหนดไว้ในกฏหมาย 2514 ก็๋คือ แค่อยากเห็นประเทศมีน้ำมันแล้วตัวเองก็ไม่รู้จะใช้อย่างไร เงื่อนไขที่วางไว้เพื่อการส่งออก เอื้อบริษัทน้ำมันเป็นสำคัญ (โค้ดราคาขายในประเทศไม่ต่ำกว่าราคาน้ำเข้าจากตลาดโลก) นี่คือ การกำหนดว่า แปลงน้ำมันในอ่าวไทย ต่อให้คนไทยขุดได้ ก็ต้องซื้อมาใช้ในราคาที่เอามาจากซาอุดิอารเบีย !

    ความผิดพลาด ไม่ตรงไปตรงมา เกิดจากเงื่อนไขนี้ เพราะแทนที่จะกำหนดว่า ให้ราคาขายเป็นไปตามความเป็นจริง (ราคาตลาด/ต้นทุน+กำไรเล็กน้อยพอสมควร) กลับเป็นกำหนดเพดานเท่ากับนำเข้า

    ขอถามผู้เขียนตรงๆ ว่า…คิดอย่างไรกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพรบ.ปิโตรเลียม 2514

    และสมมติว่าถ้าเราจะแก้กฏหมายนี้ก่อนเปิดสัมปทานรอบ 21 ใช้เวลาแค่ครึ่งปี ชะลอไปก่อนแล้วค่อยเปิด จะดีกว่าหรือไม่ดีกว่าเปิดตอนนี้

    ป.ล.สังเกตดีๆ ผมไม่ได้ค้านการเปิดสัมปทาน 21 นะครับ ผมแค่ขอให้ชะลอเพื่อพิจารณาเงื่อนไขตามกฏหมาย