บททดลอง…เสนอ ปิด 1 เว็บพนัน ลดเหยื่อได้กี่คน เซฟเงินได้กี่ล้าน

ธนากร คมกฤส

คำว่า “1 เว็บ” ที่หมายถึง “เว็บพนัน” อาจสื่อถึงความหมายได้อย่างน้อย 3 แบบ คือ 

หนึ่ง หมายถึง “โดเมนหลัก”หรือ“แบรนด์” ของเว็บนั้น เช่น … 888” 

สอง หมายถึง เครือข่ายเว็บพนันที่ประกอบด้วยเว็บย่อยหรือเว็บลูกข่าย และ

สาม หมายถึง “ประตูทางเข้า” สู่เว็บนั้น ๆ ที่เรียกว่า “URL”

ถ้าใช้ฐานผู้เล่นพนันออนไลน์ของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนันปี 2566 ที่ 5.666 ล้านคน และวงเงินหมุนเวียน 154,819 ล้านบาท ไปหารด้วยจำนวน URL พนันออนไลน์ที่กระทรวงดีอีปิดในปีงบประมาณ 2567 จำนวน 62,213 รายการ จะได้ค่าเฉลี่ยประมาณ 91 ผู้เล่นต่อ 1 URL และ 2.49 ล้านบาทต่อ 1 URL ต่อปี เพื่อให้คิดเลขได้ง่าย ๆ จึงขอตั้งค่าประมาณการว่า

  • 1 ประตูทางเข้า (1 URL) มีผู้เข้าเล่นพนัน 100 คน เฉลี่ยผู้เล่น 1 คนใช้เงินพนันประมาณ 25,000 บาท/ปี  1 URL จึงมีวงเงินหมุนเวียนประมาณ 2.5 ล้านบาท/ปี 

เพราะฉะนั้น

  •   1 เว็บจะมีผู้เข้าเล่นประมาณ 10×100 = 1,000 คน มีเงินหมุนเวียนประมาณ 25 ล้านบาท    

เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวว่าได้ปิดเว็บพนันไปแล้ว 717,425 URL เหลืออีก 309 เว็บไซต์ที่ต้องตามปราบ  ฉะนั้น ประมาณการโดยรวมอาจมีเว็บพนันทั้งหมดราว 5,000 เว็บไซต์ ปิดไปได้แล้วราว 4,700 เว็บหรือ 7.1 แสนURL เหลืออีกราว 46,350 URL จาก 309 เว็บที่ต้องตามไล่ปิด (ในที่นี้ขอมองข้ามประเด็นการกลับมาเปิดซ้ำของเว็บที่ถูกปิดไป)

ตามสถิติแล้ว เมื่อเว็บพนัน 1 เว็บถูกปิดลง จะมีผู้เล่นพนันเพียง 10% ที่เลิกเล่น ส่วนอีก 90% จะดิ้นรนไปหาเว็บอื่นเล่นต่อ  นั่นคือ ปิด 1 เว็บจะลดคนเล่นที่ตกเป็นเหยื่อลงไปประมาณ 100 คน (อีก 900 คนกระโจนไปเว็บใหม่) เฉลี่ย 1 คนใช้เงินพนันประมาณ 25,000 บาท/ปี  จึงช่วยเซฟเงินไป 2.5 ล้านบาทต่อเว็บ/ปี

ฉะนั้น จึงประมาณการได้ว่า ปฏิบัติการปิดเว็บพนันของสตช.ในช่วงที่ผ่านมา สามารถลดเหยื่อพนันลงไปได้แล้วราว 7 แสนคน (1 URL : 1 คน) ช่วยเซฟเงินไปราว ๆ 17,500 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ยังเหลืออีกเกือบ 4.9 ล้านกว่าคนที่คงแสวงหาช่องทางการเล่นทางอื่นอยู่  ด้วยความ “ติดใจ” ที่เคยได้เงินจากเว็บพนัน  “ติดพัน” เพราะยังพยายามจะตามไล่ล่าเงินที่เสียไปคืนกลับมาให้ได้ และที่น่าสนใจคือ 20 % ของผู้ที่ยังไม่หยุดเล่นนี้มีสาเหตุจากการ “ติดพนัน” นั่นคือ ใน 1 URL จะมีผู้ที่เข้าข่ายติดพนัน 2 คน  ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ ที่ 1.4 ล้านคน จากจำนวน URLทั้งหมด

มีตัวเลขประมาณการของศูนย์วิจัย NORC (National Opinion Research Center) ของสหรัฐอเมริกา ประมาณต้นทุนทางสังคม (Social cost) ของผู้ติดพนัน 1 คนว่าตกอยู่ราว 10,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือ 330,000 บาทต่อคนต่อปี 

ต้นทุนทางสังคมนี้หมายถึง ต้นทุนที่เกิดจากการที่คนเหล่านี้ไปก่ออาชญากรรม  หรือกลายเป็นผู้ด้อยผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถทำงานหรือเล่าเรียนได้ กลายเป็นคนตกงานจนต้องให้รัฐหรือครอบครัวดูแล   เจ็บป่วยทางกายสุขภาพทรุดโทรม และป่วยทางจิต จนเกิดอาการซึมเศร้า และนำไปสู่การคิดฆ่าตัวตาย

ฉะนั้น การปิด 1 เว็บพนัน ซึ่งเท่ากับ 10 URL ที่มีคนติดพนัน URL ละ 2 คน เท่ากับ ติดพนัน 20 คนต่อ 1 URL สร้างต้นทุนที่เป็นภาระตกแก่สังคมคนละ 330,000 บาท คิดเป็นตัวเลขรวมที่ 6.6 ล้านบาทต่อ 1 เว็บ

นี่คือต้นทุนที่สังคมต้องจ่าย จากการสูญเสียคนของตนให้แก่การติดพนันที่เว็บพนันมีส่วนสร้างขึ้น

การปิดเว็บพนัน 1 เว็บจึงมีนัยทางตัวเลขต่อ 1 ปี คือ ช่วยลดเหยื่อพนันได้ 100 คน ช่วยเซฟเงินไป 2.5 ล้านบาท และช่วยลดต้นทุนทางสังคมจากคนติดพนัน 6.6 ล้านบาทต่อเว็บ เป็นอย่างต่ำ

หมายเหตุ :

*ข้อมูลสถิติจาก CHAT GPT

** การวิเคราะห์นี้เลือกใช้การคิดบนฐานของ “ค่าเฉลี่ยต่อ URL””  ซึ่งเป็นการคิดที่ได้ค่าตัวเลขต่ำสุด จึงมีแนวโน้มจะได้ผลการวิเคราะห์ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง  ในขณะที่หากเลือกใช้ “ค่าเฉลี่ยต่อเว็บจากคดีใหญ่” ก็จะได้ได้ค่าตัวเลขที่สูง และได้ผลการวิเคราะห์ที่มีแนวโน้มสูงเกินกว่าความเป็นจริง