“ร็อบ ฟอร์ด” นายกเทศมนตรีสุดฉาวแห่งปี

รายงานโดย อิสรนันท์

โรเบิร์ต บรูซ ฟอร์ด หรือร็อบ ฟอร์ด นายกเทศมนตรี แห่งมหานครโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ผู้อื้อฉาวที่สุดแห่งปี ที่มาภาพ : http://i.huffpost.com
โรเบิร์ต บรูซ ฟอร์ด หรือร็อบ ฟอร์ด นายกเทศมนตรีแห่งมหานครโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ผู้อื้อฉาวที่สุดแห่งปี
ที่มาภาพ: http://i.huffpost.com

ถึงจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดได้สวมหมวกนายกรัฐมนตรีอันเป็นผู้นำสูงสุดฝ่ายบริหารของประเทศ เป็นแค่เพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ ระดับนายกเทศมนตรีเท่านั้น แต่ขณะนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้จักชื่อของโรเบิร์ต บรูซ ฟอร์ด หรือร็อบ ฟอร์ด นายกเทศมนตรีสุดกร่างแห่งมหานครโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ผู้อื้อฉาวที่สุดแห่งปี

สงสัยคงเป็นเพราะเสพติดอำนาจมานาน จนหลงละเมอเพ้อพกว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้า ทำอะไรก็ได้ในสิ่งที่กฎหมายเขียนห้ามไว้ ร็อบ ฟอร์ด วัย 44 ปี นายกเทศมนตรีคนที่ 64 และคนปัจจุบันของโตรอนโต จึงสาละวนสร้างเรื่องอื้อฉาวไม่รู้จบ ทั้งสุรา นารี และยาเสพติด จนกลายเป็นข่าวดังระดับโลก ท้ายสุด สภาเทศบาลมหานครโตรอนโตต้องลงมติด้วยเสียงท่วมท้นถึงสองครั้งสองคราเพื่อตอบโต้ที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมและไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง ด้วยการยืนยันให้ลดอำนาจนายกเทศมนตรีผู้อื้อฉาวลงจนกว่าจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปีหน้า ตั้งแต่อำนาจในการปรับลดงบประมาณและโอนย้ายอำนาจส่วนหนึ่งให้รองนายกเทศมนตรี เพิ่มเติมจากเดิมที่ลงมติครั้งแรกให้เพิกถอนสิทธิในการแต่งตั้งและถอดถอนรองนายกเทศมนตรี รวมถึงให้อำนาจรองนายกเทศมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภัยธรรมชาติ อีกด้วย เนื่องจากกฎระเบียบของสภาเทศบาลเมืองโตรอนโตระบุชัดว่าไม่สามารถถอดถอนนายกเทศมนตรีออกจากตำแหน่งตามเสียงเรียกร้องของประชาชน ยกเว้นศาลจะตัดสินว่ามีความผิดจริง และให้จำคุกฐานทำผิดทางอาชญากรรม

ข่าวฉาวโฉ่ไร้เทียมทานของร็อบ ฟอร์ด เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วต่อเนื่องจนถึงปลายปีนี้ กรณีมีข่าวว่าเจ้าตัวใช้ภาษาหยาบคายและหยาบโลนเสนอจะทำ “ออรัลเซ็กซ์” ให้กับเพื่อนร่วมงานหญิง ตามด้วยข่าวว่าข้องเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งใช้บริการทางเพศกับหญิงค้าบริการทางเพศในวันเซนต์แพทริกเมื่อปีที่แล้ว ตลอดจนมีพฤติกรรมเมาแล้วขับ ใช้ภาษาดูถูกทางเชื้อชาติ และข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการบังคับให้ไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ตอนแรก นายกเล็กโตรอนโตทำปากแข็งยืนกรานว่าไม่เคยสร้างเรื่องอื้อฉาวนั้น แถมยังขู่จะฟ้องอดีตหัวหน้าคณะทำงานและผู้ใต้บังคับบัญชา 2 คน ฐานหมิ่นประมาทและทำลายชื่อเสียง แต่ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเจ้าตัวก็ยอมพลิกลิ้นกล่าวคำขอโทษ และพยายามเรียกคะแนนสงสารด้วยการลงทุนพานางเรนาตา ภรรยามาด้วย แต่เธอยืนก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลา ช่วงที่สามียอมรับว่าใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมเมื่อพูดถึงเรื่องเพศสัมพันธ์ส่วนตัวให้ประชาชนได้รับทราบ รวมทั้งยอมรับว่าเคยเสพโคเคนจริง แต่กำลังจะเข้ารับการบำบัดจากทีมผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผยว่าเป็นใครหรือรายละเอียดการบำบัด

แต่ระหว่างนั้น นิสัย “ปากพาจน” ก็พ่นพิษ ช่วงที่คุณพ่อลูกสองแก้ตัวเรื่องการซื้อประเวณีนั้น กลับเผลอใช้วาจาส่อไปในทางอนาจารว่าตัวเอง “มีชีวิตสมรสที่ซาบซ่านดี” พร้อมกับหลุดถ้อยคำที่สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าพอใจยิ่งยวดกับจำนวนครั้งของการมีออรัลเซ็กซ์ที่บ้าน ตลอดจนสาธยายด้วยถ้อยคำเกินคำบรรยาย ซึ่งเท่ากับทำร้ายจิตใจของภรรยามากขึ้นไปอีก และเท่ากับเติมเชื้อไฟความไม่พอใจของชาวเมืองโตรอนโตมากยิ่งขึ้น

ความวัวไม่ทันหาย ความควายระลอกสองระลอกสามก็เข้ามาแทรก เมื่อมีภาพคลิปวิดีโอที่แอบถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือว่อนเน็ตรอบ 2 เป็นเหตุการณ์ที่ร็อบ ฟอร์ด มีอาการมึนเมาอย่างหนัก และทำท่าทางจะฆ่าใครคนหนึ่ง ในคลิปวิดีโอนั้น นายกเทศมนตรีฉาวพูดด้วยอาการมึนเมาว่าจะบีบคอ ควักลูกตา ให้แน่ใจว่าคนๆ นั้นตายแล้วจริงๆ แต่ในคลิปนั้นไม่บอกว่าคนที่อยากจะฆ่าให้ตายนั้นเป็นใคร หลังจากนั้น 2 วัน ร็อบ ฟอร์ด ถูกกดดันให้ต้องยอมออกปากขอโทษอีกครั้งว่า นอกเหนือจากติดเหล้าแล้ว ยังเคยแอบซื้อกัญชามาเสพบ่อยครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ดึงดันไม่ยอมลาออกแม้จะรู้สึกอับอายในพฤติกรรมเหล่านั้น ซึ่งยิ่งทำให้ชาวเมืองโตรอนโตกดดันมากขึ้น ด้วยหวังให้เจ้าตัวลาออกจากตำแหน่งเพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ระหว่างที่สภาเทศบาลโตรอนโตเปิดอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน นายกเล็กแห่งโตรอนโตได้ยืดอกยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตัวเองได้แอบซื้อยาเสพติดไปเสพทั้งที่ผิดกฎหมายและตัวเองก็เป็นผู้ริเริ่มโครงการณรงค์ปราบปรามยาเสพติดในมหานครที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา และแม้ว่าร็อบ ฟอร์ด จะยอมกล่าวขอโทษอีกครั้งที่ได้สร้างความอับอายให้กับเมืองนี้ แต่ก็อ้างว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ และจะต้องเดินหน้าต่อไปด้วยการทำงานในฐานะนายกเทศมนตรีเหมือนเดิม โดยจะไม่ลาออก

ร็อบ ฟอร์ด ซึ่งคิดว่าตัวเองยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ในมือยังเล่นสำบัดสำนวนว่ารัฐประหารอันน่าเศร้าได้เกิดขึ้นในแคนาดาแล้ว ก่อนจะขู่สมาชิกสภาที่ต่อต้านตัวเองว่าจะได้เห็นดีกัน เพราะนอกจากตัวเองอาจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปฟ้องร้องต่อศาลแล้ว ตัวเองยังมีแผนจะลงสมัครเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำหนดมีขึ้นในเดือน ต.ค. ปีหน้า เพื่อสานฝันสูงสุดแบบบูรณาการว่าจะต้องไต่เต้าขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของแคนาดาให้ได้ในวันหนึ่งข้างหน้า

เพราะความกร่างและไม่ยอมสำนึกในความผิดที่ก่อไว้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายขึ้นในการประชุมที่มีประชาชนร่วมฟังอย่างคับคั่งหลายร้อยคน เมื่อนายกเทศมนตรีเกิดมีปากเสียงกับประชาชนถึงขนาดวิ่งปราดไปหาคู่กรณีด้วยความไม่พอใจ กระทั่งเกิดชนกับสมาชิกสภาฯ หญิงผู้หนึ่งจนล้ม แม้ว่าร็อบ ฟอร์ด จะเข้าไปประคองเธอให้ลุกขึ้นมายืนแต่ไม่ยอมออกปากขอโทษ โดยอ้างว่าเคยขอโทษมากพอแล้ว เลยกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ

ที่มาภาพ: http://ipolitics_assets.s3.amazonaws.com
ที่มาภาพ: http://ipolitics_assets.s3.amazonaws.com

คงเป็นเพราะสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการประชุมสภาเทศบาลเมือง ร็อบ ฟอร์ด จึงจัดรายการโทรทัศน์ช่อง “ซัน นิวส์ เน็ตเวิร์ก” ร่วมกับดั๊ก ฟอร์ด พี่ชายซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาเทศบาลเมืองโตรอนโตเช่นกัน และก่อนหน้านี้เคยเรียกร้องให้น้องชายยอมพักงานตามมติของสภาเทศบาลเมือง ร็อบยืนยันว่าเจ้าตัวจะเดินหน้าตอบโต้การลงมติของสภาเทศบาลเมือง โดยขู่จะนำเรื่องฟ้องศาล พร้อมกับประณามสมาชิกสภาเทศบาลว่าเป็นฝ่ายซ้าย และไม่มีคุณสมบัติพอที่จะโจมตีการกระทำของตัวเอง

ร้อนถึงนางเคธลีน วีนน์ ผู้ว่าการรัฐออนแทรีโอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโตรอนโต ต้องประกาศจุดยืนว่าอยากจะใช้วิธีทางกฎหมายบีบบังคับให้ร็อบ ฟอร์ด ถอดหัวโขนนายกเทศมนตรีแต่โดยดี ในฐานะที่สร้างความเสื่อมเสียให้แก่เมืองนี้

โรเบิร์ต บรูซ ฟอร์ด หรือ “ร็อบ”ฟอร์ด” นักธุรกิจและนักการเมืองชาวแคนาดา เกิดเมื่อปี 2512 เป็นทายาทคนที่ 4 และคนเล็กสุดของรูธ ไดแอน แห่งตระกูลแคมป์เบลล์ และดักลาส บรูซ ฟอร์ด นักธุรกิจและนักการเมืองท้องถิ่นในฐานะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองโตรอนโต ผู้ก่อตั้งบริษัทเดโค ลาเบลส์ และแทกส์ บริษัทข้ามชาติผู้ผลิตอุปกรณ์ติดฉลากบนถุงพลาสติกที่มียอดจำหน่ายปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่เด็กก็ฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งพ่อก็ช่วยสานฝันนั้น ด้วยการส่งไปเข้าค่ายพิเศษของทีมวอชิงตัน เรดสกิน และมหาวิทยาลัยนอเตอร์ เดม หลังจบมัธยมปลายได้ศึกษาต่อด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยคาร์ลตันในออตตาวา แต่เรียนได้เพียงปีเดียวก็ลาออกไปทำงานเป็นพนักงานขายที่บริษัทเดโคของพ่อ โดยไม่เคยเข้าเรียนต่อที่ไหนอีกเลย

แม้จะออกเรียนกลางคัน แต่ด้วยความรักในกีฬาอเมริกันฟุตบอล ร็อบ ฟอร์ด จึงมีส่วนร่วมในการตั้งทีมอเมริกันฟุตบอล แต่ไม่เคยลงแข่งแม้แต่นัดเดียว เคยทำหน้าที่เป็นโค้ชฟุตบอลของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งแต่ถูกไล่ออกเนื่องจากขัดแย้งกับผู้เล่นคนหนึ่ง จากนั้นหันไปเป็นโค้ชให้กับโรงเรียนมัธยมคาทอลิกนานกว่าสิบปี ก่อนจะถูกไล่ออกหลังจากตกเป็นข่าวฉาวในรอบปี แถมยังถูกขุดค้นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกรณีหาทุนให้กับทีมฟุตบอลทีมหนึ่งที่ตัวเองตั้งขึ้นมา

หลังจากประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ ร็อบ ฟอร์ด ก็กระโจนสู่ธุรกิจการเมือง เริ่มด้วยการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมือง 3 สมัยจากปี 2543-2553 และนับตั้งแต่นั้นมาก็ตกเป็นข่าวฉาว ทั้งเรื่องส่วนตัว รวมไปถึงเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการเป็นตัวจุดชนวนการโต้เถียงในสภาแทบไม่เว้นอาทิตย์จากคำพูดที่ไม่มีหูรูด อาทิ คราวที่คัดค้านไม่ให้สภาฯ เจียดงบ 1.5 ล้านดอลลาร์ ให้กับโครงการป้องกันโรคเอดส์ อ้างว่าเป็นประโยชน์กับพวกเกย์และพวกใช้เข็มร่วมกัน เมื่อนายกเทศมนตรีในสมัยนั้นชี้แจงว่าผู้หญิงเป็นกลุ่มเสี่ยงกลุ่มใหญ่สุด ฟอร์ดกลับตอบว่า “นี่ก็แสดงว่าผู้หญิงพวกนั้นไปนอนกับพวกเสือไบด้วยสิ” ทำให้มีการประท้วงตามมามากมาย

นอกจากนี้ ร็อบ ฟอร์ด ก็คัดค้านโครงการจัดเลนพิเศษหรือ “ไบค์ เลน” ให้กับคนขี่จักรยานว่าเหมือนกับกับจัดเลนพิเศษในสระว่ายน้ำให้กับฉลาม ซึ่งคงถูกกัดกินไม่ช้าก็เร็ว ถนนสร้างขึ้นเพื่อรถโดยสาร รถยนต์ส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อคนขี่จักรยาน หรือการแสดงความเห็นว่าคนในตะวันออกไกลทำงานเหมือนกับหมา ทำงานด้วยใจรัก ไม่มีวันหยุดเหมือนกับใครๆ งีบหลับข้างที่ทำงาน คนกลุ่มนี้ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ไต้หวัน และญี่ปุ่นจึงประสบความสำเร็จ ปรากฏว่าความเห็นนี้เรียกแขกมาชุมนุมประท้วงที่สภาเทศบาลจนต้องออกปากขอโทษ

ระหว่างการหาเสียงเป็นนายกเทศมนตรีเมื่อปี 2542 ร็อบ ฟอร์ด เคยถูกจับกุมในข้อหาครอบครองกัญชาในฟลอริดา แต่เจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะยอมรับในภายหลังว่าเป็นความจริงเนื่องจากจำนนต่อหลักฐานแต่ก็ไม่เคยเข็ด และแม้จะได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีตั้งแต่ 2553 เป็นต้นมา เจ้าตัวก็ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันเกือบทุกสัปดาห์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ โดยเฉพาะในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน อาทิ การขอให้เทศบาลเมืองอนุมัติงบพิเศษในการปรับปรุงซ่อมแซมถนนหน้าสำนักงานใหญ่ของบริษัทเดโกและแทกส์ของตัวเองก่อนจะจัดงานฉลองครบรอบ 50 ปี หรือการใช้หัวกระดาษที่มีตราของสภาเทศบาลไปใช้เพื่อขอทุนสนับสนุนทีมฟุตบอลของตัวเอง การเสพสุราจนเมามายรวมทั้งมีกัญชาในความครอบครอง การทำท่าทางลามกอนาจารใส่ประชาชนจากรถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ เมื่อปีที่แล้ว หนังสือพิมพ์โตรอนโตสตาร์รายงานว่าร็อบ ฟอร์ด เคยได้รับการขอร้องให้ออกจากงานกาลากองทุนทหารแคนาดาที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากไปร่วมงานในสภาพเมาแอ๋จนแทบประคองสติไม่อยู่

สมกับเป็นนายกเทศมนตรีสุดฉาวแห่งปีที่ไร้เทียมทานจริงๆ

  • Suwit Khunthongsap

    เป็นการเสนอข่าวด้านเดียวจริงๆ คำถามถ้าโดนเล่นเสียมากขนาดนี้ทำไมยังได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรี

    • StormShadow

      เหอะๆเค้าพูดถึงเรื่องอื้อฉาวหลังจากที่ได้รับตำแหน่งแล้วครับ ไม่ใช่เหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะได้รับเลือกเพราะก่อนหน้านั้นใครๆมันก็ทำตัวดีทั้งนั้น(อาจดีจริงหรือแสร้ง) แต่หลังจากนั้นสิมีเรื่องมากมายหลักฐานก็มีเจ้าตัวเองก็ยังยอมรับในภายหลัง ซึ่งก็ถือว่ามีศักดิ์ศรีมากกว่านักการเมืองไทยเยอะเพราะอย่างน้อยก็กล้ายอมรับความจริงแต่ก็ยังหน้าด้านไม่ยอมออกอยู่ดี จึงต้องถูกลดบทบาทลงแบบนี้ไง เพราะฉะนั้นมองอะไรให้มันกว้างๆนิดนึงนะไม่ใช่มองแคบๆอ้างแต่ประเด็น”มาจากการเลือกตั้งหรือเสียงข้างมาก” โดยไม่ได้ดูเลยว่าวิธีการบริหารประเทศหลังจากนั้นจะผิดชอบชั่วดียังไง เพราะการเลือกตั้งมันเป็นเพียงกระบวนการขั้นตอนหนึ่งของประชาธิปไตยไม่ใช่ทั้งหมด ไม่ใช่ว่าได้รับเลือกแล้วจะทำระยำอะไรก็ได้แล้วบอกมาจากการเลือกตั้งหรือเสียงข้างมาก เพราะหาไม่แล้วประชาชนมีสิทธิ์ที่จะเอาอำนาจนั้นคืนได้ทุกเมื่อ

  • ปฏิญญา

    ไอ้คนในองค์กรปกป้องประชาธิปไตยนี้ มันนิยมความเลวจริงๆ ขนาดคนเลวต่างประเทศ มันยังนิยม