ชอบอ่านบท ไม่ชอบคนสอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” 46 ปีในเก้าอี้นายกฯ 700 วัน ยืนบนแผนที่ค่อนโลก 109 วัน 43 ประเทศ

เพราะพี่-น้องเครือตระกูล “ชินวัตร” คือตระกูลการเมืองที่ครอบครองตำแหน่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีถึง 2 คน รวม 1 เขยจากตระกูล “วงศ์สวัสดิ์”

เพราะสมมติฐานของนักการเมืองที่เก๋าเกมในพรรคเพื่อไทยเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า คนในตระกูล “ชินวัตร” ยังได้รับความนิยม และได้รับความเห็นใจจากฐานเสียงเดียวกันกับคนรัก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ทรงอิทธิพลทั้งด้านการเมือง-การเงิน

เพราะความเชื่อว่า “ผู้หญิง” หน้าใหม่ทางการเมือง จะสร้างสีสัน-สดใส ความแปลกใหม่ ให้กับวงการเมือง และจะสร้างคะแนนให้พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้

ที่มาภาพ : http://www.nationmultimedia.com
ที่มาภาพ : http://www.nationmultimedia.com

ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงถูกโยนเข้าสู่ห้องประชุมที่ตึกชินวัตร 3 ในนามของผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 พรรคเพื่อไทย และภายใน 45 วัน ชื่อของเธอก็ได้รับการโหวตในสภาผู้แทนราษฎร ให้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 52 ของโลก ในวัยเพียง 44 ปี

วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 46 ปี ของเธอรอบนี้ (21 มิถุนายน) เป็นวันเกือบครบ 2 ปี ของการเป็นนายกรัฐมนตรี

ผ่านมาแล้วทั้งการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ สู้กับมรสุมการเมือง ผ่านมรสุมน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศ ข้อครหาเรื่องส่วนตัวกรณีเหตุ ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ การช่วยเหลือทางคดี-หรี่ตาข้างเดียวเพื่อส่งกฎหมายนิรโทษกรรม ให้กับพี่ชายผู้เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ครั้งหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพี่ชาย เคยกล่าวถึงบุคลิกของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีน้องสาวไว้ว่า “นายกฯ ยิ่งลักษณ์บุคลิกเหมือนของเล่นเด็กที่ติดเซ็นเซอร์ ถ้าชนสิ่งกีดขวางจะเด้งกลับ เปลี่ยนทิศทางทันที”

ดังนั้น ในฐานะประมุขตึกไทยคู่ฟ้า หัวหน้าฝ่ายบริหาร เธอจัดการปรับคณะรัฐมนตรี สับเปลี่ยนกำลังพล จัดโผรัฐมนตรีมาแล้วถึง 4 ครั้ง ภายใต้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ และบริการเสริมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวผู้ซึ่งเป็นภรรยาอดีตนายกรัฐมนตรี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

เช่นเดียวกับนโยบายหลัก นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ถูกปรับไปเปลี่ยนมาเมื่อพบว่ามีแนวต้าน ดังเช่นนโยบายรับจำนำข้าว, บัตรเครดิตพลังงาน และบัตรเครดิตชาวนา เป็นต้น

ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ่วงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังมีคะแนนนิยมในท้องถิ่นชนบท ทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ยังท่วมท้น

ทว่า คำวิเคราะห์ของกุนซือทั้งพรรคและที่ปรึกษาทั้งใน-ต่างประเทศสรุปตรงกันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ยากที่จะได้คะแนนเสียงจากคนในเมืองและชนชั้นกลางในประเทศ

ที่มาภาพ : http://www.korea.net
ที่มาภาพ : http://www.korea.net

ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต้องจัดวางบทบาทแต่ละบาทก้าวให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกหาเสียงกับนักการเมืองโลก เพื่อเสริมสมรรถนะให้เก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

กิจกรรมการเมือง อีเวนต์การบริหารโครงการเมกะโปรเจกต์ พระราชบัญญัติเงินกู้หลายล้านล้านบาท จึงต้องไปขึ้นเค้าโครงจากต่างประเทศ สร้างข่าวในเวทีโลก แล้วจึงส่งกระแสเข้ามาถึงมือสื่อในประเทศไทย

ยุทธศาสตร์โลกล้อมไทย ในนามรัฐบาลที่เป็นตัวแทนของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย จึงถูกปฏิบัติการตอกย้ำอย่างต่อเนื่อง

ตามรอยการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้พี่-อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23

ขับเคลื่อนควบคู่กับการจ้างบริษัทที่ปรึกษาทั้งด้านกฏหมาย ด้านประชาสัมพันธ์ และนักล็อบบี้ จากต่างประเทศ ถึง 4 แห่ง อาทิ

บริษัทแรก BGR Government Affairs มีจ็อบดิสคริปชั่นในการเจรจาเดินสายคุยกับนักการเมืองในสหรัฐอเมริกา และเผยแพร่วาทกรรมความคิดเรื่องประชาธิปไตยของ พ.ต.ท.ทักษิณและคณะ

บริษัทที่ 2 คือ Amsterdam & Peroff ซึ่งเป็นสำนักงานบริการด้านกฏหมายของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ขึ้นเวทีคนเสื้อแดง ต่อสู้เรื่องคดี 98 ศพ ในศาลอาญาระหว่างประเทศ

บริษัทที่ 3 คือ Kobre & Kim LLP รับทำงานในการล็อบบี้และการวางแผนด้านโยบายเศรษฐกิจ การเมือง

บริษัทที่ 4 คือ Baker Botts LLP ซึ่งมีเจ้าของชื่อนายเจมส์ เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่ปฏิบัติการงานการเมืองในสหรัฐอเมริกา

2 พี่น้องตระกูลชินวัตร เจ้าของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นอกจากทุ่มเงินส่วนตัวหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยังต้องทุ่ม-ทอดเวลาเดินสายต่างประเทศเดือนละหลายครั้งหลายครา

เส้นทางบิน 2 ปีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในรอบเกือบ 2 ปี ราว 700 วัน นับแต่วันที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เธอจึงใช้เวลาในการเดินทางอยู่นอกประเทศถึง 109 วัน เพื่อเดินทางไปทั้ง 5 ทวีป รวม 43 ประเทศ หากนับประเทศที่เดินทางไปซ้ำ ซึ่งบางแห่งซ้ำ 1 รอบ บางแห่งซ้ำ 2 ถึง 3 รอบ นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศรวม 51 ครั้ง

หากพลอตเส้นทางการเดินทางของนายกรัฐมนตรีในแผนที่โลกที่มีทั้งหมด 7 ทวีป รวม 193 ประเทศ นายกรัฐมนตรีไทย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปแล้วค่อนครึ่งโลก

เกือบทุกครั้ง ทุกประเทศ จะมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินสายนำร่องอย่างไม่เป็นทางการไปก่อน แล้วจึงตามด้วยการเยือนอย่างเป็นทางการของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปปาฐกถา การเยือนอย่างเป็นทางการ หรือการไปประชุมระดับนานาชาติ ล้วนมีบทพูดที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า แบบหวังผลทางการเมือง ให้สะท้อนกลับมาในกระดานการเมืองไทยแทบทุกครั้ง

โดยทีมทำข้อมูลเศรษฐกิจ บทพูด สคริปต์การปาฐกถา ล้วนผ่านสายตากุนซือตึกไทยคู่ฟ้า ทั้งนายพันศักดิ์ วิญญรัตน์, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทีมงานระดับสเปเชียลลิสต์ เขียนสคริปต์ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ อาทิ นายกัลยาณะ วิภัติภูมิประเทศ จากกระทรวงการต่างประเทศ และทีมเรียบเรียงข้อมูลด้านเศรษฐกิจโดยนายพลช หุตะเจริญ จากกระทรวงการคลัง ผนึกกับทีมพีอาร์ที่ปรึกษาใน-ต่างประเทศ

ตำแหน่งเกียรติยศ ที่เป็นผลจากการเดินสายทั่วโลก ในวาระที่ครบรอบ 2 ปีของรัฐบาลนางสาวยิ่งลัษณ์ ชินวัตร เธอถูกโหวตจากนิตยสารระดับโลกอย่างฟอร์บส์ ให้เป็นสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกลำดับที่ 31 ในปีนี้ หล่นลงมาจากลำดับที่ 30 ในปีที่แล้ว

ก่อนหน้านั้นในปี 2555 นิตยสารนิวส์วีค โหวตให้เธอเป็น 1 ใน 150 สตรีผู้สะเทือนโลก และเป็นสตรีตัวอย่างด้านการจัดการภัยพิบัติและผู้สนับสนุนบทบาทสตรีในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในภูมิภาคอาเซียน จากองค์การสหประชาชาติ

เมื่อครั้งที่เธอขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปีแรก เธอเคยถูกโหวตจากนิตยสารไทม์ ให้เป็น 1 ใน 12 สตรีที่เป็นผู้นำโลก

แม้เป็นนายกรัฐมนตรีมาเกือบ 2 ปี ร่วม 700 วัน เดินสายหาเสียงมาล่วงหน้านับปี เดินทางหาเสียงทั่วประเทศอีก 49 วัน แต่เธอก็ยังไม่คุ้นเคยกับคำถามของสื่อมวลชน

คนใกล้ชิดเธอทุกชั่วโมงสนทนากันว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ชอบนั่งพูด-ตอบคำถามกับสื่อมวลชน เพราะจะทำให้มีภาษากายที่ไม่เหมาะสม “ภาพ” เธออึดอัด ต้องลุกเดินเลี่ยงหนี จะกลายเป็น “ข่าว” ในคำถามที่เธอไม่อยากตอบ

ดังนั้น ทุกคราวที่เธอแถลงข่าว จะเห็นภาพเธอยืนและย่างไปข้างหน้าเรื่อยๆ เพื่อขยับให้พ้นจากเดดล็อค และเดดแอร์ จากไมโครโฟนของนักข่าว

เธอไม่ชอบให้นักการเมืองรุ่นเก๋า คนบ้านเลขที่ 109 หรือนักการเมืองบ้านเลขที่ 111 มานั่งหัวโต๊ะแล้วชี้แนะ สั่ง-สอน ให้เธอต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เธอจะฟัง หากคำแนะคำนำนั้นมาจากปากคนใกล้ชิดที่เธอไว้ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากส่งเป็น “ไฟล์” หรือ “ฮาร์ดก็อปปี้” เธอจะแฮปปี้มากในการ “ท่องและอ่าน”

ทุกๆ เช้า ทุกๆ ค่ำ ทั้งที่บ้านและที่ตึกไทยคู่ฟ้า เธอจะอ่านและอ่านบท-วาระที่ต้องประชุม ต้องพูด ต้องกล่าวกับคนที่ต้องพบปะในแต่ละวัน หากพบคำ-ประเด็นที่ไม่เคลียร์ เธอจะกดโทรศัพท์สอบถามคนต้นเรื่องทันที

ทุกนาทีของเธอที่ทำเนียบรัฐบาล คือชั่วโมงทำงานการเมือง วันคล้ายวันเกิดของเธอปีนี้ มีการจัดงานฉลอง “วันเกิดการเมือง” ล่วงหน้า 1 วัน ที่บ้านพิษณุโลก และเดินสายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่ามกลางการเข้าคารวะจากนักการเมืองในพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล นายทหารระดับสูง อย่าง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในวาระเดียวกันนี้ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เข้าหารือเรื่องภาคใต้ติดปลายนวมด้วย

อำนาจ วาสนา บารมีทางการเมืองของหญิงสาววัย 46 อย่างนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังรุ่งโรจน์ จนทำให้ฐานะและหน้าที่ของการเป็นการภรรยา ไม่อาจฉายแสงทาบทับรัศมีบทบาทที่โดดเด่นของนายกรัฐมนตรีหญิง ผู้เป็นประมุขตึกไทยคู่ฟ้า

งานทำบุญตักบาตร ที่เคยจัดหน้าคฤหาสน์ในซอยโยธินพัฒนา พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ลูกชาย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ และสามี นายอนุสรณ์ อมรฉัตร จึงไม่ปรากฏในข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในวันคล้ายวันเกิดของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในปีนี้

มีแต่ภาพ-ข่าว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่ามกลางขุนพล นายทหาร คณะรัฐมนตรี และนักการเมืองขาใหญ่ในพรรค คับคั่งร่วมอวยพร เคียงข้าง เพื่อสลัดภาพ “นายกรัฐมนตรีผู้น้อง” ที่ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้พี่โคลนนิ่ง ทิ้งมรดกทางการเมืองไว้ให้