
3 กระทรวง ยกระดับสาธารณสุขเรือนจำ! เปิดตัวนวัตกรรม “Traffy Fondue” เฝ้าระวัง-ควบคุมโรคระบาดเชิงรุกทั่วประเทศ มุ่งเน้นแจ้งเตือนรวดเร็ว เชื่อมโยงข้อมูล Real-time ตั้งเป้าแก้ปัญหาวิกฤติสุขภาพในพื้นที่เฉพาะอย่างยั่งยืน
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัล “Traffy Fondue” ขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระบาดในเรือนจำเชิงรุก มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ Real-time ลดระยะเวลาตอบสนอง และยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยมี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)
ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับมอบหมายจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ให้เป็นตัวแทน ลงนามความร่วมมือ โดยเปิดเผยว่า กระทรวง อว. มุ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์จริงแก่ประเทศ การต่อยอดแอปพลิเคชัน Traffy Fondue ซึ่งพัฒนาโดย สวทช. สู่การเป็นเครื่องมือเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยสุขภาพในเรือนจำ ถือเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสนับสนุนการทำงานเชิงรุก ทำให้สามารถรับรู้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven Decision Making) อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังและบุคลากรในเรือนจำได้อย่างยั่งยืน
ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้เรือนจำจะเป็นพื้นที่ควบคุม แต่ไม่ใช่พื้นที่ปิดตาย เนื่องจากมีการหมุนเวียนของผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และญาติเยี่ยมตลอดเวลา หากเกิดการระบาดของโรคย่อมมีโอกาสแพร่กระจายสู่ชุมชนภายนอกได้ ซึ่งข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2568 สะท้อนถึงความสำคัญของการมีระบบเฝ้าระวังที่รวดเร็ว โดยพบเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำรวมกว่า 91 เหตุการณ์
สถิติเหตุการณ์การระบาดในเรือนจำ ปี พ.ศ. 2568 (กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค)
• โรคไข้หวัดใหญ่: 50 เหตุการณ์ (ผู้ป่วย 6,795 ราย)
• โรคโควิด-19: 18 เหตุการณ์ (ผู้ป่วย 1,960 ราย)
• โรคอาหารเป็นพิษ/อุจจาระร่วง: 7 เหตุการณ์ (ผู้ป่วย 1,869 ราย)
รวมทั้งยังพบการระบาดของโรคติดต่ออื่น ๆ เช่น โรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคปอดอักเสบ โรคสุกใส โรคหิดและโรคตาแดง แม้จะพบในจำนวนไม่มาก แต่ล้วนเป็นโรคที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การมีระบบแจ้งเหตุและตอบสนองที่รวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญในการลดการแพร่กระจายของโรคและลดผลกระทบต่อทั้งผู้ต้องขัง เจ้าหน้าที่ และประชาชนโดยรวม
รมว.สาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า “นวัตกรรม Traffy Fondue เวอร์ชันเฉพาะเรือนจำ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแจ้งเตือน (Alert) และฟังก์ชันยกระดับการแจ้งเตือน หากการสอบสวนโรคล่าช้าเกินกว่า 72 ชั่วโมง เพื่อส่งข้อมูลตรงไปยังส่วนกลางและรองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สามารถสั่งการบริหารจัดการภาวะวิกฤตได้ทันท่วงที และฟังก์ชันจะเริ่มเปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2570”
ขณะที่ พันตำรวจเอก อิทธิกร จิรัตนานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การถูกจำคุกเป็นการจำกัดเสรีภาพ แต่ไม่ใช่การจำกัดสิทธิในการได้รับการดูแลสุขภาพตามหลักสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม การจัดบริการสุขภาพในเรือนจำต้องทำควบคู่กับความมั่นคงสูงสุด ซึ่งการประยุกต์ใช้ Traffy Fondue ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทเรือนจำผ่าน 6 คุณลักษณะขั้นสูง:
6 คุณลักษณะขั้นสูงของ Traffy Fondue สำหรับเรือนจำ
1. ระบบระบุตัวตนด้วย QR Code เฉพาะ: แก้ปัญหาการเปิดเผยพิกัดทางภูมิศาสตร์ (GPS) และข้อจำกัดอินเทอร์เน็ตในเรือนจำ
2. มองเห็นข้อมูลคู่ขนาน: จำกัดสิทธิ์ตามสายบังคับบัญชาทั้งกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค ติดตามสถานการณ์แบบ Real-time
3. แจ้งเตือนอัตโนมัติพร้อม SLA: ประเมินและยกระดับการแจ้งเตือนทันทีหากการดำเนินงานล่าช้ากว่ากำหนด
4. บันทึก Timestamp ละเอียดระดับวินาที: ติดตามประวัติการทำงานและส่งออกข้อมูลเพื่อประเมินประสิทธิภาพ
5. Executive Dashboard: ประเมินการกระจายตัวของโรคผ่านแผนที่จุดเสี่ยง
6. ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สูง: ทำงานในระบบปิด (Closed System) ไม่บังคับเก็บตัวตนผู้ป่วย เคารพกฎหมาย PDPA



