
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษครั้งที่ 2/2568) โดยนายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรียืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th/
ครม.นัดพิเศษให้ส่วนราชการลดธงครึ่งเสา 30 วัน -ขรก.ไว้ทุกข์ 1 ปี ‘กิจกรรมรื่นเริง-คอนเสิร์ต’ ขอให้ปรับรูปแบบตามความเหมาะสม นายกฯเตรียมลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียพรุ่งนี้
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษครั้งที่ 2/2568) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศ และพสกนิกรในทุกๆ ด้าน ถือเป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ มีความเมตตา เป็นพระมหากรุณาธิคุณ และมีความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง
“ในนามคณะรัฐมนตรี ขอให้ทุกท่านร่วมกันแสดงความอาลัย ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งขอให้ถวายงานด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์ และเสียสละ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ในการทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า มีความสถาพร และให้ประชาชนชาวไทยมีความสุข และก่อให้เกิดความเจริญมั่นคงของประเทศชาติ”
ภายหลังการประชุม ครม. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ก็มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่างเกี่ยวกับงานพระราชพิธีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงขอให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป และขอให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม ในฐานะพสกนิกรของพระองค์ท่าน จึงขอความร่วมมือแต่งกายสีดำ ถ้าไม่ได้ ก็ขอให้เป็นโทนสีไม่ฉูดฉาด เป็นระยะเวลา 90 วัน
ทำเนียบรัฐบาล ลดธงลงครึ่งเสา
“ส่วนการจัดคอนเสิร์ตในเบื้องต้น คงต้องขอความร่วมมือและจะพยายามหาทางออกที่ดี เมื่อทำออกมาแล้วไม่มีผลกระทบ แต่เราก็ต้องดูในเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีของพวกเราด้วย” นายอนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องการไปประชุมที่ประเทศมาเลเซียมีการปรับกำหนดการ หรือไม่ อย่างไร
นายอนุทิน กล่าวว่า “จริงๆวันนี้จะต้องไปเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งผมก็ได้ขอยกเลิกไปแล้ว แต่ในวันพรุ่งนี้จะมีการลงนามในถ้อยแถลงการกำหนดแนวทางที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งการลงนามในครั้งนี้จะมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย เป็นสักขีพยาน ผมได้ขอให้ล่นระยะเวลาในการลงนามในช่วงบ่ายมาเป็นช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ โดยผมจะรีบกลับมาให้ทันงานพระราชพิธี”
ส่วนการประชุมที่ผู้นำ APEC หากไม่มีประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องให้ผู้นำประเทศไปหารือ ผมได้ขอมติคณะรัฐมนตรี มอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปปฏิบัติหน้าที่แทน
สำหรับการลงนามแนวทางที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในวันพรุ่งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า “กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง กองทัพ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกันเจรจาทั้งในที่ประชุม JBC และ GBC จนนำมาซึ่งบทสรุปที่เป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ประเทศไทยของให้กัมพูชาปฏิบัติตาม และเมื่อกัมพูชาได้ปฏิบัติตามแล้ว ก็มีการพิจารณาในประเด็นเรื่องภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศไทยได้หมดไปแล้วหรือยัง ถ้าประเด็นนี้หมดไปแล้ว หากจะต้องดำเนินการตามธรรมเนียมต่อไป”
“ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าหากมีการลงนามไปแล้วประเทศไทยจะเสียเปรียบ หรือ ทำให้เกิดการสูญเสียอธิปไตย หรือ สูญเสียดินแดนหรือไม่ ผมขอยืนยันว่า ไม่มีทั้งสิ้น เป็นการทำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ประชาชนลดความสูญเสีย และรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย” นายอนุทิน กล่าว
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และได้มีมติให้ภาคเอกชนงดกิจกรรมรื่นเริงเป็นเวลา 30 วัน นั้น ไม่เป็นความจริง
การประชุม ครม. ดังกล่าว เป็นการประชุมเพื่อรับทราบ ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต และพิจารณาแนวทางการดำเนินการไว้ทุกข์ของส่วนราชการ โดยมีมติให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์มีกำหนด 1 ปี และให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในที่ประชุมและในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลขอความร่วมมือ ให้พี่น้องประชาชนและภาคเอกชน พิจารณาปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับบรรยากาศแห่งความอาลัย โดยมิได้มีคำสั่งห้าม หรือ มติให้ระงับกิจกรรมใดเป็นการเฉพาะ
“รัฐบาลมีความเข้าใจว่าภาคธุรกิจบันเทิง การท่องเที่ยว และการบริการมีการวางแผนกิจกรรมล่วงหน้าไว้แล้ว จึงขอให้ใช้ดุลยพินิจ ปรับรูปแบบให้เหมาะสม และสมพระเกียรติ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำคือ การร่วมแสดงความอาลัยด้วยจิตสำนึกแห่งความรัก ความเคารพ และความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ โดยรัฐบาลไม่ได้มีเจตนาจะจำกัดเสรีภาพทางเศรษฐกิจหรือกิจกรรมทางสังคมของเอกชนแต่อย่างใด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการของรัฐบาล และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีคือให้คนไทยทุกคนร่วมไว้อาลัยด้วยหัวใจ
“รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทย ร่วมตั้งจิตภาวนา แสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์สถิตในสรวงสวรรค์ และทรงอภิบาลคุ้มครองพสกนิกรชาวไทยให้มีความผาสุกร่มเย็นภายใต้ร่มพระบารมีตลอดไป” น.ส.ไตรศุลี กล่าว


