
เปิดเสรีสุราชุมชน เฟส 2 กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอ “เอกนิติ” แก้กฎกระทรวง – กฎกมายลูก ปลดล็อก ‘Craft Beer’ พร้อมบรรจุกระป๋องขายนอกโรงเบียร์ เริ่ม ม.ค.ปีหน้า
เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 กรมสรรพสามิต นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมบริษัท นรสิงห์บริเวอรี่ จำกัด เป็นโรงงานผลิตเบียร์ขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า “Brew Pub” บริษัทผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ที่ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยมภายใต้โครงการ “1 ชุมชน 1 สรรพสามิตแชมเปี้ยน” ประเภท “คราฟต์เบียร์” จากกรมสรรพสามิตตามนโยบายของรัฐบาล ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการสุราชุมชนให้มีมาตรฐาน , ยกระดับรายได้ของชุมชน และส่งเสริม Soft Power โดยการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
นางศรีนวล กระต่ายวงษ์พระจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการจัดเก็บภาษี 1 กรมสรรพสามิต กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 กฎหมายและระเบียบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ผู้ผลิต Craft Beer จำหน่ายคราฟต์เบียร์ ณ สถานที่ผลิตเท่านั้น เช่น จำหน่ายที่โรงเบียร์ หรือ เครือข่ายสาขาของโรงเบียร์ แต่หลังจาก พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ถัดจากวันที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา (5 มิถุนายน 2568) ตามกฎหมายฉบับใหม่ก็จะแบ่งโรงงานผลิตเบียร์ออกเป็น 3 ประเภท คือ โรงเบียร์ขนาดใหญ่ , โรงเบียร์ขนาดกลาง และโรงงานผลิตคราฟต์เบียร์ สำหรับโรงเบียร์ขนาดใหญ่ และขนาดกลาง สามารถนำน้ำเบียร์ที่ผลิตได้มาบรรจุใส่ขวด หรือ กระป๋องออกจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปได้ ส่วนประเภทที่ 3 โรงงานผลิตคราฟต์เบียร์ ประเภท Brew Pub สามารถบรรจุถัง Keg (ถังอลูมิเนียม) ออกจำหน่ายนอกสถานที่ได้จากเดิมกำหนดให้จำหน่าย ณ สถานที่ผลิตเท่านั้น
“ตามกระบวนการของกฎหมาย หลังจาก พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้วภายใน 180 วัน กรมสรรพสามิตต้องออกกฎทรวงฉบับใหม่ ซึ่งในขณะนี้ยกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมนำเสนอ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นชอบในหลักการ จากนั้นกรมสรรพสามิตก็จะเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือ Public Hearing เสร็จเรียบร้อยก็ส่งให้กระทรวงการคลังนำเสนอที่ประชุม ครม.อนุมัติภายในเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นก็จะมีกฎหมายลูกตามมาทันที” นางศรีนวล กล่าว
นางศรีนวล กล่าวต่อว่า หลังจากกฎกระทรวงการผลิตสุราฉบับใหม่ และกฎหมายลูกมีผลบังคับใช้แล้ว สำหรับโรงเบียร์ขนาดกลางก็จะสามารถนำน้ำเบียร์มาบรรจุขวด หรือ กระป๋องออกมาจำหน่ายได้อย่างเสรี ส่วนโรงเบียร์ ประเภทที่ 3 คราฟต์เบียร์ ก็จะให้บรรจุน้ำเบียร์ใส่ถัง Keg ในปริมาณ 20 ลิตร/ถัง ออกไปขายนอกสถานที่ได้ เช่น ส่งขายตามร้านค้า หรือ อาหารทั่วไป หรือ ตามงานจัดเลี้ยงก็ได้ จากเดิมกำหนดให้ขายได้เฉพาะในโรงเบียร์เท่านั้น แต่ถ้าจะขนเบียร์ออกไปขายที่ร้านสาขาของโรงเบียร์ต้องมาขออนุญาตสรรพสามิตพื้นที่ ซึ่งกรมสรรพสามิตจะกำกับดูแลตั้งแต่ต้นทางและปลายทาง แต่ถ้ากฎกระทรวงการผลิตสุราฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ ผู้ประกอบการสามารถนำคราฟต์เบียร์ใส่ถัง Keg ไปขายที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องมาขออนุญาตกรมสรรพสามิตอีกต่อไป คาดว่าโรงเบียร์ขนาดกลาง และคราฟต์เบียร์จะเริ่มนำเบียร์ใส่บรรจุภัณฑ์ออกจำหน่ายนอกโรงงานได้ในเดือนมกราคมปี 2569

นายสุทธิพงษ์ กุลศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นรสิงห์ บริวเวอรี่ จำกัด
ด้านนายสุทธิพงษ์ กุลศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นรสิงห์ บริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า โรงเบียร์นรสิงห์เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 ผลิตเบียร์ขายพร้อมอาหาร เครื่องดื่ม และแสดงดนตรีสดภายในโรงเบียร์นรสิงห์ รวมทั้งใส่ถัง Keg ส่งขายที่สาขาของโรงเบียร์นรสิงห์อีก 2 แห่ง คือที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอยุธยาเท่านั้น กรมสรรพสามิตยังไม่อนุญาตให้นำเบียร์ออกไปขายนอกโรงงาน หรือ นอกเครือข่ายสาขาของเราได้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โรงเบียร์นรสิงห์ก็พยายามพัฒนาคราฟต์เบียร์ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งคราฟต์เบียร์ของนรสิงห์มีทั้งหมด 15 รส และได้ไปจดทะเบียนไว้กับกรมสรรพสามิตเรียบร้อยแล้ว หากกรมสรรพสามิตปลดล็อกในเรื่องของการจัดจำหน่ายสุราชุมชน ทางโรงเบียร์นรสิงห์ก็มีกำลังการผลิตพร้อมที่จะนำคราฟต์เบียร์ที่มีคุณภาพ หรือ รสชาติคงที่ตามมาตรฐานใส่ถัง Keg ออกจำหน่ายตามร้านอาหาร หรือ ผ่านจำหน่ายตัวแทนของโรงเบียร์นรสิงห์ ส่วนเรื่องการบรรจุขวด หรือ กระป๋องนั้น คงต้องรอความจัดชัดเจนของกฎหมายก่อน


