
‘อนุทิน’ เปิด Gastech 2026 ชูความมั่นคงพลังงานไทย 3 แนวทาง ราคาไม่เกินกำลังประชาชน เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดแบบทำได้จริง เชื่อมลงทุนและการสร้างงาน โชว์BOI ครึ่งปีแรกพุ่ง 1.43 ล้านล้านบาท เร่งโซลาร์รูฟท็อป 50,000 ล้าน กลาง ต.ค. นี้ ด้าน ‘โทนี แบลร์’ ชี้ความมั่นคงด้านพลังงานหัวใจของเอกราช และอนาคตเศรษฐกิจทุกประเทศ แนะอาเซียนต้องมีแหล่งพลังงานหลากหลาย รับมือสงคราม AI
วันที่ 14 ก.ย. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน Gastech 2026 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า ” วันนี้รัฐบาลทุกประเทศเผชิญคำถามเดียวกัน คือจะทำอย่างไรให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันต้องรักษาราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ประชาชนเข้าถึงได้ และเดินหน้าไปสู่อนาคตที่สะอาดขึ้น”
สำหรับประเทศไทย ราคาพลังงานส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายของครัวเรือน ต้นทุนธุรกิจ ความสามารถแข่งขันของประเทศ และการตัดสินใจของนักลงทุน ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก AI บริการคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์
“การเปลี่ยนผ่านที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ ย่อมไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านที่ยั่งยืน ไทยไม่เลือกระหว่างความมั่นคงด้านพลังงานกับความยั่งยืน แต่ต้องทำให้เกิดขึ้นทั้ง 2 ด้าน ในราคาที่ประชาชนและธุรกิจรับไหว” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวต่อว่า แนวทางพลังงานของไทยตั้งอยู่บน 3 เรื่องสำคัญ 1.ความมั่นคงด้านพลังงานและราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ โดยก๊าซธรรมชาติยังเป็นรากฐานสำคัญของระบบไฟฟ้าไทย ช่วยให้ระบบมั่นคงและยืดหยุ่นระหว่างเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ดังนั้นก๊าซธรรมชาติและ LNG จึงยังมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่การหยุดใช้พลังงานเดิมทันทีจนระบบไฟฟ้าสะดุด แต่ต้องกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากราคาตลาดโลกที่ผันผวน
2.การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องทำให้เกิดขึ้นจริง โดยไทยกำลังเร่งพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งระบบเศรษฐกิจ
“ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. เป็นต้นไป รัฐบาลจะเริ่มโครงการวงเงิน 50,000 ล้านบาท สนับสนุนครัวเรือนติดตั้ง Solar Rooftop พร้อมให้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าส่วนประกอบอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์บางประเภท เพื่อช่วยครัวเรือนลดค่าไฟและรับมือราคาพลังงานในอนาคต” นายอนุทินกล่าว
พร้อมกล่าวต่อว่า “พลังงานสะอาดต้องลงมาถึงหลังคาบ้านประชาชน ไม่ใช่อยู่แค่ในโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และไทยมีจุดแข็งด้านพลังงานชีวภาพจากฐานเกษตร สามารถนำพืชผล วัสดุเหลือใช้ และผลพลอยได้ ไปผลิตเอทานอล ไบโอดีเซล ไบโอมีเทน และเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ แนวทางนี้ทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่ประโยชน์ของอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น เปลี่ยนของเหลือจากภาคเกษตรเป็นรายได้ใหม่ และลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระยะยาว
3.การเชื่อมพลังงานกับการลงทุน โดยนักลงทุนยุคนี้ต้องการมากกว่าสิทธิประโยชน์ แต่ต้องการกฎเกณฑ์ชัดเจน การตัดสินใจรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานทันสมัย บุคลากรมีทักษะ และพลังงานสะอาดที่มั่นคง ซึ่งครึ่งแรกของปีนี้ BOI ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนประมาณ 1.43 ล้านล้านบาท หรือ 43,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีศักยภาพสร้างงานมากกว่า 82,000 ตำแหน่ง แรงขับสำคัญมาจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
นายอนุทินกล่าวย้ำว่า “เป้าหมายไม่ใช่แค่ดึงเงินลงทุนเข้าไทย แต่ต้องทำให้การลงทุนช่วยพัฒนาทักษะคนไทย เสริมห่วงโซ่อุปทานในประเทศ และสร้างงานที่ดีขึ้นพร้อมรายได้สูงขึ้นให้ประชาชน”
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ และความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นวาระร่วมของทุกประเทศ ปีนี้ไทยริเริ่ม “Bangkok Dialogue” เป็นพื้นที่หารือใหม่ เพื่อร่วมกันทำให้อนาคตพลังงานมีความมั่นคง ยืดหยุ่น ราคาเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
ทั้งนี้ ไทยมีทำเลยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประตูเชื่อมตลาดภูมิภาค มีฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บริษัทพลังงาน และบุคลากรด้านพลังงานที่เข้มแข็ง จึงไม่ใช่แค่สถานที่จัดงาน แต่เป็นพันธมิตรสำคัญของความร่วมมือพลังงานรุ่นต่อไป
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ขณะนี้โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ ความมั่นคงด้านพลังงานจึงเป็นวาระร่วมของทุกประเทศ ซึ่งไทยได้ริเริ่ม Bangkok Dialogue เพื่อเปิดพื้นที่หารือแนวทางสร้างอนาคตพลังงานที่ยืดหยุ่น ราคาเหมาะสม และทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมชูจุดแข็งไทยในฐานะศูนย์กลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน บริษัทพลังงาน และบุคลากรที่พร้อมต่อยอดความร่วมมือรุ่นใหม่
ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติยังเป็นกระดูกสันหลังของการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก โดย IEA ประเมินความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติทั่วโลกประมาณ 4,280 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ไทยจึงเชิญชวนพันธมิตรเข้าร่วมการเปิดให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครั้งที่ 26 ในพื้นที่ศักยภาพสูงกว่า 60,200 ตารางกิโลเมตร บริเวณทะเลอันดามัน
นายเอกนัฏ กล่าวว่า อนาคต LNG ต้องไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณ แต่ต้องสร้างระบบพลังงานที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ไทยพร้อมร่วมมือกับนานาชาติทั้งการจัดหา LNG รูปแบบใหม่ การจัดซื้อร่วม ความร่วมมือเชิงพาณิชย์ และการลงทุนตลอดห่วงโซ่มูลค่า LNG ควบคู่กับเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และ CCS เพื่อเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 โดยไทยได้เริ่มก้าวสำคัญด้าน CCS ผ่านโครงการนำร่องที่เข้าสู่ขั้นตอนการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายแล้ว ถือเป็นฐานสู่การพัฒนา Eastern CCS Hub ในอนาคต
“ความมั่นคงด้านพลังงานและการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่จุดหมายที่เดินลำพัง แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยี นวัตกรรม การลงทุน และความร่วมมือ เพื่อเปลี่ยนความท้าทายของโลกให้เป็นโอกาสของไทยและภูมิภาค” นายเอกนัฏกล่าว
…….
ด้านนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และประธานบริหารสถาบันโทนี แบลร์เพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับโลก (Tony Blair Institute for Global Change หรือ TBI)) กล่าวในเวทีการประชุม Gastech 2026 ว่า ปัจจุบันความมั่นคงด้านพลังงานกลายเป็นหัวใจของเอกราช ความมั่นคง และอนาคตเศรษฐกิจของทุกประเทศ
ทั้งนี้ โลกกำลังอยู่ในระเบียบพลังงานใหม่จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันสูง และการปฏิวัติเทคโนโลยี ทำให้ประมาณ 45 ประเทศต้องกลับมาทบทวนนโยบายพลังงาน เพื่อให้มีพลังงานที่ราคาเข้าถึงได้ ยั่งยืน และไม่พึ่งพาแหล่งเดียว
อดีตผู้นำอังกฤษ ระบุว่า เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกคือเส้นเลือดใหญ่ทางการค้า หากถูกปิดหรือถูกใช้เป็นเครื่องต่อรอง ย่อมกระทบทั้งภูมิภาคและประชาคมโลก ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน แต่ลามถึงเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และราคาปุ๋ยของประเทศอย่างไทย
ประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะเศรษฐกิจยังต้องเติบโต โรงงานต้องเดิน ระบบขนส่งต้องใช้พลังงาน และประชาชนต้องมีไฟฟ้าใช้ในราคาที่รับได้
ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือ AI ซึ่งกำลังทำให้ความต้องการไฟฟ้าของโลกพุ่งขึ้น ดาต้าเซ็นเตอร์และระบบประมวลผลขนาดใหญ่จะกลายเป็นโจทย์ใหม่ของทุกประเทศ การวางระบบพลังงานจึงต้องมองไปไกลกว่าวันนี้ ไม่ใช่รอให้ไฟไม่พอแล้วค่อยแก้
นายแบลร์ กล่าวว่า โลกไม่ควรนำพลังงานฟอสซิลกับพลังงานหมุนเวียนมาต่อสู้กันเอง เพราะประเทศกำลังพัฒนายังต้องใช้พลังงานเพื่อสร้างงาน รายได้ และคุณภาพชีวิต ก๊าซธรรมชาติจึงยังมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควบคู่กับการลงทุนพลังงานสะอาด
“เราไม่สามารถไปบอกประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกาหรือภูมิภาคอื่นให้จำกัดการพัฒนาของตนเองได้ ทางออกต้องอยู่บนเทคโนโลยี หลักฐานจริง และนโยบายที่ปฏิบัติได้ ไม่ใช่การรณรงค์ที่ตัดขาดจากชีวิตผู้คน” นายแบลร์กล่าว
นายแบลร์กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญของพลังงานยุคใหม่ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โซลาร์เซลล์ในบ้าน การขายไฟส่วนเกินกลับเข้าระบบ AI พลังงานนิวเคลียร์ และเทคโนโลยีลดคาร์บอนที่ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านเกิดผลจริง
นายแบลร์กล่าวย้ำถึงหลักการบริหารว่า “Policy First, Politics Second” หรือเอานโยบายนำการเมือง ผู้นำต้องคิดคำตอบที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงปรับการเมืองให้สอดคล้อง ประเทศที่ตัดสินใจระยะยาวจากข้อเท็จจริง คือประเทศที่จะยืนได้ในโลกผันผวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งาน Gastech 2026 กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. 2569 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ เป็นเวทีประชุมและนิทรรศการพลังงานขนาดใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งาน Gastech 2026 กระทรวงพลังงานเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย. 2569 ที่ไบเทค กรุงเทพฯ เป็นเวทีประชุมและนิทรรศการพลังงานขนาดใหญ่ มีรัฐมนตรีพลังงานจาก 15 ประเทศ ผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ 5 องค์กร ผู้บริหารและวิทยากรกว่า 1,000 ราย ผู้เข้าร่วม 50,000 คนจาก 150 ประเทศ และบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 บริษัท
ภายในงานมีทั้งเวทีระดับรัฐมนตรี การประชุมยุทธศาสตร์ การประชุมเทคนิค นิทรรศการพลังงาน และการจับคู่ธุรกิจ ซึ่งการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้จะเปิดให้ประเทศไทยใช้โอกาสนี้นำเสนอนโยบายก๊าซธรรมชาติ LNG พลังงานสะอาด ไฮโดรเจน พลังงานชีวภาพ CCS และเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เพื่อดึงนักลงทุนและพันธมิตรระดับโลก



