นายกฯเปิดตัว ‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 3 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย คิดดอกเบี้ยแค่ 3%

นายกฯเปิดตัว ‘โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงิน 3 หมื่นล้าน ปล่อยกู้ไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย คิดอัตราดอกเบี้ย 6% โดยรัฐชดเชยให้ 3% เหลือดอกเบี้ยที่จ่ายจริงแค่ 3% ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขเกษตรกรต้องผ่านหลักสูตร Reskill/Upskill – บริหารจัดการต้นทุน – การใช้ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ตามมติ ครม. โดยมี ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. , คณะผู้บริหารจากกรมพัฒนาที่ดิน , กรมวิชาการเกษตร , กรมการข้าว , กรมส่งเสริมสหกรณ์ , กรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรในพื้นที่กว่า 2,000 คน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สกต. อยุธยา)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิม “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกร ในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตร ภายในงานมีการลงทะเบียนและการให้บริการสินเชื่อให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ และการแนะนำการใช้ “น้องเมฆฝน : AI Chatbot” จาก ธ.ก.ส.ที่ให้บริการในแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่สามารถให้ความรู้ พูดคุยตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปุ๋ยและการเพาะปลูก สำหรับผู้เข้าร่วมสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ให้สามารถเพาะปลูกได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้ในการวิเคราะห์คุณภาพดินผ่านเว็บไซต์ หรือ Line Official Account น้องดินดี และการแนะนำการใช้แอปพลิเคชัน Agri-Map Online จากกรมพัฒนาที่ดิน ที่ใช้แสดงผลข้อมูลเชิงภูมิสารสนเทศ พร้อมระบบแนะนำผลการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตด้วยพืชทดแทนในรูปแบบเว็บแผนที่ทางออนไลน์ ที่สามารถใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลาบน Smart phone และสามารถดาวน์โหลดได้ผ่าน App store หรือ Play Store

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า สำหรับเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้

  • เป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
  • พืชเศรษฐกิจสำคัญที่เข้าร่วมโครงการ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย และผลไม้
  • เกษตรกรต้องผ่านการอบรม หรือ เรียนรู้ การพัฒนาทักษะและบริหารจัดการต้นทุน (Reskill/Upskill)
    โดย ธ.ก.ส. หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ/หรือหน่วยงานร่วมดำเนินการอื่น ๆ เช่น
    การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามค่าการวิเคราะห์ดิน เป็นต้น
  • ต้องใช้เงินกู้ เพื่อจัดซื้อปุ๋ยผ่านสถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือ วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งฯ หรือแหล่งอื่นตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
  • เกษตรกรต้องใช้พันธุ์หรือเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการรับรอง มีมาตรฐานตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด และจำหน่ายให้แก่เกษตรกรในราคาที่เหมาะสม
    ซึ่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะควบคุมราคาให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
  • สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ตามระยะเวลาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยเกษตรกรผู้กู้รับชำระค่าผลผลิตผ่านบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส. และยินยอมให้ ธ.ก.ส. หักชำระหนี้จากบัญชีเงินฝาก
  • วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ย
    ให้ร้อยละ 3 ต่อปี เมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ กำหนดชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 12 เดือน (ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 30 เมษายน 2572)
  • ระยะเวลาโครงการ 3 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2572

สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขา
ทั่วประเทศ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 www.baac.or.th แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family