เงินกู้ 2 แสนล้านเพื่อ“การเปลี่ยนผ่านพลังงาน”ควรใช้เพื่อลด LNG มูลค่า 3 แสนล้านต่อปี

ประสาท  มีแต้ม

1.คำนำ

ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า “พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ  ประเด็นที่ผมชวนสงสัยคือคำว่า “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” นั้นหมายถึงอะไรกันแน่ พร้อมกับนำเสนอว่า (1) ประเทศอื่นเขาแก้ไขวิกฤตพลังงานครั้งนี้ด้วยวิธีใด และ (2) รัฐบาลควรจะทำอะไร

จากคำสัมภาษณ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(16 มิ.ย.69) ได้ความว่า “คลังยันจำเป็นต้องกู้ 2 แสนล้าน รับมือพลังงานโลกที่ยังผันผวนสูง-ลดการนำเข้า” พร้อมกับแต่งตั้งให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ แต่จนถึงวันดังกล่าวคณะกรรมการก็ยังไม่ได้ประชุมเพื่อพิจารณาอะไรเลย

ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีหนังสือ(18มิ.ย.69) ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมให้คำแนะนำว่าจะเสนอโครงการอะไรได้บ้าง เช่น ติดโซลาร์บนหลังคาอาคาร รถขนขยะไฟฟ้า รถพยาบาลไฟฟ้า  เป็นต้น (ต่อมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว)

แม้ว่าคำพูดของรัฐมนตรีคลังที่ว่า “รับมือพลังงานโลกที่ยังผันผวนสูง-ลดการนำเข้า” จะดูดีและตรงเป้าในเชิงหลักการ แต่หากไม่มีการกระทำอย่างอื่นมาประกอบให้ครบถ้วนตามความหมายของ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” ก็จะเกิดปัญหาอื่นที่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นมาอีก

2. ปัญหาสำคัญของพลังงานไทยคืออะไร

เอาง่ายๆ สั้นๆ ก่อนครับ ปัญหาพลังงานไทยมี 3 ประการ

ปัญหาที่หนึ่ง กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองล้นเกิน

กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของไทยได้ล้นเกินมาตรฐานสากลไปเยอะมาก หากรัฐบาลนี้จะส่งเสริมให้ติดโซลาร์กันเยอะๆ ปัญหาโรงไฟฟ้าล้นเกินก็จะรุนแรงมากขึ้น ภาระของประชาชนภายใต้สัญญา “ไม่ซื้อก็ต้องจ่าย” ก็จะรุนแรงกว่าเดิม

ปัญหาที่สอง ไฟฟ้าไทยกว่า 30% ผลิตจาก LNG นำเข้า

ในปี 2026 ร้อยละ 62 ของไฟฟ้าไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (ในขณะที่ค่าเฉลี่ยโลก 22%) และในบรรดาก๊าซธรรมชาติที่ไทยใช้ผลิตไฟฟ้านั้น 51% เป็น LNG ซึ่งต้องนำเข้า และมีแนวโน้มว่าปริมาณ LNG จะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีก

ปัญหาที่สาม มูลค่า LNG เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ในช่วงก่อนสงครามรัสเซีย-ยูเครนและปี 2022 มูลค่าการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว จาก 1.2 แสนล้านบาทในปี 2021 เป็น 3.0 แสนล้านบาท

นอกจากปัญหาราคา LNG ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรงแล้ว   หน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชนยังได้ทำสัญญารับซื้อ LNG ล่วงหน้าระยะยาวไว้เป็นจำนวนมาก  รวมทั้ง MOU ที่รัฐบาลอนุทิน 1 ได้ลงนามกับสหรัฐอเมริกา (26 ต.ค.2568) ที่จะรับซื้อ LNG (และน้ำมันดิบ) ปีละ $5,400 ล้านติดต่อกัน 15 ปี  ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกดดันในเรื่อง “ภาษีทรัมป์” ที่คนไทยไม่ควรลืม

การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอุปกรณ์ เพิ่มโซลาร์ เพิ่ม  EV เท่านั้น แต่ต้องมาพร้อมกับการเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง นั่นคือ ต้องมีนโยบายและมาตรการทางกฎหมายมาจัดการกับปัญหาทั้งสามนี้

3.การเปลี่ยนผ่านพลังงานคืออะไร

จากการทบทวนวรรณกรรมจากวิกิพีเดียพบว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) คือ การเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของเทคโนโลยีและพฤติกรรมที่จำเป็นต่อการแทนที่แหล่งพลังงานรูปแบบหนึ่งด้วยแหล่งพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนผ่านจากระบบก่อนยุคอุตสาหกรรมที่พึ่งพาชีวมวลดั้งเดิม พลังงานลม พลังงานน้ำ และแรงงานจากมนุษย์หรือสัตว์ ไปสู่ระบบอุตสาหกรรมที่มีลักษณะเด่นคือการใช้เครื่องจักรไอน้ำอย่างแพร่หลาย โดยการใช้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลัก

ในการเปลี่ยนผ่านครั้งนั้นของไทย มันเกิดขึ้นพร้อมกับนโยบายและกฎหมายของรัฐบาล เช่น การส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) สัญญารับซื้อไฟฟ้าแบบไม่ซื้อก็ต้องจ่ายเพื่อประกันกำไรให้ผู้ลงทุน พระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน รวมทั้งการห้ามผู้บริโภคผลิตไฟฟ้าเพื่อซื้อขายกันเอง เป็นต้น

ผลจากการเปลี่ยนผ่านพลังงานในยุคที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจรวมศูนย์ เกิดความเหลื่อมล้ำและหนี้ครัวเรือนจำนวนมากแล้ว ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ “โลกร้อน” ด้วย

วิกิพีเดียยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  แม้ในรายงานการประเมินฉบับที่ 6 ปี 2566 ของ IPCC ซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติไม่ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” ไว้ แต่ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “การเปลี่ยนผ่าน(Transition)” ว่าเป็น “กระบวนการของการเปลี่ยนจากสถานะหรือสภาพหนึ่งไปสู่อีกสถานะหรือสภาพหนึ่งภายในช่วงเวลาที่กำหนด การเปลี่ยนผ่านสามารถเกิดขึ้นได้ในระดับปัจเจกบุคคล บริษัท เมือง ภูมิภาค และประเทศ และอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในลักษณะของการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือการเปลี่ยนแปลงเชิงพลิกโฉม”

แม้ว่าเรายังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน แต่ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงจะเห็นด้วยกับผมว่า เราจำเป็นจะต้องมีมาตรการที่ประกอบกันเป็นชุดและเป็นระบบ เพื่อมาจัดการกับทั้งปัญหากำลังการผลิตที่ล้นเกินและราคา LNG นำเข้าที่แพงแบบมหาโหด รวมทั้งการใช้ก๊าซฯในสัดส่วนที่สูงมาก ดังข้อมูลเพิ่มเติมในภาพประกอบ

เมื่อไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนพอ ผมจึงได้ศึกษาเพิ่มเติมอีก 4 องค์กรด้านพลังงานที่มีชื่อเสียง ดังต่อไปนี้

4. ความเห็นที่น่าสนใจของ 4 องค์กรด้านพลังงาน

4.1 องค์การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ (IRENA)

จากรายงานขององค์กรที่ชื่อ World Energy Transitions Outlook 2024: 1.5°C Pathway ได้ระบุไว้ตอนหนึ่งว่า “ประโยชน์สำคัญประการหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน คือ ศักยภาพในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลก นอกจากผลดีต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว การเปลี่ยนผ่านพลังงานยังสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน และการเข้าถึงพลังงานที่เชื่อถือได้  มีราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และเพียงพอต่อความต้องการ”

4.2 Ember องค์กรวิจัยด้านพลังงานสะอาด ก่อตั้งปี 2008

จากเอกสารขององค์กรหลายชิ้นพอสรุปได้ว่าEnergy Transition คือ การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน (Electrified Economy) โดยอาศัยแสงอาทิตย์ ลม แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กล่าวอย่างสั้นๆ Ember เห็นว่า Energy Transition คือ การเปลี่ยนผ่านจาก “เศรษฐกิจแห่งการเผาไหม้” ไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียน”

4.3  สถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่น (Institute for Local Self-Reliance,ก่อตั้ง 1974)

สถาบันนี้ไม่ได้ให้ความหมายของการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างตรงๆ แต่ได้นิยาม “ประชาธิปไตยพลังงาน(Energy Democracy)” ซึ่งเป็นแนวคิดที่มองว่า พลังงานไม่ควรถูกควบคุมโดยรัฐหรือบริษัทพลังงานขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย แต่ประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นควรมีสิทธิในการผลิต เป็นเจ้าของ เข้าถึง และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับระบบพลังงาน พร้อมเสนอว่าประชาธิปไตยพลังงานประกอบด้วย 5 เสาหลักคือ(1) ระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่น (Flexibility) (2) ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) (3) มีความเป็นธรรม (Equity) (4) ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low Carbon) และ (5) เปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของและกำหนดทิศทางพลังงานของตนเอง (Local)

โปรดสังเกตว่า Ember ได้ตอบคำถามของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ว่า “เศรษฐกิจจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานอะไร” ส่วนคำอธิบายของสถาบันเพื่อการพึ่งพาตนเองของท้องถิ่น ได้ตอบคำถามว่า “ใครเป็นเจ้าของและได้รับประโยชน์จากพลังงานนั้น”

4.4 องค์กร RethinkX

พอสรุปได้ว่า Energy Transition คือ การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นพลังงานที่มีจำนวนจำกัดและขาดแคลนไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และแบตเตอรี่ ไปสู่ยุคแห่งพลังงานหมุนเวียนที่จำนวนไม่จำกัด (Energy Super Abundance) และมีต้นทุนส่วนเพิ่มใกล้ศูนย์ (Near-Zero Marginal Cost Energy)

Tony Seba ผู้ก่อตั้งองค์กรกล่าวว่า เราเป็นมนุษยชาติรุ่นแรกที่สามารถมีพลังงานได้โดยไม่ต้องเผาไหม้อะไรเลย และเมื่อพลังงานสะอาดมีต้นทุนส่วนเพิ่มใกล้ศูนย์ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อการขนส่ง อาหาร น้ำจืด อุตสาหกรรม การบำบัดน้ำเสียและขยะ AI และเศรษฐกิจโดยรวม คล้ายกับที่อินเทอร์เน็ตทำให้ต้นทุนของการส่งข้อมูลลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

5.ประเทศอื่นเขาแก้ไขวิกฤติพลังงานด้วยวิธีใด

ประเทศแรกที่น่าสนใจมากๆ คือ เวียดนาม พบว่าบริษัท Vingroup ได้เสนอรัฐบาลเพื่อยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้า LNG ขนาด 4,800 เมกะวัตต์ ที่เมืองไฮฟองซึ่งเดิมจะเป็นโรงไฟฟ้า LNG ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ทั้ง ๆที่บางโรงได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ไปแล้ว และขอเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนร่วมกับแบตเตอรี่แทน โดยให้เหตุผล 3 ข้อคือ (1) ความเสี่ยงด้านราคา LNG (2) ความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงาน เพราะเวียดนามไม่มี LNG ในประเทศเพียงพอ และ (3) ต้นทุนการนำเข้าระยะยาวสูงมาก

Pham Nhat Vuong เป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Vingroup และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของเวียดนามมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ได้เสนอขอเปลี่ยนเป็นพลังงานลม แสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของทั้ง Ember และ RethinkX   (ดูภาพประกอบ)

อาจมีคนแย้งว่า ค่าไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์และแบตเตอรี่มีราคาแพงและไม่ต่อเนื่อง ผมมีข้อมูลจากประเทศ UAE ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันดิบ และ อินเดีย  พบว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ได้มีราคาต่ำกว่าที่คนไทยเรากำลังจ่ายอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างมีนัยสำคัญ มีรายละเอียดใน 2 ภาพถัดไปครับ

ประเด็นที่เราควรร้องเอ๊ะก็คือ ถ้าประเทศอื่นสามารถใช้โซลาร์และแบตเตอรี่ เพื่อลดการพึ่งพา LNG ได้แล้ว เหตุใดประเทศไทยจึงยังผูกอนาคตไว้กับการนำเข้า LNG จำนวนมหาศาลด้วย

6. รัฐบาลไทยควรใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทไปทำอะไร

หากรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลมีความตั้งใจจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริงก็จำเป็นต้องมีมาตรการอื่นมารองรับ เช่น (1) เจรจาเพื่อยกเลิกการนำเข้า LNG อย่างมีแผนการภายใน 5-6 ปี ดังตัวอย่างจากเวียดนามและปากีสถาน (2) ยกเลิกโรงไฟฟ้าก๊าซฯที่อยู่ในโครงการแต่ยังไม่ก่อสร้างทั้งหมด  (3) เพื่อให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุดในภาครัวเรือน รัฐบาลควรอนุญาตให้ไฟฟ้าจากหลังคาไหลย้อนเข้าสายส่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อมิเตอร์เพิ่ม อย่างน้อยก็ในช่วง 3-4 ปีแรกของการติดตั้ง และ (4) กรณีเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า(EV) ควรเน้นไปที่รถใช้งานเยอะๆ เช่น รถไปรษณีย์ แทกซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง  เพราะจะถึงจุดคุ้มทุนเร็ว เป็นต้น

นี่คือโจทย์สำคัญที่สุดที่รัฐบาลควรมุ่งไปสู่

7. สรุป

ผมขอสรุปว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงาน คือ การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจแห่งการเผาไหม้และความขาดแคลนที่ถูกกำหนดโดยฟอสซิลและภูมิรัฐศาสตร์ ไปสู่เศรษฐกิจไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ เป็นธรรม ไม่ก่อโลกร้อน และกระจายอำนาจสู่ประชาชน

หากหลังจากใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทแล้ว ประเทศไทยยังต้องนำเข้า LNG มูลค่าปีละ 3 แสนล้านบาทเหมือนเดิม ก็ยากที่จะเรียกได้ว่านั่นคือ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะโครงสร้างการพึ่งพาพลังงานนำเข้ายังคงอยู่เช่นเดิม