Hesse004
บางครั้งหนังซามูไรที่ดี กลับไม่ได้เล่าเรื่องดาบเป็นหลักแต่เล่าเรื่อง “คน” ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในระเบียบโลกแบบหนึ่ง… แล้ววันหนึ่งโลกใบนั้นสิ้นสุดลงอย่างเงียบงัน เหลือไว้เพียงคำถามว่า คนที่เคยมีความหมายในโลกเก่า จะมีชีวิตต่อไปอย่างไรในโลกใหม่
ผมดู Himura Kenshin หรือ Rurouni Kenshin ใน Netflix สิ่งที่ชอบไม่ใช่เพียงฉากต่อสู้ที่ถ่ายทำได้สวย จังหวะรวดเร็ว และมีความเป็นหนังญี่ปุ่นร่วมสมัย หากแต่เป็นแก่นลึกของเรื่อง นั่นคือ เรื่องราวของอดีตมือสังหารแห่งยุคปลายโชกุน ที่เลือกเดินทางในยุคเมจิพร้อมดาบกลับคม เพื่อปกป้องผู้คนโดยไม่ฆ่าใครอีก
Netflix อธิบายโครงเรื่องภาค Rurouni Kenshin: Origins ไว้ชัดว่า หลังสงคราม Bakumatsu สิ้นสุดในปี 1868 Kenshin Himura อดีตนักฆ่า ออกเดินทางทั่วญี่ปุ่นพร้อม “ดาบสลับคม” เพื่อปกป้องผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือโดยไม่ฆ่าใคร
…นี่คือพล็อตที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังมาก
เพราะ Kenshin ไม่ใช่ซามูไรที่กำลังหาคู่ต่อสู้ใหม่ หากแต่เป็นซามูไรที่กำลังหาวิธีอยู่กับตัวเอง หลังจากโลกเดิมที่เขาเคยเข้าใจพังทลายลงไปแล้ว
บริบทสำคัญของเรื่องนี้ คือ ช่วงเปลี่ยนผ่านจากปลายยุค “เอโดะ” เข้าสู่ยุค “เมจิ” ญี่ปุ่นในเวลานั้นไม่ได้เปลี่ยนแค่รัฐบาล แต่เปลี่ยน “ระเบียบของชีวิต” ทั้งระบบ อำนาจของโชกุนโทกูงาวะสิ้นสุดลง อำนาจทางการเมืองกลับคืนสู่จักรพรรดิ และญี่ปุ่นเริ่มสร้างรัฐสมัยใหม่ที่รวมศูนย์มากขึ้น
สิ่งที่เคยเป็นเสาหลักของสังคมญี่ปุ่นแบบเก่า เช่น แคว้นศักดินา ชนชั้นซามูไร และระบบอภิสิทธิ์เดิม ค่อย ๆ ถูกจัดระเบียบใหม่
บทความวิจัยของ Columbia University’s Asia for Educators อธิบายว่า ในปี 1869 เจ้าแคว้นถูกขอให้คืนอำนาจการปกครอง และในปี 1871 ระบบแคว้นถูกยกเลิก เปลี่ยนเป็นจังหวัดภายใต้รัฐส่วนกลาง ขณะที่บทวิเคราะห์ของ Ohio State University ระบุว่า รัฐบาลเมจิยกเลิกชนชั้นซามูไร สร้างกองทัพเกณฑ์ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และวางระบบการศึกษาแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “ประเทศมั่งคั่ง กองทัพเข้มแข็ง”
…ในมุมหนึ่ง นี่คือการเกิดใหม่ของญี่ปุ่น
แต่อีกมุมหนึ่ง นี่คือการสิ้นสุดของคนจำนวนมากที่เคยมีตัวตน มีสถานะ และมีความหมายในระเบียบโลกเดิม
ซามูไรจำนวนหนึ่งอาจเคยเป็นผู้ถือดาบ ผู้ปกป้องเจ้านาย ผู้มีเกียรติในสังคมศักดินา แต่เมื่อรัฐสมัยใหม่ถือกำเนิด ดาบไม่ได้เป็นภาษาหลักของอำนาจอีกต่อไป โลกใหม่ต้องการกฎหมาย ระบบราชการ โรงเรียน กองทัพสมัยใหม่ เทคโนโลยี และความสามารถในการเรียนรู้จากตะวันตก
นี่คือเหตุผลที่ Rurouni Kenshin ไม่ใช่แค่หนังแอ็กชัน แต่มันคือเรื่องของ “คนเก่า” ที่ต้องเรียนรู้กติกาของ “โลกใหม่”
Himura Kenshin เป็นตัวละครสมมติที่ถูกสร้างขึ้นโดย Nobuhiro Watsuki ในมังงะ Rurouni Kenshin เรื่องราวของเขาถูกวางไว้ในญี่ปุ่นยุคเมจิช่วงต้น โดย Kenshin เป็นอดีตมือสังหารในสงครามการเมืองช่วงปลายยุคโชกุน และต่อมาเลือกเดินทางเพื่อช่วยเหลือผู้คน พร้อมคำปฏิญาณว่าจะไม่ฆ่าอีก
…เสน่ห์ของ Kenshin อยู่ตรงนี้
เขาไม่ใช่คนไร้พลัง
เขาไม่ใช่คนอ่อนแอ
เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักความรุนแรงของโลก
ตรงกันข้าม เขารู้จักมันดีเกินไป
แต่เพราะรู้จักมันดี เขาจึงเลือกไม่กลับไปเป็นคนแบบเดิมอีก ดาบสลับคมของ Kenshin จึงเป็นสัญลักษณ์ที่งดงามมาก เพราะมันไม่ใช่อาวุธเพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่มันคือเครื่องเตือนใจว่า คนคนหนึ่งสามารถมีพลังได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้พลังนั้นทำลายผู้อื่น
ในโลกเก่า Kenshin อาจถูกนิยามด้วยความสามารถในการจัดการศัตรู
แต่สำหรับโลกใหม่แล้ว เขาพยายามนิยามตัวเองด้วยความสามารถในการปกป้องชีวิต
นี่คือการปรับตัวที่ลึกที่สุด ไม่ใช่การเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่การเปลี่ยนที่อยู่ ไม่ใช่การยอมรับเทคโนโลยีใหม่เท่านั้น แต่คือการเปลี่ยน “วิธีใช้พลัง” ของตัวเอง

ตัวละคร Kenshin ไม่ได้มีตัวตนจริงแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น คือ Kawakami Gensai ซามูไรช่วงปลายยุคเอโดะ ผู้เป็นหนึ่งในกลุ่มนักดาบฝ่ายปฏิรูปที่มีบทบาทในยุค Bakumatsu แหล่งข้อมูลที่อ้างถึงฉบับมังงะระบุว่า Watsuki เคยเอ่ยถึง Kawakami Gensai ในฐานะแรงบันดาลใจของ Kenshin ในเล่มแรกของมังงะฉบับภาษาอังกฤษ
Kawakami Gensai เกิดที่คุมาโมโตะในปี 1834 เป็นซามูไรปลายยุคเอโดะ และถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในนักดาบฝ่ายการเมืองของยุค Bakumatsu เขาเกี่ยวข้องกับฝ่ายที่ต้องการคืนอำนาจให้จักรพรรดิ และมีชีวิตอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างญี่ปุ่นศักดินากับญี่ปุ่นสมัยใหม่
แต่สิ่งที่หนังและมังงะทำ ไม่ใช่การเล่าชีวประวัติของ Gensai แบบตรงไปตรงมา
สิ่งที่ Watsuki ทำคือการนำ “เงาทางประวัติศาสตร์” ของนักดาบยุคเปลี่ยนผ่านมาสร้างเป็นตัวละครใหม่ ตัวละครที่มีอดีตหนักหนา แต่เลือกใช้ชีวิตหลังการปฏิวัติในอีกแบบหนึ่ง
Kawakami Gensai คือร่องรอยของประวัติศาสตร์จริง ขณะที่ Himura Kenshin คือ คำถามทางศีลธรรมที่วรรณกรรมสร้างขึ้น
ประวัติศาสตร์ถามว่า “เขาเคยทำอะไร”
แต่วรรณกรรมถามต่อว่า “ถ้าคนคนหนึ่งเคยผ่านสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว เขาจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร”
ผมคิดว่าความงามของ Himura Kenshin อยู่ที่การไม่โรแมนติกกับอดีตมากเกินไป
หนังไม่ได้บอกว่าโลกซามูไรเก่างดงามไปเสียทั้งหมด และไม่ได้บอกว่าโลกใหม่สมบูรณ์แบบ ตรงกันข้าม โลกใหม่ในเรื่องก็เต็มไปด้วยคนฉวยโอกาส อำนาจใหม่ ทุนใหม่ อาชญากรรมใหม่ และความสับสนใหม่
…นี่คือความจริงของทุกยุคเปลี่ยนผ่าน
เมื่อระบบเก่าพังลง ไม่ได้แปลว่าระบบใหม่จะดีทันที
เมื่ออำนาจเก่าหมดความหมาย ไม่ได้แปลว่าอำนาจใหม่จะมีคุณธรรมเสมอ
เมื่อสังคมเข้าสู่ความทันสมัย ไม่ได้แปลว่ามนุษย์จะสูงส่งขึ้นโดยอัตโนมัติ
Kenshin จึงไม่ใช่ตัวแทนของอดีต และไม่ใช่ตัวแทนของอนาคต
เขาเป็นคนที่ยืนอยู่ระหว่างสองโลก
โลกหนึ่งสอนให้เขารู้จักวินัย เกียรติ และการใช้พลัง
อีกโลกหนึ่งบังคับให้เขาเรียนรู้กฎหมาย เมืองสมัยใหม่ ความสัมพันธ์แบบใหม่ และความหมายใหม่ของการปกป้องผู้คน
ในแง่นี้ Kenshin คือ ซามูไรที่ไม่ยอมตายไปพร้อมยุคสมัย
แต่เขาก็ไม่ยอมลากโลกใหม่ให้ย้อนกลับไปอยู่ใต้เงาดาบแบบเดิม
เมื่อดู Himura Kenshin ผมคิดถึงคำถามหนึ่งมากเป็นพิเศษ
คนที่เคยเก่งในโลกเก่า จะรักษาคุณค่าของตัวเองไว้ได้อย่างไรในโลกใหม่
คำถามนี้ไม่ได้เป็นของซามูไรญี่ปุ่นเท่านั้น
มันเป็นคำถามของคนทำงานออฟฟิศในยุค AI
นักวิชาการในยุคข้อมูลล้นโลก
ผู้บริหารในยุคใหม่ที่ตั้งคำถามกับอำนาจ
องค์กรเก่าแก่ในยุคที่ประชาชนต้องการความโปร่งใส
และคนวัยกลางชีวิตที่เริ่มรู้ว่า ประสบการณ์เก่าอาจยังมีค่า แต่ไม่พอสำหรับโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
Kenshin สอนว่า การปรับตัวที่แท้จริงไม่ใช่การทิ้งอดีตทั้งหมด หากแต่เป็นการแยกให้ออกว่า อะไรคือ “แก่น” ที่ควรรักษา และอะไรคือ “เปลือก” ที่ควรวางลง
สำหรับซามูไร แก่น คือวินัย ความรับผิดชอบ ความกล้าหาญ และการปกป้องผู้อื่น ส่วนเปลือก คืออภิสิทธิ์ ชนชั้น ความรุนแรง และความหลงใหลในเกียรติแบบเก่า
…สำหรับมนุษย์ยุคปัจจุบันก็เช่นกัน
เราอาจต้องรักษาความซื่อสัตย์ ความรู้ลึก ความรับผิดชอบ และศักดิ์ศรีของวิชาชีพไว้ แต่เราต้องกล้าวางวิธีคิดแบบเดิมที่ทำให้เราไม่ฟังคนอื่น ไม่เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ หรือไม่ยอมรับว่าโลกไม่ได้หมุนรอบประสบการณ์ของเราเพียงคนเดียว
สิ่งที่ผมชอบที่สุดในเรื่องนี้คือ “ดาบสลับคม”
ดาบเล่มนี้บอกเราว่า การมีอำนาจไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการไม่มีขอบเขตในการใช้อำนาจ
คนบางคนไม่มีพลัง จึงไม่ทำร้ายใคร แต่คนที่มีพลังมาก และเลือกไม่ทำร้ายใครต่างหาก ที่น่าสนใจ
Kenshin ไม่ได้เป็นคนดีเพราะเขาอ่อนแอ
เขาเป็นคนดีเพราะเขารู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ และเลือกจะไม่ทำบางอย่าง
…นี่คือคุณธรรมของคนที่ผ่านโลกมามากพอ
วัยหนุ่มอาจวัดกันที่ความเร็ว ความกล้า และความคม
แต่วัยที่เติบโตแล้ว อาจวัดกันที่การควบคุมตนเอง การเลือกใช้พลังให้ถูกที่ และการนิ่งพอที่จะไม่ต้องชนะทุกสนาม
ซามูไรที่แท้จึงไม่ใช่คนที่ชักดาบเร็วที่สุดเสมอไป
แต่คือคนที่รู้ว่า เมื่อใดควรเก็บดาบไว้ในฝักและเมื่อใดควรชักดาบนั้นออกมาสู้


