รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
การประชุมเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ปากีสถาน เมื่อวันที่ 11-12 เมษายน จบลงโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงหลังการประชุมนาน 21 ชั่วโมงกับผู้นำอิหร่านว่า สหรัฐฯ และอิหร่านไม่ประสบความสำเร็จที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงนาน 2 สัปดาห์ฝากชะตากรรมไว้กับโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะกลับมาปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านอีกหรือไม่
ความล้มเหลวในการเจรจาครั้งนี้ ทำให้รัฐบาลทรัมป์เผชิญทางเลือกต่างๆ ที่ยากจะเอาชนะฝ่ายตรงกันข้าม คือการเจรจาต่อเนื่องที่ต้องใช้เวลายาวนาน ในเรื่องอนาคตโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หรือกลับมาทำสงครามกับอิหร่านใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาทำให้เกิดการหยุดชะงักด้านพลังงานครั้งใหญ่ของโลก และการต่อสู้ที่จะยืดเยื้อว่า ใครเป็นฝ่ายควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
สงครามประกอบด้วย 3 ขั้นตอน
บทความของ foreignaffairs.com เรื่อง Why the Cease-Fire With Iran Will Hold กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน หลังจากที่ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งสหรัฐอเมริกาและอิหร่านต่างก็อ้างชัยชนะในสงครามครั้งนี้ โดยกล่าวว่า อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนที่กะพริบตาก่อน แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองฝ่ายยอมรับว่าไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ คือเสมอกัน เพราะโครงสร้างของเกมการต่อสู้หรือของสงครามครั้งนี้จำกัดพัฒนาการของสงคราม แม้พฤติกรรมตัวผู้เล่นจะมีลักษณะที่ไม่ปกติแบบทรัมป์ หรือผู้นำศาสนาของอิหร่าน
สงครามนั้นมี 3 ขั้นตอนด้วยกัน คือการเปิดฉากสงคราม เกมสงครามช่วงกลาง และหมากเดินตาสุดท้าย (endgame) ของสงคราม เช่นเดียวกันกับเกมหมากรุก การเปิดฉากสงครามเกี่ยวข้องกับการส่งกำลังทหาร และการรบกับฝ่ายตรงกันข้าม หากไม่สามารถรบชนะได้รวดเร็ว การรบจะเข้าสู่ช่วงกลางของสงคราม ที่แต่ละฝ่ายจะต่อสู้เพื่อให้อีกฝ่ายยอมจำนน เมื่อแนวโน้มการรบมีความชัดเจน สงครามเข้าสู่กระดานหมากสุดท้าย รายละเอียดความตกลงจะปรากฏออกมา
ทำไม “การหยุดยิง” จะยังคงอยู่ต่อไป
บทความของ Foreign Affairs กล่าวว่า กรณีอิหร่าน หมากเดินตาสุดท้ายคือคำขู่ของทรัมป์ ที่จะทำลายครั้งใหญ่หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีจะดำเนินไปจนกว่าสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงยุติสงคราม การหยุดยิงที่เป็นอยู่ขณะนี้ คงจะดำเนินต่อไปด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่มีการตกลงกันในตอนแรก คือสองฝ่ายได้รับความเสียหาย และจะเสียหายมากขึ้น หากสงครามขยายตัวออกไปแทนที่จะสิ้นสุดลง
รัฐบาลทรัมป์เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านเพราะเชื่อมั่นว่า ความขัดแย้งนี้จะเกิดขึ้นได้ไม่นานและมีค่าใช้จ่ายไม่แพง รวมทั้งฝ่ายอิหร่านไม่อยู่ในฐานะหรือเต็มใจที่จะตอบโต้กลับ สมมติฐาน 2 ประการนี้พิสูจน์แล้วว่าผิดพลาด เมื่อสงครามดำเนินต่อไป เริ่มเกิดสภาพที่ไม่ใช่เกมหมากรุก แต่เป็นสิ่งที่ “ทฤษฎีเกม” (game theory) เรียกว่า “เกมประมูลดอลลาร์” (dollar auction) ที่ทำให้ผู้เล่นติดกับดักการขยายตัวของสงคราม โดยที่ตัวเองมีแต่ขาดทุน
แนวคิด “การประมูลดอลลาร์” มีอยู่ง่ายๆ ว่า ผู้เล่นสองคนต่างแข่งกันประมูลรางวัลที่มีมูลค่า 1 ดอลลาร์ สองฝ่ายตกลงกันว่า ยินดีชำระเงินในการประมูลครั้งสุดท้าย ไม่ว่าผลการประมูลจะออกมาเป็นอย่างไร ตอนแรกผู้ประมูลแต่ละฝ่ายต่างประมูลในราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์เพื่อได้กำไร ต่อมามีการประมูลสูงขึ้นเป็น 1.05 เพื่อให้ขาดทุนเล็กน้อย มาถึงจุดนี้ เกมประมูลไม่มีเพดานจำกัด จนกว่าสองฝ่ายจะเลิกรากันไปเพราะขาดทุน
สงครามมักมีลักษณะแบบเกมประมูลดอลลาร์ เมื่อสงครามขยายตัว ค่าใช้จ่ายแต่ละฝ่ายจะสูงมากขึ้น สูงมากกว่ามูลค่าของเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในตอนแรกของการทำสงคราม ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อเป็นที่ประจักษ์ว่า ไม่มีฝ่ายใดยอมจำนน สงครามอิหร่านได้เดินมาถึง “จุดเปลี่ยนทันทีทันใด” (inflation point) เมื่อแต่ละฝ่ายล้วนขาดทุน
สงครามอิหร่านแบบเกมประมูลดอลลาร์เป็นเรื่องคาดหมายผลลัพธ์ไม่ได้ เพราะมีเรื่องจิตวิทยาของคนที่มีบทบาท และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ปัจจัยนั้นคือความสามารถของฝ่ายหนึ่งที่จะสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง อำนาจการทำลายของสหรัฐฯ คือกำลังทางอากาศ ส่วนอิหร่านคือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย สิ่งนี้ทำให้เกิดสถานการณ์ที่เป็นตัวยับยั้งต่อสงคราม สองฝ่ายลังเลที่จะใช้อาวุธสูงสุดของตัวเอง เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างเดียวกัน
ความสำคัญของหมากตาสุดท้าย
บทความของ Foreign Affairs กล่าวว่า คำขาดของทรัมป์ ที่จะทำลายอารยธรรมอิหร่านให้สูญสิ้นไปหากไม่ยอมจำนนนั้น แน่นอนว่าคือคำขู่ เพราะการดำเนินการตามที่กล่าวจะเป็นต้นทุนความเสียหายต่อสหรัฐฯ และพันธมิตรในตะวันออกกลาง ที่เสี่ยงต่อการตอบโต้ของอิหร่าน แต่เนื่องจากไม่มีฝ่ายใดอยากเสี่ยง หมากสุดท้ายของสงครามจึงเริ่มต้นจริงจังมากขึ้น
เมื่อสองฝ่ายตกลงเรื่องการหยุดยิง ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านต่างยอมรับว่า ตัวเองจะไม่ได้ทุกอย่างที่ต้องการจากการทำสงคราม ดังนั้น บทบาทในหมากตาสุดท้ายจึงสำคัญ ในการเจรจาที่ปากีสถาน สองฝ่ายต้องการการประนีประนอมในประเด็นสำคัญเรื่อง นิวเคลียร์และโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน การคว่ำบาตรของสหรัฐฯ การจัดการเรื่องเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ การเคลื่อนไหวของอิหร่านในตะวันออกกลาง และปฏิบัติการอิสราเอลในเลบานอน
แม้ความแตกต่างของสองฝ่ายจะมีมาก แต่สองฝ่ายก็รู้ดีว่า การหวนกลับคืนไปทำสงครามกันอีก จะทำให้ตัวเองกลับไปอยู่ในจุดที่เพิ่งจะหลบหนีออกมาได้ คือเสียเงินค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น ในสิ่งที่เป็นผลตอบแทนต่ำ ส่วนทางเลือกที่อยู่ข้างหน้าล้วนมีแต่สิ่งเลวร้าย
ทักษะทางการทูตการเจรจาจึงสำคัญ เพื่อให้เกิดการประนีประนอม ที่จะเป็นรากฐานให้กับความมั่งคั่งของภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อสถานการณ์ที่ปั่นป่วนสงบลง อิหร่านอาจรักษาโครงการนิวเคลียร์บางอย่างไว้ แต่สหรัฐฯ ได้ในสิ่งที่เป็นข้อห้ามบางอย่าง การยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่านอาจมีในบางเรื่อง การแล่นเรือในช่องแคบฮอร์มุซกลับคืนมาใหม่ แต่คงมีเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่ออิหร่าน
ดังนั้น ช่วงสุดท้ายของสงครามคือการเจรจาสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะต้องเกิดผลลัพธ์ที่โดดเด่นมากกว่าปกติ ไม่เช่นนั้น สงครามอิหร่านของทรัมป์จะเป็นการยืนยันและพิสูจน์ในสิ่งที่นักวิจารณ์เรียกว่า สงครามที่มีต้นทุนสูง แต่ได้ผลตอบแทนต่ำ
เอกสารประกอบ
Why the Cease-Fire With Iran Will Hold, Gideon Rose, April 11, 2026, foreignaffairs.com


