สหรัฐฯ เตรียมระงับการกระบวนการออกวีซ่าสำหรับ 75 ประเทศ รวมไทย เริ่มสัปดาห์หน้า

AI Generated

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมระงับกระบวนการออกวีซ่าสำหรับผู้เดินทางจาก 75 ประเทศ ซึ่งป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกวาดล้างกลุ่มผู้ยื่นขอที่ถูกประเมินว่ามีแนวโน้มจะกลายเป็นภาระแก่รัฐ (public charge) ประเทศหลักๆ ที่ถูกระบุชื่อในรายงานได้แก่ ไทย, โซมาเลีย, รัสเซีย, อัฟกานิสถาน, บราซิล, ไนจีเรีย, อิหร่าน, อิรัก, อียิปต์ และเยเมน

บันทึกภายในของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งสำนักข่าว Fox News Digital ได้เห็นเป็นที่แรก ระบุให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกงสุลปฏิเสธการออกวีซ่าภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ในระหว่างที่ทางกระทรวงฯ กำลังดำเนินการประเมินกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติใหม่อีกครั้ง จากการรายงานของ Fox News บนเว็บไซต์

การระงับกระบวนการออกวีซ่าจะเริ่มขึ้นในวันที่ 21 มกราคม และจะมีผลต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าทางกระทรวงฯ จะดำเนินการประเมินกระบวนการพิจารณาวีซ่าแล้วเสร็จ

“ประเทศโซมาเลียตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง หลังจากเกิดคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับการฉ้อโกงขนานใหญ่ที่มีศูนย์กลางอยู่ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งพนักงานอัยการได้เปิดโปงการทุจริตโครงการสวัสดิการที่ใช้ภาษีประชาชนอย่างมหาศาล โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมากเป็นชาวโซมาเลียหรือชาวอเมริกันเชื้อสายโซมาเลีย”

ในเดือนพฤศจิกายน 2568 คำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศที่ส่งไปยังสถานทูตและสถานกงสุลทั่วโลก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กงสุลบังคับใช้กฎระเบียบการคัดกรองแบบใหม่ที่ครอบคลุมเป็นวงกว้าง ภายใต้บทบัญญัติที่เรียกว่า ‘ภาระแก่รัฐ’ (Public Charge) ของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง

แนวทางปฏิบัติดังกล่าวสั่งการให้เจ้าหน้าที่กงสุลปฏิเสธวีซ่าแก่ผู้ยื่นขอที่ถูกประเมินว่ามีแนวโน้มจะพึ่งพาสวัสดิการของรัฐ โดยจะพิจารณาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งในเรื่องสุขภาพ, อายุ, ทักษะภาษาอังกฤษ, สถานะทางการเงิน และรวมไปถึงความจำเป็นที่อาจเกิดขึ้นในการรับการรักษาพยาบาลในระยะยาว

ผู้ยื่นขอที่มีอายุมากหรือมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ อาจถูกปฏิเสธวีซ่าได้ เช่นเดียวกับผู้ที่เคยมีประวัติการรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล หรือเคยถูกส่งตัวไปดูแลในสถานสงเคราะห์ของรัฐ

“กระทรวงการต่างประเทศจะใช้อำนาจที่มีอยู่มานาน ในการพิจารณาตัดสิทธิ์ผู้ที่อาจเป็นผู้อพยพซึ่งจะเข้ามาเป็นภาระแก่รัฐ (Public Charge) ในสหรัฐอเมริกา และเข้ามาแสวงหาประโยชน์จากความเอื้ออาทรของชาวอเมริกัน” ทอมมี พิกก็อตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุในแถลงการณ์

การเข้าเมืองจากทั้ง 75 ประเทศนี้จะถูกระงับไว้ชั่วคราว ในระหว่างที่กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการประเมินขั้นตอนการพิจารณาการย้ายถิ่นฐานใหม่ เพื่อป้องกันการเดินทางเข้ามาของชาวต่างชาติที่จะเข้ามาใช้สวัสดิการและผลประโยชน์สาธารณะของรัฐ

แม้ว่าบทบัญญัติเรื่อง ‘ภาระแก่รัฐ’ (Public Charge) จะมีมานานหลายทศวรรษแล้วก็ตาม แต่ความเข้มงวดในการบังคับใช้นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐบาล โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กงสุลมักจะได้รับอำนาจในการใช้ดุลยพินิจอย่างกว้างขวางเพื่อตัดสินตามเกณฑ์มาตรฐานนี้

สำหรับข้อยกเว้นภายใต้มาตรการระงับวีซ่าครั้งใหม่นี้จะมีอยู่อย่าง ‘จำกัดมาก’ และจะอนุญาตให้ผ่านได้ก็ต่อเมื่อผู้ยื่นขอได้รับการตรวจสอบจนพ้นข้อสงสัยในประเด็นเรื่องการเป็นภาระแก่รัฐแล้วเท่านั้น

กฎเกณฑ์เรื่อง ‘ภาระแก่รัฐ’ (Public Charge) ฉบับปี 2565 ภายใต้รัฐบาลของไบเดน ได้จำกัดขอบเขตของสวัสดิการที่จะนำมาพิจารณา โดยเน้นไปที่การรับความช่วยเหลือเป็นเงินสดและการดูแลในสถานสงเคราะห์ระยะยาวเป็นหลัก โดยไม่รวมถึงโครงการอื่นๆ เช่น โครงการช่วยเหลือด้านอาหาร (SNAP), โครงการโภชนาการสำหรับสตรี ทารก และเด็ก (WIC), สวัสดิการรักษาพยาบาล (Medicaid) หรือคูปองช่วยเหลือค่าเช่าที่พักอาศัย

พระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (The Immigration and Nationality Act) ได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่กงสุลมายาวนานในการตัดสินว่าผู้ยื่นขอคนใดขาดคุณสมบัติเนื่องจากเข้าข่ายเป็นภาระแก่รัฐ (Public Charge) แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายคำนิยามในปี 2562 ให้ครอบคลุมถึงสวัสดิการสาธารณะที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ซึ่งการขยายคำนิยามในครั้งนั้นได้ถูกยื่นคัดค้านต่อศาล โดยมีบางส่วนของกฎระเบียบที่ถูกระงับไว้ ก่อนที่จะถูกยกเลิกไปในที่สุดโดยรัฐบาลของไบเดน

รายชื่อประเทศที่ถูกระงับวีซ่า รวม 75 ประเทศ ได้แก่

อัฟกานิสถาน, แอลเบเนีย, แอลจีเรีย, แอนติกาและบาร์บูดา, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บาฮามาส, บังกลาเทศ, บาร์เบโดส, เบลารุส, เบลีซ, ภูฏาน, บอสเนีย, บราซิล, พม่า (เบอร์มา), กัมพูชา, แคเมอรูน, เคปเวิร์ด, โคลอมเบีย, โกตดิวัวร์, คิวบา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก, โดมินิกา, อียิปต์, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, แกมเบีย, จอร์เจีย, กานา, เกรเนดา, กัวเตมาลา, กินี, เฮติ, อิหร่าน, อิรัก, จาเมกา, จอร์แดน, คาซัคสถาน, โคโซโว, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ลาว, เลบานอน, ไลบีเรีย, ลิเบีย, มาซิโดเนีย, มอลโดวา, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนปาล, นิการากัว, ไนจีเรีย, ปากีสถาน, สาธารณรัฐคองโก, รัสเซีย, รวันดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, เซเนกัล, เซียร์ราลีโอน, โซมาเลีย, เซาท์ซูดาน, ซูดาน, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ไทย, โตโก, ตูนิเซีย, ยูกันดา, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน และเยเมน