อ่าน The Monroe Doctrine กับเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลทรัมป์ต้องการเกาะ Greenland

ดร.สุทธิ สุนทรานุรักษ์

ในหน้าประวัติศาสตร์การทูตสหรัฐฯ มีน้อยครั้งที่ข้อเสนอซื้อดินแดนจะถูกปัดตกและถูกมองเป็นเรื่องตลกขบขันเหมือนกรณี “กรีนแลนด์” (Greenland) แต่หากเราตัดอคติทางบุคลิกภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกไป แล้วสวมแว่นตาของนักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ เราพบว่าข้อเสนอนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่เป็น “บทที่ 3” ของมหากาพย์การแสวงหาอำนาจเหนือขั้วโลกเหนือของสหรัฐฯ ที่เริ่มมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

ทรัมป์กำลังเดินตามรอยเท้าของผู้นำในอดีตที่เคยวางรากฐานไว้แล้วอย่างชัดเจน

เมื่อปี 1823 ประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร (James Monroe) ได้ประกาศหลักการสำคัญว่า ทวีปอเมริกา (ทั้งเหนือและใต้) คือ เขตอิทธิพลของสหรัฐฯ และชาติตะวันตก (ยุโรป) ห้ามเข้ามาแทรกแซงหรือล่าอาณานิคมเพิ่ม

​แม้กรีนแลนด์จะอยู่ภายใต้การปกครองของเดนมาร์ก (ยุโรป) แต่ในทางธรณีวิทยา กรีนแลนด์ตั้งอยู่บนแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือ (North American Tectonic Plate)

จุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์ขั้วโลกเหนือ (Arctic Strategy) ของสหรัฐฯ เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมในปี 1867 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน (Andrew Johnson) หรือตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 4

ในขณะนั้น วิลเลียม ซูเวิร์ด (William Seward) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ได้เจรจาซื้อ “อะแลสกา” จากจักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งปกครองโดยพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ ที่ 2 (Tsar Alexander II) ในราคา 7.2 ล้านดอลลาร์

แม้สื่อมวลชนยุคนั้นล้อเลียนว่าเป็น “Seward’s Folly” (ความโง่เขลาของซูเวิร์ด) หรือ “สวนน้ำแข็งของจอห์นสัน” แต่ดีลประวัติศาสตร์ครั้งนั้น คือ การขจัดอิทธิพลของรัสเซียออกจากทวีปอเมริกาเหนืออย่างถาวร และเป็นการวางหมุดหมายแรกของ Monroe Doctrine ในเขตขั้วโลก ซึ่งซูเวิร์ดเองก็ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการซื้อกรีนแลนด์และไอซ์แลนด์ไว้ด้วย เพื่อมุ่งหวังปิดล้อมอาณานิคมของอังกฤษในแคนาดา

ช่วงเวลาที่โลกเข้าสู่ยุคสงครามเย็น เมื่อภัยคุกคามเปลี่ยนจาก “จักรวรรดิอังกฤษ” มาเป็น “สหภาพโซเวียต” ความสำคัญของกรีนแลนด์ในฐานะจุดยุทธศาสตร์ (Strategic Outpost) จึงพุ่งสูงขึ้น

ในปี 1946 ประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน (Harry S. Truman) ตระหนักดีว่า เส้นทางข้ามขั้วโลกเหนือคือ “ทางด่วน” ที่สั้นที่สุดที่เครื่องบินทิ้งระเบิดโซเวียตจะใช้โจมตีอเมริกา ทรูแมนจึงยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลเดนมาร์ก เพื่อขอซื้อเกาะกรีนแลนด์ด้วยทองคำแท่งมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์

แม้ข้อเสนอจะถูกปฏิเสธ แต่สิ่งนี้ยืนยันได้ว่า ผู้นำสหรัฐฯ ในทุกยุคสมัยมองเห็น “มูลค่าความมั่นคง” ของกรีนแลนด์ที่ประเมินค่าไม่ได้เสมอมา

เมื่อทรัมป์รื้อฟื้นข้อเสนอนี้อีกครั้งในปี 2026 บริบทโลกได้เปลี่ยนจากสงครามเย็น (Cold War) สู่การแข่งขันของมหาอำนาจยุคใหม่ (Great Power Competition) กับจีนและรัสเซีย

The New Monroe Doctrine ของสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณว่า “อาร์กติก” คือ เขตอิทธิพลของอเมริกาเหนือ (Western Hemisphere) ด้วยเหตุนี้การปล่อยให้จีนเข้ามาลงทุนในกรีนแลนด์ผ่าน “Polar Silk Road” คือ การท้าทาย Monroe Doctrine ที่ยอมรับไม่ได้

ในมุม Geopolitics แล้ว กรีนแลนด์คือ “ยามเฝ้าประตู” ที่คุมช่องแคบระหว่าง กรีนแลนด์-ไอซ์แลนด์-สหราชอาณาจักร (GIUK Gap) ซึ่งสำคัญต่อการสกัดกั้นเรือดำน้ำรัสเซีย และเป็นที่ตั้งของฐานทัพ Thule (Pituffik) ซึ่งเป็นดวงตาหลักของระบบป้องกันขีปนาวุธสหรัฐฯ

นอกจากความมั่นคงทางทหาร กรีนแลนด์ยังอุดมไปด้วยแร่หายาก (Rare Earths) ที่จำเป็นต่อเทคโนโลยีอนาคต การครอบครองกรีนแลนด์จึงเท่ากับการปลดแอกห่วงโซ่อุปทานจากจีน

กล่าวโดยสรุปแล้ว ข้อเสนอซื้อกรีนแลนด์ของทรัมป์จึงไม่ใช่เรื่องตลกหรือความบ้าบิ่น แต่เป็น “มรดกทางความคิด” (Intellectual Legacy) ที่ส่งต่อมาจากวิสัยทัศน์ของวิลเลียม ซูเวิร์ด และแฮร์รี ทรูแมน

สหรัฐฯ เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ว่า “ใครครองขั้วโลกเหนือ ผู้นั้นครองความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์” การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นการเดินหมากเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ (National Security) ในระยะยาว ตามแบบฉบับ Realpolitik อย่างแท้จริง

ผู้สนใจโปรดดู
Berry, D. A. (2016). The Monroe Doctrine and the Governance of the Arctic. Strategic