No Mercy สถานการณ์ล่าสุดสแกมเมอร์ในเกาหลีใต้

1721955

No Mercy (2025) เพิ่งปิดฉากลงเมื่อเดือนที่ผ่านมา ความน่าสนใจของซีรีส์เกาหลี 8 อีพีเรื่องนี้คือมันได้อธิบายความเป็นไปได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เราจะถูกหลอกด้วยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อันเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดีปเฟคซึ่งเป็นเครือข่ายของแก๊งจีนข้ามชาติ แถมยังซัดหนักไปถึงวงการตำรวจและนักการเมือง แม้ซีรีส์จะระบุแต่ต้นว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติ แต่มันช่างสอดพ้องกับสถานการณ์ล่าสุดในเกาหลีใต้ตอนนี้เหลือเกิน

No Mercy เล่าเรื่องราวของ ฮาโซมิน (อีจูยอง จาก Itaewon Class, Times และ The Deal) นักแสดงละครเวทีโนเนมที่กำลังจะรุ่ง แต่จู่ ๆ แม่ของเธอก็มีอันหายตัวไป จากนั้นไม่นานพ่อของเธอก็ฆ่าตัวตาย โดยที่เธอมารู้ทีหลังว่าความตายของทั้งคู่นี้มันเกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ในจีน แล้วด้วยความช่วยเหลือจากสายสืบ พัคจองฮุน (กูจุนฮเว หรือ จูเน่ แห่งวงบอยแบนด์ iKON และเคยแสดงซีรีส์ Marry You กับหนัง Once Again) ทำให้เธอได้ใช้เทคโนโลยีดีปเฟคสู้กลับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนที่เรื่องจะหักหลังซับซ้อนพัวพันไปมาทั้งภายในแก๊งอาชญากรและองค์กรต่าง ๆ ในเกาหลีเอง

티저3. “너의 주위 사람들이 하나씩 괴로워질 거야” 【단죄】 9월 24일(수) 밤 9시 40분 첫 방송

ผู้หนีออกจากบ้าน

ปมเหตุหลักเกิดจากการหายตัวไปของแม่ ในคืนเกิดเหตุหลังจากแม่ของนางเอกแวะซื้อดอกไม้เพื่อจะรีบนำไปแสดงความยินดีที่ลูกของเธอได้เดบิวต์เป็นตัวละครนำในเวทีละครโรงเล็ก ระหว่างทางแม่ของเธอถูกรถชนโดยคนร้ายหิ้วร่างของแม่เธอขึ้นรถไปด้วย แต่ภายหลังเมื่อนางเอกนำเรื่องนี้ไปแจ้งความ ตำรวจพบเบาะแสเพียงแค่กล้องวงจรปิดจากร้านดอกไม้ ทำให้ตำรวจระบุการหายตัวไปของแม่นางเอกว่าเป็น “ผู้หนีออกจากบ้าน”

“ผู้หนีออกจากบ้าน (กาชุลจา)” หมายถึงบุคคลที่ออกจากบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองหรือครอบครัว และไม่กลับบ้านภายในระยะเวลาหนึ่ง หากเกิดขึ้นกับเยาวชน จะถือเป็น “เยาวชนหลบหนีออกจากบ้าน (กาชุลช็องโซนยอน) มีสถานะทางกฎหมายและการคุ้มครองเฉพาะในเกาหลีใต้ กล่าวคือ จะไม่ถือเป็นอาชญากรรม ไม่ใช่ความผิดอาญาหากไม่ได้ก่ออาชญากรรมอื่นร่วมด้วย แต่ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะเยาวชนมักตกอยู่ในอันตราย เช่น ถูกหลอก ค้ามนุษย์ หรือชักชวนสู่กิจกรรมผิดกฎหมาย

แต่ในกรณีผู้ใหญ่ จะถูกนับเป็น “บุคคลสูญหายโดยสมัครใจ (จาอึลซิลจงจา / voluntary disappearance)” ในกรณีนี้ครอบครัวสามารถแจ้งคนหายได้ แต่เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถบังคับให้กลับบ้านได้ เว้นแต่จะพบว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิตหรือสุขภาพ ในซีรีส์นี้ตำรวจพบเพียงภาพของแม่นางเอกว่าออกจากร้านดอกไม้ด้วยท่าทียิ้มแย้ม แต่ตำรวจไม่พบหลักฐานว่าถูกรถชน ทำให้ถูกระบุว่าเป็นการสูญหายโดยสมัครใจ

กรณีนี้หมายถึงบุคคลนั้นไม่ได้ถูกลักพาตัว ไม่ได้ถูกคุกคาม และไม่มีสัญญาณว่าจะมีอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นแม้ตำรวจจะรับคำร้อง แต่จะไม่ถือเป็นกรณีอาญา ทำให้ไม่สามารถใช้กำลังตำรวจในการติดตาม จนกว่าญาติจะมีหลักฐานว่าบุคคลนั้นอาจอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงต่อชีวิต ดังนั้นตำรวจจะไม่ออกค้นหา ไม่สามารถติดตามสัญญาณโทรศัพท์ หรือข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ไปจนถึงจะไม่เข้าไปเช็คกล้องวงจรปิดตามที่ต่าง ๆ ด้วย คือสิ่งที่ตำรวจจะทำได้คือติดตามแบบจำกัดเท่านั้น แถมการถูกระบุว่าหายตัวไปในกรณีนี้มีผลยาวนานได้ถึง 7 ปี กล่าวคือหากหายไปหลังจากแจ้งความแล้ว 7 ปี จะถูกระบุสถานะว่าเป็น “บุคคลสาบสูญ (ซิลจงซอนโก)”

ตรงกันข้ามหากเหยื่อถูกประเมินว่าเป็น “ผู้อยู่ในภาวะอันตราย (วีฮยอมซิลจงจา)” จะมีการระดมกำลังอย่างจัดเต็มทุกรูปแบบ รวมถึงสามารถติดตามตำแหน่งของสัญญาณมือถือก็ได้ด้วย โดยจะต้องมีปัจจัยดังต่อไปนี้คือ เป็นเด็กต่ำกว่า 18 ปี, ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเกี่ยวกับสมอง, มีประวัติฆ่าตัวตาย / ซึมเศร้า / จิตเวช, มีพฤติกรรมผิดปกติเช่นทิ้งจดหมายลาตาย, มีหลักฐานว่าถูกทำร้าย ข่มขู่ หรือลักพาตัว, ไปจนถึงหายไปในพื้นที่อันตราย เช่น ภูเขา ทะเล หรือสภาพอากาศเลวร้าย หากทั้งหมดตรงตามเงื่อนไขเหล่านี้จึงจะสามาถระบุเป็น “คดีค้นหาฉุกเฉิน (กินกุบ ซูเซก ซักกอน)” โดยไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง

ไทม์ไลน์กรณีสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์จากเกาหลีใต้ในกัมพูชา

ที่เราหยิบซีรีส์นี้มาเล่าเพราะมันกำลังเป็นข่าวฮือฮาเมื่อไม่นานนี้จนปัจจุบัน ต่อกรณีพบศพนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา อันเกี่ยวพันกับกรณีคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา โดยมีชาวจีนอยู่เบื้องหลัง และล่าสุดมีการโยงว่าอาจเกี่ยวข้องกับนักการเมืองบางคนโดยเฉพาะกับรัฐบาลชุดที่แล้วของนายยุนซ็อกยอล (ผู้ต้องหาคดีก่อกบฏด้วยการทำรัฐประหารประกาศกฎอัยการศึกและยังคงถูกจำคุกอยู่ตอนนี้)

ก่อนหน้านี้มีรายงานกรณีคนหาย กักขัง หรือบังคับให้ทำงานคอลเซ็นเตอร์มานานแล้ว บางสำนักรายงานว่าราว 330 กรณี ขณะที่มีการคาดว่าน่าจะอยู่ที่มากกว่า 1,000 คน (ประเมินจากชาวต่างชาติทั้งหมดว่าน่าจะสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนรายจากหลากหลายเชื้อชาติ) บทความนี้จะมาเรียบเรียงไทม์ไลน์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

สิงหาคม 2025

8 สิงหาคม พบศพนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ อายุราว 22 ปี ในรถปิกอัพใกล้ภูเขาโบกอร์ กัมพูชา ภายหลังถูกระบุว่าคือนายพัคมินโฮ ที่ถูกล่อลวงไปทำงานก่อนจะถูกกักขังเรียกค่าไถ่แล้วซ้อมทรมานจนเสียชีวิต

แต่ขณะนั้นยังไม่เป็นข่าวครึกโครม เนื่องจากตำรวจเขมรระบุว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือหัวใจวาย กระทั่งกลางสิงหาคมเริ่มมีข่าวเล็ดรอดในสื่อเขมรแต่ไม่ได้รับความสนใจในวงกว้างเนื่องจากศพเบื้องต้นถูกอำพรางว่าเป็นชาวจีนอายุสามสิบ ก่อนที่ภายหลังจะสามารถยืนยันตัวตนได้ ต่อมาในเดือนกันยายนครอบครัวผู้ตายร้องขอให้รัฐบาลเกาหลีตรวจสอบหลังพบพิรุธหลายอย่าง เช่น บาดแผลตามตัว และข้อมูลการหายตัวไปก่อนพบเป็นศพ

ตุลาคม 2025

ต้นตุลาคมตำรวจกัมพูชาประกาศจับผู้ต้องสงสัยชาวจีน 3 คน (มีอีกหนึ่งคนหลบหนีไปได้) ว่าเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ออนไลน์ที่นายพัคถูกหลอกให้ไปทำงาน จนพบหลักฐานการกักขัง ทรมาน และเสียชีวิต กลางตุลาคมสื่อใหญ่ต่าง ๆ อาทิ โคเรียไทม์, ยอนฮัป, เดอะ การ์เดียน, เอพี ต่างประโคมข่าวกดดันให้รัฐบาลเกาหลีสอบสวนเชิงลึกและทวงความยุติธรรมให้กับเหยื่อพร้อมเปิดเผยข้อมูลผู้ตายสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกในช่วงวันที่ 10-16 ตุลาคม

10 ตุลาคม รัฐบาลเกาหลีใต้ตอบโต้ทันทีด้วยการเรียกตัวเอกอัครราชฑูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้เข้าพบ เพื่อท้วงติงและขอให้ดำเนินการกับกรณีสแกมเมอร์ที่ลวงคนเกาหลีไปกัมพูชา

12 ตุลาคม สำนักตำรวจแห่งชาติเกาหลี (KNPA) ประกาศจะตั้งปฏิบัติการ Korean Desk หรือการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีไปตั้งโต๊ะประจำการในกัมพูชา เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและหารือแนวทางในการสืบสวนกรณีคนเกาหลีใต้หายไปในกัมพูชา

14 ตุลาคม ช่วงเวลาเดียวกันนี้สหรัฐและสหราชอาณาจักรร่วมกันประกาศมาตรการคว่ำบาตรเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์ข้ามชาติ โดยเฉพาะในประเทศกัมพูชา พร้อมกับยื่นฟ้องยึดทรัพย์สินดิจิทัลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

โดยระบุรายชื่อคือ นายเฉินจื้อ (Chen Zhi หรือ Vincent Chen) ประธานกลุ่ม Prince Holding Group (Prince Group) ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา, บริษัท Prince Holding Group (Prince Group) ถูกระบุว่าเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้านการหลอกลวงออนไลน์และฟอกเงิน, Jin Bei Group เป็นหนึ่งในองค์กรที่สหราชอาณาจักรระบุว่าเกี่ยวข้องกับ Prince Holding Group (Prince Group) และกิจการสแกมกับคาสิโนในกัมพูชา, บริษัท Golden Fortune Resorts World Ltd., แพลตฟอร์มคริปโต Byex Exchange และ กลุ่มบริหารการเงิน Huione Group ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชาและมีเครือข่ายในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหล่านี้ถูกตัดออกจากระบบการเงินสหรัฐตามมาตรการทางกฎหมาย section 311

15 ตุลาคม เกาหลีใต้ประกาศเตือนภัยระดับร้ายแรง (code-black) ในบางพื้นที่ของกัมพูชา ได้แก่ ปอยเปต, บาเวต และภูเขาโบกอร์ เนื่องจากมีรายงานการถูกล่อลวงกักขัง

16 ตุลาคม ทีมระดับสูงจากเกาหลีใต้นำโดยรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ คิมจีนา เดินทางไปยังพนมเปญเพื่อพบนายกัมพูชา ฮุนมาเน็ต เพื่อหารือความร่วมมือในการปราบสแกมเมอร์

16-18 ตุลาคม กัมพูชาตรวจค้นหลายคอมเพล็กซ์ที่ถูกระบุว่าเป็นศูนย์สแกม (มีคลิปหลุดพบว่ามีจำนวนไม่น้อยข้ามมาฝั่งไทยหรือไปลาวและเวียดนามเนื่องจากมีชายแดนติดกัน / ในไทยมี 7 จังหวัดที่ติดกัน ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด)

18 ตุลาคม มีผู้ถูกคุมขังชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชา 64 คน ถูกส่งตัวกลับเกาหลีใต้ พร้อมถูกควบคุมตัวและเตรียมสอบสวนเนื่องจากในกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่เหยื่อแต่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการล่อลวงเองด้วย

20 ตุลาคม ตำรวจเกาหลีประกาศจะดำเนินคดีและสอบสวนเครือข่ายสแกมที่อยู่เบื้องหลังในกัมพูชาอย่างเข้มข้น รวมถึงกรณีการลักพาตัวหรือกกักขังพลเมืองเกาหลี

21 ตุลาคม มีรายงานว่าในจำนวน 59 คนนี้มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ 49 คน

-วันเดียวกันนั้นรัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศยกระดับคำสั่งห้ามเดินทางไปบางพื้นที่ในกัมพูชาโดยเด็ดขาด

-เถ้ากระดูกของนายพัคมินโฮถูกส่งกลับถึงโซล เกาหลี หลังจากกัมพูชายื้ออยู่นานถึง 74 วัน

22 ตุลาคม คณะรัฐสภาเกาหลีเดินทางไปเยี่ยมไซต์งานที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นอกกรุงพนมเปญ นำโดยนายคิมซ็อกกี ลงพื้นที่ตรวจไซต์ในเขตปอร์เซ็นเจย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานงานกับตำรวจกัมพูชา

ระหว่างนี้มีข่าวว่าเกาหลีกำลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการคว่ำบาตรกัมพูชาโดยมีเป้าหมายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย (ตามที่สหรัฐและอังกฤษได้ออกคำสั่งคว่ำบาตรเครือข่ายใหญ่ไปก่อนหน้านี้) เพื่อตัดช่องทางการเงิน

24-28 ตุลาคม สืบสวนขยายผลในต่างประเทศ ส่งสำนวนต่ออัยการ มีการแยกแยะบทบาทต่าง ๆ ของผู้ถูกส่งกลับ บางคนยืนยันได้ว่าเป็นเหยื่อ ถูกกักขัง หรือทุบตีในไซต์ บางคนถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนร่วมในการกระทำ ตำรวจรวบรวมหลักฐานดิจิทัลและอุปกรณ์จากการยึดข้ามพรมแดนแล้วส่งสำนวนไปยังอัยการ

ระหว่างนี้กระทรวงต่างประเทศประกาศเพิ่มกำลังในการรับเรื่องคนหายหรือขอความช่วยเหลือในต่างประเทศและตั้ง Korean Desk อย่างจริงจังในกัมพูชาเพื่ออำนวยความสะดวกประสานงานค้นหา ช่วยเหลือเหยื่อ หรือส่งกลับ

20-30 ตุลาคม ทั้งสองประเทศตกลงจัดตั้ง Joint Task Force/หน่วยประสานร่วม (Korea-Cambodia task force) เพื่อสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายข้ามชาติ โดยมีแผนจะเริ่มปฏิบัตการหรือใช้งานภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ปัจจุบันยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คดีต่าง ๆ อยู่ในขั้นสอบสวนหรือส่งฟ้อง บางคดีผ่านการออกหมายขังไปแล้ว ขณะที่การประสานกับกัมพูชาเพื่อสืบสวนเครือข่ายระดับหัวหน้าและการติดตามทรัพย์สินหรือช่องทางการเงินยังคงดำเนินต่อไป

แนวทางในอนาคตของรัฐบาลเกาหลีใต้

1. จัดตั้ง “K-Cambodia Joint Task Force” ถาวร หลังจากรองรมต. คิม จี-นา เยือนพนมเปญเมื่อ16 ตุลาคม ทั้งสองประเทศตกลงจะตั้ง “หน่วยงานร่วมสืบสวน(Joint Task Force)” จะมีตำรวจและอัยการจากทั้งสองประเทศประจำอยู่ในพนมเปญ มีหน้าที่ : แลกเปลี่ยนข้อมูล, เข้าตรวจไซต์, ดำเนินคดีข้ามชาติแบบรวดเร็ว กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีประกาศว่าจะทำให้หน่วยนี้เริ่มปฏิบัติการเต็มรูปแบบภายใน พฤศจิกายน–ธันวาคม 2025

2. ขยาย “Korean Desk” ในประเทศอาเซียน รัฐบาลเตรียมตั้ง Korean Desk ใน กัมพูชา ลาว เมียนมา และ ฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับเคสคนหายหรือถูกล่อลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Desk เหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือน “ศูนย์ช่วยเหลือเร่งด่วน” ของสถานทูต ช่วยติดตามโทรศัพท์สัญญาณ GPS ข้ามประเทศ, ติดต่อครอบครัว, และเชื่อมโยงข้อมูลกับตำรวจเกาหลี

3. ใช้มาตรการ “คว่ำบาตรทางการเงิน” ต่อเครือข่ายสแกม กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการคลังเกาหลีอยู่ระหว่างการออกกฎหมาย “Scam Network Sanctions Act” เพื่อจะอนุญาตให้ “ขึ้นบัญชีดำบุคคลและบริษัทต่างชาติ” ที่มีหลักฐานว่าลงทุนหรือให้การสนับสนุนศูนย์สแกม รูปแบบคล้ายกับที่สหรัฐ และ สหราชอาณาจักรใช้คว่ำบาตร “ไซเบอร์แก๊งจีน–เมียนมา” คาดว่าจะประกาศใช้ภายในไตรมาสแรกของปี 2026

4. ขยายการสอบสวนภายในประเทศ ตำรวจเกาหลีเตรียมเปิด “ทีมสืบสวนออนไลน์ต่างประเทศ (Overseas Cybercrime Unit)” ถาวร เพื่อตรวจสอบเครือข่ายการเงินในเกาหลีที่ส่งเงินให้ศูนย์สแกมในกัมพูชา ทำงานร่วมกับ Korea Financial Intelligence Unit เพื่อตัดช่องทางการโอนเงินผิดกฎหมาย อัยการสูงสุดประกาศว่าคดีแรก ๆ ที่ส่งฟ้องในเดือน พฤศจิกายน–ธันวาคม 2025 นี้ จะกลายเป็น “คดีต้นแบบ” สำหรับการดำเนินคดีอาชญากรรมข้ามพรมแดนระบบใหม่

5. นโยบายด้านประชาชนและแรงงานเกาหลีในต่างประเทศ จะมีการออก กฎหมาย “Safe Overseas Employment Act”เพื่อบังคับให้บริษัทจัดหางานต้องลงทะเบียนจริง ตรวจสอบสัญญา และรายงานผู้ไปทำงานต่างประเทศต่อสถานทูต มีระบบ “pre-travel warning app” ให้คนเกาหลีตรวจสอบบริษัทก่อนเดินทาง รัฐบาลยังจะเปิดสายด่วน “1588-9119” พิเศษสำหรับเคสล่อลวงหรือหายตัวในต่างประเทศ

6. ความร่วมมือระดับอาเซียนและ Interpol เกาหลีเตรียมเสนอให้ตั้ง ASEAN + Korea Cybercrime Response Forum ในปี 2026 มีเป้าหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลคนหาย เครือข่าย และเทคโนโลยีสืบสวนข้ามแดน Interpol ประจำโซลได้รับมอบหมายให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลกรณีสแกมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

7. มาตรการเชิงสังคมและการศึกษาในประเทศ รัฐบาลประกาศจะบรรจุหัวข้อ “digital scam awareness” ในหลักสูตรมัธยม และสร้าง campaign ชื่อว่า “Don’t Go There — No Easy Jobs Abroad (อย่าไปที่นั่น ไม่มีงานสบายในต่างชาติ)” เพื่อลดการหลงเชื่อคำชวนทำงานต่างประเทศ จะมีการสร้างฐานข้อมูล “Missing Koreans Abroad (ชาวเกาหลีที่หายไปในต่างแดน)” ที่เชื่อมกับระบบ Integrated Missing Person DB (บูรณาการฐานข้อมูลคนหาย) ของตำรวจ

ความเชื่อมโยงกับแวดวงการเมือง

ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นนี้เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่ารัฐบาลที่จัดการกรณีสแกมเมอร์ในกัมพูชาได้อย่างรวดเร็วนั้นเป็นรัฐบาลจากพรรคเสรีนิยม มาจากพรรค Democratic อันเป็นขั้วตรงข้ามกับพรรคPeople Power ที่เป็นพรรคอนุรักษ์นิยม หรือก็คือนายยุนซ็อกยอล อดีตประธานาธิบดีที่ถูกระงับไปเมื่อ 14 ธันวาคม 2024 หลังจากนั้นมีผู้รักษาการแทนก่อนจะได้นายอีแจมย็อง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้เอง (ด้วยคำแนนท่วมท้น 49.42% หรือ 17,287,513 เสียง) ทีนี้ระหว่างกรณีสแกมในเขมรชาวเนตจึงขุดไปถึงนโยบายในรัฐบาลที่แล้วเกี่ยวกับ เอกสารความช่วยเหลือพัฒนา (ODA) กัมพูชา โดยระบุถึงยุทธศาสตร์พัฒนาความร่วมมือกับกัมพูชา 2022-2026 ว่าจะให้เงินช่วยเหลือ หรือสินเชื่อแก่กัมพูชาโดยรวมที่ 1.5พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32.3พันล้านบาทไทย)

มีรายงานว่า “งบประมาณโครงการกัมพูชา” เพิ่มขึ้นจาก 178.9 พันล้านวอนในปี 2022 เป็นประมาณ 435.3 พันล้านวอนในปีถัดมา ทั้งสองประเทศประกาศลงนามเมื่อ 16 พฤษภาคม 2024 (สมัยนายยุน) ยกระดับเป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์ และรวมถึงการดำเนินโครงการด้านการพัฒนา หรือโครงสร้างพื้นฐาน หรือสินเชื่อต่าง ๆ

โดยมีการค้นย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่นายยุนเพิ่งจะเป็นประธานาธิบดี สิ่งแรก ๆ ที่ คิมกึนฮี ภริยาผู้อื้อฉาวของนายยุนทำก็คือการไปเยือนกัมพูชา พร้อมภาพถ่ายชวนสงสารถึงความลำบากยากจนข้นแค้นของกัมพูชา เพื่อการนำไปสู่มติการลงเงินช่วยเหลือกัมพูชาอย่างมหาศาลในครั้งนี้ หนึ่งในนั้นคือเด็กชายผู้เพิ่งผ่านการผ่าตัดโรคหัวใจที่เธออุ้มโชว์ออกสื่อและนำกลับมาใช้โฆษณาชวนเชื่อถึงในเกาหลีใต้ด้วย

ปัจจุบันแม้จะยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการแต่มีแนวโน้มหรือเงื่อ่นไขเพิ่มเติมจากรัฐบาลเกาหลีใต้ว่ากำลังทบทวนความช่วยเหลือ อาจมีการแก้เงื่อนไข และอาจลดหรือระงับบางโครงการ หากระหว่างนี้พบว่ากัมพูชาไม่มีความชัดเจนในเรื่องการให้ความร่วมมือในการจัดการศูนย์สแกมและคุ้มครองพลเมืองเกาหลี อย่างไรก็ตามล่าสุดมีมติพักการให้ความช่วยเหลือโครงการจัดการน้ำในกัมพูชา ที่เป็นข้อตกลงระหว่างเกาหลีกับ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) เอาไว้ก่อน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2025 โดยเป็นโครงการจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มแม่น้ำโขง

ข่าวสแกมเมอร์ล่าสุดในเกาหลีใต้

เรื่องนี้กลายเป็นข่าวฮือฮาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมานี้เอง สำนักข่าว Arirang รายงานว่ามีหญิงวัย 50 ปีไปฟ้องตำรวจว่าเธอเพิ่งรู้ตัวว่าถูกโรแมนซ์สแกม หลังจากเข้าใจมาตลอดว่ากำลังคบหากับดาราสุดดัง อีจองแจ พระเอกจากซีรีส์ Squid Game ซึ่งคุยกับเธอผ่านแชทไลน์และปลอมเอกสารต่าง ๆ เป็นใบหน้าของเขา ทำให้อาจุมม่ารายนี้สูญเงินไปแล้วคิดเป็นเงินไทยได้กว่า 11 ล้านบาท นี่เฉพาะเหยื่อเพียงรายเดียว

มีการระบุเพิ่มเติมอีกว่าหากย้อนหลังไปสามปี ตั้งแต่ 2023 เสียหายไปแล้ว 196.5 พันล้านวอน (ราว 4,785 ล้านบาท), 2024 เสียหายเพิ่มอีกหลายเท่าเป็น 854.5 พันล้านวอน (ราว 19,926 ล้านบาท), และไม่น่าเชื่อว่าจากการสำรวจปีล่าสุดตั้งแต่มกราคม ถึง กรกฎาคมยอดนี้ลดลงเพียงเล็กน้อยอยู่ที่ 799.2 พันล้านวอน (ราว 18,630 ล้านบาท)

นี่ขนาดว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่เจริญกว่าเรา มีการผลักดันนโยบายต่าง ๆ จากภาครัฐและสังคมก็ช่วยกันระดมแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังแล้ว….หันกลับมาดูบ้านเรา…