CP ส่งคนรุ่นใหม่ ร่วมเวที One Young World 2025 :ฟังเสียงเยาวชน “ชิษณุพงศ์-ศุภกานต์” ต่อยอดไอเดียและความรู้ ลงมือแก้ปัญหาประเทศไทย

‘คนรุ่นใหม่’ ฟันเฟืองสำคัญที่จะมาช่วยคิดและลงมือทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ท่ามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่างประเทศ สงครามการค้า วิกฤติสิ่งแวดล้อม และการใช้เทคโนโลยีเอไอที่นำไปสู่ความไม่ลงรอยในสังคม

ปี 2025 บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) ยังคงเดินหน้าสนับสนุนคนรุ่นใหม่ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ โดยในปีนี้เป็นปีที่ 10 ที่เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งมั่นที่จะปั้นผู้นำรุ่นใหม่บนเวทีระดับโลก เดินหน้าสานโครงการ “ซีพีสานฝัน ปันโอกาส สู่ผู้นำรุ่นใหม่ One Young World” มาอย่างต่อเนื่อง โดยส่ง 20 พนักงานรุ่นใหม่จากบริษัทในเครือ เข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนโลก “One Young World Summit 2025” ตั้งแต่วันที่ 3–6 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี เพื่อแลกเปลี่ยนมุมคิดเยาวชนกว่า 190 ประเทศรวม 2,000 คน

ทั้งนี้ One Young World ถูกก่อตั้งในปี 2552 เป็นการประชุมระดับโลกสำหรับผู้นำเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี โดยเปิดโอกาสให้มีการปราศรัยต่อเครือข่ายเยาวชนที่มาจากทั่วโลกรวมถึงหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดการแบ่งปัน และพัฒนาความคิดในการแก้ปัญหาสำคัญระดับโลกที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

“ชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย” (ซัน) Specialist, Web and Ecommerce, Product and Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ “ศุภกานต์ ริ้วทอง” (กานต์) Management Trainee จาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra

สำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า มีโอกาสพูดคุยกับ 2 ตัวแทนจากเครือซีพี ได้แก่ “ชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย” (ซัน) Specialist, Web and Ecommerce, Product and Service บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ “ศุภกานต์ ริ้วทอง” (กานต์) Management Trainee จาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP Axtra  เพื่อเปิดมุมคิดของคนรุ่นใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกสู่เวที One Young World – ตั้งแต่แรงบันดาลใจแรก จุดเปลี่ยนในเวทีระดับโลก ไปจนถึงสิ่งที่อยากนำกลับมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมไทย

อ่านเพิ่มเติม One Young World : “นันทิช-นวมลลิ์” 2 ตัวแทนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ เล่าพื้นที่เปลี่ยนโลก พลังคนรุ่นใหม่สร้างโลกยั่งยืน

‘Mindset’ + ‘Passion’ กระดุมเม็ดแรกสู่ One Young World

 “HR ส่งอีเมลมาเชิญชวนคนในบริษัทที่อายุต่ำกว่า 30 ปี เราเข้าไปดูว่า One Young World คืออะไรกันแน่ อ๋อ เป็นส่วนหนึ่งของ UN ที่ต้องการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ทำโครงการที่ส่งผลดีต่อสังคม หัวข้อในปีนี้มีที่สนใจคือ Anti-Hate หรือต่อต้านความเกลียดชัง เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัว เราเห็นความรุนแรงในสังคมทุกวันผ่านโซเชียลมีเดีย แล้วทำไมข่าวความรุนแรงค่อนข้างเยอะ และถ้า UN ให้ความสนใจ แปลว่าเรื่องนี้สำคัญ” กานต์ เล่าจุดเริ่มต้น

ส่วนซันก็ได้อีเมลเชิญชวนแบบเดียวกัน แต่เขาบอกว่าเคยได้ยินชื่อ One Young World มาก่อนหน้านี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโครงการอะไร จนกระทั่งตัดสินใจสมัครอย่างจริงจังในปีนี้ เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น แต่ยังไม่มีคำตอบว่าต้องทำอย่างไร ในปีนี้ซันจึงสมัครเข้าร่วมโครงการและเลือกหัวข้อ Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน

ทั้งนี้ One Young World Summit 2025 มี 5 หัวข้อที่เป็นธีมหลัก ได้แก่

1. Circular Economy: เศรษฐกิจหมุนเวียน

2.Anti-Hate: การต่อต้านความเกลียดชัง

3. Responsible Tech: เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ

4.Education: การเข้าถึงการศึกษา

5.Peace & Security: สันติภาพและความมั่นคง

หลังจากนั้น เยาวชนไทยกว่า 200 คนจะต้องไปร่วม Hackathon ที่ True Digital Park เพื่อเป็นบททดสอบแรกว่า One Young World วันจริงจะเป็นอย่างไร โดยในงานแฮกกาธอนจะมีการจับกลุ่มและให้ลองเสนอโปรเจค และสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกจากกว่า 200 คนเหลือ 20 คนสุดท้าย

หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้สัมภาษณ์ถามคือ อะไรคือเหตุผลที่เขาควรไป One Young World โดยทั้งกานต์และซัน เห็นตรงกันว่าคำตอบที่ทำให้เขาได้คัดเลือกอาจไม่ใช่แค่ไอเดียและโปรเจคในหัว แต่เป็นวิธีคิด (mindset) และมุมมอง-ทัศนคติ (attitude) ประกอบกับแพชชั่น (passion)

 “อีกอย่างคือ Ability to Adapt…เราทุกคนมีความคิดในหัว มีโปรเจคที่อยากทำและสอดคล้องไปกับเครือ และที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ willing ที่อยากเรียนรู้จากคนอื่นและนำมาปรับใช้กับตัวเองและเครือ” ซัน กล่าว

แต่ปีนี้มีความพิเศษคือ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ได้มาพูดคุยกับเยาวชน 20 คนก่อนบินลัดฟ้าไปร่วมเวที One Young World Summit

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารในเครือมาร่วมส่งกำลังใจให้ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, ดร.เนติธร ประดิษฐ์สาร ผู้ช่วยบริหารประธานคณะผู้บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สำนักความร่วมมือระหว่างประเทศ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, คุณกมลนันท์ เจียรวนนท์ โสภณพนิช ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และคุณศรินทร์รา วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

จากนั้นตัวแทนทั้ง 20 คนได้ไปศึกษาดูงานด้านนวัตกรรมในเครือ ตลอดจนเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อม ณ สถาบันพัฒนาผู้นำ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPLI) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

“คุณศุภชัยเปิดโอกาสให้เราได้ถาม ด้วยความที่ท่านมีแพชชั่นเรื่องการศึกษา โดยเฉพาะโครงการ Connext-ED มีคนถามว่าทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษา และทำอย่างไรให้ลดความเกลียดชังได้ ท่านตอบว่าสิ่งที่ตรงข้ามกับความเกลียดชังคือความรัก ถ้าเราให้ความรักกับทุกคนมากขึ้น สุดท้ายความเกลียดชังจะน้อยลง แต่ต้องทำให้ทุกคนรู้จักความรักและรู้สึกมั่นคงกับความเป็นอยู่ ส่วนการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญและเครืออยากให้ทุกคนได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกันจริงๆ ทั้งหมดทำให้เยาวชน 20 คนได้นำความเห็นมาปรับใช้ เพื่อเป็น key point ว่าจะคุยอะไรต่อใน One Young World” ซัน เล่า

“ชิษณุพงศ์ ศิริธนะวุฒิชัย” (ซัน)

ตกผลึกความคิดจากเพื่อนร่วมโลก

ตัดภาพมาที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี เยาวชนกว่า 2,000 คนจากทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกันที่ Messe Munich ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมสำคัญของยุโรป ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกคนชุดสูทและเดรส แต่มีเยาวชนไทย 20 คนที่แต่งกายด้วยชุดไทยร่วมสมัย เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย

One Young World จัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 – 6 พฤศจิกายน 2568 โดยมีบุคคลสำคัญระดับโลกขึ้นเวทีเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้นำเยาวชนจากทั่วโลก สนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ และพร้อมเปิดใจรับฟังเสียงจากรอบด้าน โดยมีบุคคลสำคัญ เช่น

  • ดีเตอร์ ไรเตอร์ นายกเทศมนตรีเมืองมิวนิก
  • นาธาเลีย ฟอน ผู้บริหารหญิงจากซิเมนส์
  • เอลิซาเบธ ลอเรนจ์ ผู้บริหารด้าน AI และ Data
  • อิลกา ฮอร์สต์ไมเออร์ ผู้บริหาร BMW ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ในเวิร์คช็อปเรื่อง Circular Economy ซัน เล่าว่ามีการพูดคุยถึงไอเดียในอนาคตของเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ โดย ซัน ได้เสนอไอเดียให้เยาวชนทั่วโลกฟังเรื่องแนวคิดการรียูสแร่แรร์เอิร์ธในการผลิตชิป อีกทั้งสิ่งที่ได้คือการมองทุกอย่างให้เป็น Circular เหมือนธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ผลิต-ใช้-ทิ้ง หากต้องมองทั้งกระบวนการของผลิตภัณฑ์

“ผมสังเกตว่า คนเอเชียและแอฟริกามองว่าสิ่งแวดล้อมต้องให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เยอรมนี สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ฝังกับชีวิตของเขา สินค้าของเขาใส่ใจสิ่งแวดล้อม การคัดแยกขยะเป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน ทุกคนตระหนักรู้และทำไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอย่างอื่นเพิ่มเติมยกเว้นว่ามีเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมา และทำอย่างไรองค์กร take action ที่ใหญ่ขึ้น” ซัน เล่า

ส่วน กานต์ แชร์สิ่งที่ได้จากเวิร์คช็อปหัวข้อ Anti-Hate ว่า ประเด็นนี้จะเน้นการฟังเรื่องราวและประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านการต่อสู้กับความเกลียดชังในรูปแบบต่างๆ ได้ โดยวิทยากรที่ กานต์ ประทับใจคือ Terry Crews นักแสดงชาวอเมริกันที่ร่วมขับเคลื่อนมูลนิธิเพื่อต่อต้านความเกลียดชังและความรุนแรงภายในครอบครัว จากปมวัยเด็กที่เห็นพ่อทำร้ายร่างกายแม่ตัวเอง พอเขาเติบโตขึ้นจึงมีปัญหาด้านการสื่อสารและการแสดงความรัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวจาก Rio Ferdinand นักฟุตบอลชาวอังกฤษที่ออกมา call out ว่าการจะหยุดความรุนแรงในสังคมต้องสร้างความมั่นใจให้เด็ก ทำให้เด็กกล้าพูด กล้าแสดงออก ไม่ปล่อยให้เงียบเฉยเพียงลำพัง

“เวทีนี้พยายามทำให้ Anti-Hate เป็นรูปธรรมมากขึ้น มันคือการเล่าสิ่งที่เราเจอ รู้สึกอย่างไร และแก้ไขอย่างไร โดยเริ่มที่เราว่าจะหยุดความเกลียดชังในสังคมอย่างไรได้บ้าง ทำให้ตกผลึกกับตัวเองว่าเราควรจะเป็นผู้นำแบบไหน คนที่พูดบนเวทีมีจุดร่วมเดียวกันคือต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อสังคม คนที่ประสบความสำเร็จเขามีบุคลิกแบบมีเมตตา วิธีคิดแบบนี้ที่จะอยู่กับทุกคน ทั้งคนรุ่นใหม่และเก่า” กานต์ กล่าว

“พอกลับมาจาก One Young World ทำให้เรามีความเมตตา ให้อภัย ให้โอกาส ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าใจว่าต้องทำอย่างไร ไม่เคยเห็นคนที่ทำมันได้จริงๆ แต่พอไปตรงนั้นได้เจอคนและพูดคุยกัน…อ๋อ มันต้องมีความรักเพื่อนมนุษย์ กลับมา back to basic เช่น คนพิการทางสายตา เขาก็ทำอะไรบางอย่างเพื่อสังคม ทั้งที่เขาโดนเกลียด โดนบูลลี่ ต่อจากนี้ใครจะพูดลับหลัง เราก็ข้ามไปเลย” กานต์ กล่าว

“ศุภกานต์ ริ้วทอง” (กานต์)

ชิมลางปัญหาจริง แก้ปม ‘การศึกษา’ ไทย

แม้กานต์และซัน ไป One Young World ภายใต้หัวข้อที่แตกต่างกัน แต่หลังจากกลับมาแล้ว ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าการจะแก้ปัญหาต่างๆ ในสังคม กระทั่งการจะแก้ปัญหาและความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคตจะต้องกลับมาที่เรื่อง ‘การศึกษา’

“เป็นสิ่งที่คิดมาตั้งแต่ก่อนไป One Young World สุดท้ายทำให้เห็นการจะแก้ปัญหา Anti-Hate ต้องกลับมาที่ ‘ระบบการศึกษา’ ในวัยเด็ก แต่เรามีพื้นที่นี้ไหม ให้เด็กไทยได้พูดไหม” กานต์ กล่าว

ซันเล่าว่าในกิจกรรมหนึ่ง เขาได้เสนอไอเดียเรื่องการใช้ AI เป็นเครื่องมือปลูกฝังให้เด็กเกิดกระบวนการการเรียนรู้ว่า

“เราต้องปลูกฝังให้เด็กสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองในการเรียนรู้ โดยมี AI เป็นตัวช่วย เพราะการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเด็กคนหนึ่งรู้สึกไม่ชอบการเรียน ไม่ชอบทำงานร่วมกับผู้อื่น สุดท้ายสิ่งที่เขาไม่ชอบจะทำให้เขาไม่ชอบและหลุดจากระบบการศึกษา ผมเลยเสนอไอเดียว่าให้เอา AI Integrate เข้าไปเลย ถ้าเด็กไม่เก่งตรงนี้ เอไอจะต้อง personalize ให้เด็กทุกคนเท่าเทียมในทักษะพื้นฐาน รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เขาควรจะเรียนรู้และขาดหายไป เอไอจะเข้ามาเติมเต็มตรงนั้น จากนั้นใครจะต่อยอดอะไรเป็นเรื่องส่วนบุคคล” ซัน เสนอไอเดีย

หลังกลับจากโครงการ เครือยังให้เยาวชนเข้าร่วมโครงการ “Young Transformative Leaders” เพื่อให้ต่อยอดสิ่งที่ได้จาก One Young World มาทำให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ โดยมีโจทย์ 6 ปัญหาเร่งด่วนให้เยาวชนได้เลือก เพื่อขยายผลสู่ระดับประเทศ ประกอบด้วย

1. โครงการ “#FIGHTหมอกควัน: พลังคนรุ่นใหม่ เพื่ออากาศสะอาด… เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” (ระยะที่ 2)

2.โครงการขยะอาหาร

3. โครงการลดขยะให้เป็นศูนย์

4. โครงการเพื่อการศึกษา

5. โครงการขจัดความหิวโหย

6.โครงการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

กานต์ เลือกมิติด้านการศึกษา ในส่วนของโครงการ Connext-ED มูลนิธิพัฒนาการศึกษาสำหรับเยาวชน จากความร่วมมือ 3 ภาคส่วนคือ สังคม รัฐบาลและเครือ โดยกานต์เสนอเรื่อง Learning Center และการพัฒนาโมเดลที่ใช้เอไอมาอยู่ในสื่อเพื่อการศึกษา เพื่อพัฒนาทั้งครูและนักเรียน และยังตอบโจทย์เรื่อง Anti-Hate ของตัวเองที่จะสร้างความมั่นใจ-กล้าพูดตั้งแต่วัยเด็ก

ขณะที่ ซัน มองว่า มนุษย์จะไม่สามารถทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้ถ้าเขายังรู้สึกว่าชีวิตขั้นพื้นฐานไม่ปลอดภัยและไม่อิ่มท้อง จึงเลือกทำโครงการขจัดความหิวโหย ผ่านโครงการเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อเป้าหมาย Zero Hunger ขจัดความหิวโหย ซึ่งเป็นโครงการที่เครือทำมาแล้ว 30 ปี โดยนำไก่ไข่และเล้าไก่ไปให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ทำให้บุคลากรในโรงเรียนกว่า 1,000 แห่งมีไข่ไก่กิน ดังนั้น ซัน จะช่วยให้เครือบรรลุเป้าหมายกระจายโครงการให้ครบทุกโรงเรียนในกรุงเทพฯ รวมถึงนำสิ่งที่ได้จาก One Young World ทำช่วยสเกลไปประเทศที่เครือทำธุรกิจด้วย

สุดท้าย กานต์ ฝากไปถึงเยาวชนที่ยังลังเลกับ One Young World ว่า “ถ้าเรามีบางอย่างที่อยากทำเพื่อสังคม แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะทำมันได้เหรอ เพราะเราตัวเล็กนิดเดียว อยากให้มาเข้าโครงการและจะรู้ว่าเสียงของเราใหญ่กว่าที่เราคิด”

“พูดออกไปก่อน เชื่อว่าจะมีคนตอบรับไอเดียแน่นอน ขอแค่ speak up ทุกเรื่องที่เราคิด มันอาจเป็นรูปธรรม” ซัน ปิดท้าย