5 ตระกูลที่รวยที่สุดในโลก ครองความมั่งคั่งรวม 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ นำโดยราชวงศ์อาหรับ

ที่มาภาพ:เพจ VnExpress International

5 ตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกมีความมั่งคั่งรวมกันสูงถึง 1.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้เป็นความมั่งคั่งจาก 3 ราชวงศ์อาหรับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 51% ของตัวเลขทั้งหมด

Vietnam Express News รายงานว่า จากการจัดอันดับโดย Bloomberg ในปีนี้พบว่า ความมั่งคั่งรวมของ 25 ตระกูลที่รวยที่สุดในโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 3.587 แสนล้านดอลลาร์ แตะระดับ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ธ.ค.) โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น ความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์อย่างโลหะและอาหารสัตว์ รวมถึงอิทธิพลและประสบการณ์ที่สะสมมานานหลายทศวรรษ

นั่นหมายความว่า เพียงแค่ 5 อันดับแรก ก็ครองความมั่งคั่งไปเกือบครึ่งหนึ่งของรายชื่อทั้งหมดในลิสต์แล้ว

อันดับ 1 ตระกูลวอลตัน จากสหรัฐอเมริกา  5.134 แสนล้านดอลลาร์

สมาชิกครอบครัววอลตัน (จากซ้าย) จิม, ร็อบ และอลิซ วอลตัน ที่มาภาพ: https://e.vnexpress.net/news/business/billionaires/world-s-5-richest-families-own-1-4t-in-combined-wealth-dominated-by-arab-royals-4994396.html

ตระกูลวอลตัน คือทายาทของแซม วอลตันผู้ก่อตั้ง วอลมาร์ท ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ปัจจุบันบริษัทดำเนินกิจการมากกว่า 10,750 สาขาทั่วโลกรับลูกค้าประมาณ 270 ล้านคนต่อสัปดาห์ ทั้งผ่านหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยสร้างรายได้สูงถึง 6.81 แสนล้านดอลลาร์ในปีบัญชีล่าสุด

ราคาหุ้นของวอลมาร์ทพุ่งขึ้น 25% ในปีนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดบริษัทขยับเข้าใกล้ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และหนุนความมั่งคั่งของตระกูลวอลตันที่ถือหุ้นรวมกันราว 44% ให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลจาก CNBC ระบุว่า สมาชิกในตระกูลหนึ่งคนนั่งอยู่ในคณะกรรมการบริษัท และมีลูกเขยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ในขณะที่ทายาทรุ่นลูกรุ่นหลานคนอื่นๆ ไม่ได้ทำงานโดยตรงกับวอลมาร์ท

ตระกูลวอลตัน ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ไว้ได้ในปีนี้ หลังจากทวงคืนตำแหน่งมาจากตระกูลที่รวยที่สุดอันดับถัดไปเมื่อปี 2567

อันดับ 2 ตระกูลอัล นาห์ยัน( Al Nahyan) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  3.359 แสนล้านดอลลาร์

ชีคโมฮาเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยัน ประธานาธิบดีของ UAE ที่มาภาพ: https://e.vnexpress.net/news/business/billionaires/world-s-5-richest-families-own-1-4t-in-combined-wealth-dominated-by-arab-royals-4994396.html

ตระกูลอัล นาห์ยันปรากฏชื่อในการจัดอันดับครั้งแรกในปี 2566 และเคยโค่นตระกูลวอลตัน ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในปีนั้นมาแล้ว

ราชวงศ์อัล นาห์ยันคือผู้ปกครองรัฐอาบูดาบี ซึ่งเป็นรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเป็นแหล่งสำรองน้ำมันส่วนใหญ่ของประเทศ ผู้นำตระกูลคือ ชีคโมฮาเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยัน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ UAE ด้วย

สมาชิกราชวงศ์หลายพระองค์ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลและภาคธุรกิจ เช่น ชีค ทาห์นูน บิน ซาเยด อัล นาห์ยัน  ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้ดูแลสองกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Abu Dhabi sovereign wealth funds ) ของอาบูดาบี ซึ่งมีสินทรัพย์รวมกันประมาณ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ นอกเหนือจากทรัพย์สินส่วนพระองค์มหาศาล (ข้อมูลจาก The Wall Street Journal)

ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านชีค ทาห์นูน ยังได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสาร TIME ให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกด้วย

อันดับ 3 ตระกูล อัล สะอูด (Al Saud) แห่งซาอุดีอาระเบีย 2.136 แสนล้านดอลลาร์

สมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล สะอูด แห่งซาอุดีอาระเบีย ที่มาภาพ: https://e.vnexpress.net/news/business/billionaires/world-s-5-richest-families-own-1-4t-in-combined-wealth-dominated-by-arab-royals-4994396.html

ความมั่งคั่งมหาศาลของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียมีรากฐานมาจากทรัพยากรน้ำมันอันมหาศาลของราชอาณาจักร ซึ่งเป็นฐานรากของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มานานกว่า 9 ทศวรรษ

ราชวงศ์ อัล สะอูด สืบเชื้อสายมาจากสมเด็จพระราชาธิบดี อิบนุ สะอูด ผู้ก่อตั้งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียในปี 1932 ปัจจุบันนำโดยสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล สะอูด ผู้ขึ้นครองราชย์ในปี 2015

มกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน หรือ MBS ทรงถือครองทรัพย์สินส่วนพระองค์มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Bloomberg แม้ความมั่งคั่งรวมของตระกูลจะประเมินไว้ที่ 2.136 แสนล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านั้นมากเมื่อนับรวมสมาชิกราชวงศ์ที่มีประมาณ 15,000 พระองค์ ซึ่งหลายพระองค์สะสมความมั่งคั่งผ่านสัญญากับรัฐ การซื้อขายที่ดิน และธุรกิจที่ให้บริการแก่บริษัทของรัฐ ขณะที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (PIF) ของราชอาณาจักร มีสินทรัพย์ในครอบครองมูลค่าราว 1 ล้านล้านดอลลาร์

อันดับ 4 ตระกูลอัฏ-ฏอนี(Al Thani ) แห่งกาตาร์  1.995 แสนล้านดอลลาร์

ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัฏ-ฏอนี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ที่มาภาพ:https://e.vnexpress.net/news/business/billionaires/world-s-5-richest-families-own-1-4t-in-combined-wealth-dominated-by-arab-royals-4994396.html

อัฏ-ฏอนี คือราชวงศ์ผู้ปกครองประเทศกาตาร์มาตั้งแต่ก่อตั้งประเทศในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 นำโดย ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด  อัฏ-ฏอนี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ หรือ เอมีร์ (Emir)

ข้อมูลจาก NDTV ระบุว่าทรัพย์สินส่วนพระองค์ ครอบคลุมพระราชวังทองคำอันหรูหราในโดฮามูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์ เรือซูเปอร์ยอร์ชมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ สายการบินส่วนตัว และคอลเลกชันรถยนต์หรูราคาแพง

นอกเหนือจากในกาตาร์ ราชวงศ์ยังควบคุมพอร์ตสินทรัพย์มูลค่าสูงในต่างประเทศ ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมในลอนดอน ไปจนถึงฟาร์มม้า กิจการธนาคารส่วนบุคคล และแบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ของอิตาลีอย่าง Valentino

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์กลายเป็นข่าวดังหลังเสนอเครื่องบินโบอิ้งจัมโบ้เจ็ตสุดหรูมูลค่าราว 400 ล้านดอลลาร์ ให้แก่รัฐบาลทรัมป์เพื่อใช้เป็นเครื่องบิน Air Force One ลำชั่วคราว

อันดับ 5 ตระกูล แอร์เมส( Hermes) แห่ง ฝรั่งเศส  1.845 แสนล้านดอลลาร์

อักเซล ดูมาส์ ประธานกรรมการบริหารของแอร์เมส ที่มาภาพ:https://e.vnexpress.net/news/business/billionaires/world-s-5-richest-families-own-1-4t-in-combined-wealth-dominated-by-arab-royals-4994396.html

ตระกูลแอร์เมส สืบเชื้อสายมาจาก เทียร์รี่ แอร์เมส ช่างทำอานม้าและเครื่องบังเหียนในศตวรรษที่ 19 ซึ่งร้านเล็กๆ ของเขาได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์หรูที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดในโลก โด่งดังจากกระเป๋ารุ่น Birkin และ Kelly

เช่นเดียวกับแบรนด์หรูอื่นๆ แอร์เมส ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของครอบครัวอย่างเหนียวแน่นแม้จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงถือหุ้นประมาณ 65%

ข้อมูลจาก The Economist สมาชิกในตระกูลแบ่งออกเป็น 3 สายหลัก โดยสายดูมาส์( Dumas) มีอิทธิพลและบทบาทเป็นผู้นำอาวุโสมากที่สุด รวมถึง อักเซล ดูมาส์ ซีอีโอคนปัจจุบัน ตระกูลนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเก็บตัวเงียบ (low profile) ส่วนสาย พูช์ (Puech) ก็มีบุคลิกคล้ายกันแต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารรายวัน และสายที่สามคือ เกอร์รอง(Guerrand)

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นิโคลาส พูช์ทายาทรุ่นที่ 5 ตกเป็นข่าวหลังยื่นฟ้องร้องทางแพ่งต่อ แบร์นาร์ อาร์โนต์  (เจ้าของอาณาจักร LVMH) และ เอริก เฟรย์มอนด์ อดีตผู้จัดการทรัพย์สินของเขา โดยเขากล่าวหาว่าถูกแย่งหุ้นของบริษัทซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าหลายพันล้านยูโร