
“โลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ผมจะทำให้คนในชุมชนเห็นว่าเยาวชนก็แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้”
“เราแค่สอนคนให้แยกขยะอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทำให้เขาเข้าใจว่าแยกขยะไปทำไม และแยกขยะเพื่ออนาคตของเราทุกคน”
คำพูดเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของเยาวชนที่ได้จากโครงการ UOB Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow Powered by UOB” ผู้นำเยาวชนสร้างสรรค์ พัฒนาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB) ซึ่งเป็นโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการและชวนลงมือทำจริงในการออกแบบโปรเจกต์เพื่อความยั่งยืนในชีวิตประจำวัน
ตลอดระยะ 1 เดือนเต็มที่ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้สร้างสรรค์ไอเดียแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมสู่การลงมือทำจริงในชุมชนของตัวเอง ผลลัพธ์ของ Wonder Lab ไม่ใช่แค่โครงการเพื่อสังคมจากภาคเอกชน แต่เป็นการขับเคลื่อนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ตระหนักถึงวิกฤติสิ่งแวดล้อม
นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่าโครงการ UOB Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรเท่านั้น หากแต่เป็นการคืนกลับให้กับชุมชนและสังคม พร้อมปลูกฝังแนวคิดให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม
นางสาวธรรัตนกล่าวต่อว่า ยูโอบี ในฐานะสถาบันการเงินที่ยึดมั่นในแนวคิดการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลัง ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการ UOB My Digital Space (MDS) ที่มอบโอกาสทางการศึกษาเชิงดิจิทัลให้เยาวชน และโครงการ UOB Money 101 ที่ปลูกฝังความรู้ทางการเงินแก่เด็กและเยาวชน ส่วนโครงการล่าสุด UOB Wonder Lab เป็นการต่อยอดจากการขับเคลื่อนภายในองค์กรที่เราเรียกว่า UOB Waste to Wonder ที่ส่งเสริมให้พนักงานเรียนรู้และปรับพฤติกรรมการจัดการขยะอย่างถูก เมื่อความยั่งยืนหยั่งรากในองค์กรแล้ว ยูโอบีจึงขยายแนวทางสู่ภายนอก
“องค์กรไม่ได้อยู่แค่วันนี้ หรือทำให้ได้กำไรในวันนี้ แต่จะอยู่อย่างไรและทิ้งอะไรให้คนรุ่นต่อไปยังอยู่ได้ ทั้งหมดคือการเติมเต็มช่องว่างและก้าวไปข้างหน้าพร้อมเยาวชนคนรุ่นใหม่” นางสาวธรรัตนกล่าว
Wave of Change ด้วยพลังเยาวชน
เราให้โจทย์เขาไปว่าจะนำเสนอไอเดียอะไรบ้างที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่เราเรียนรู้จากเด็ก มากกว่าสิ่งที่เราให้เขาด้วยซ้ำ เยาวชนทำให้เห็นว่าเขาลดปัญหาใกล้ตัวได้จริง
“สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก Wonder Lab คือ เราและเยาวชนไม่จำเป็นต้องคิดใหญ่ เพราะ ‘small action can create real impact’ พฤติกรรมเล็กๆ ที่ถูกปลูกฝังสามารถต่อยอดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ และripple effect ของการลงมือทำเพียงจุดเดียวในวันนี้ อาจกลายเป็น wave of change ที่ขับเคลื่อนสังคมในวันข้างหน้า ดังนั้น อย่ารอ แค่กล้าที่จะเริ่มต้นลงมือทำ” นางสาวธรรัตน กล่าว
ดังนั้น บทเรียนสำคัญของยูโอบีกับโครงการ Wonder Lab ในมุมมองของนางสาวธรรัตน ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ (1) การเปิดพื้นที่และสร้างเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้ขับเคลื่อนสังคมในมิติสิ่งแวดล้อม (2) การทำให้คนรุ่นใหม่เห็นว่า ‘การลงมือทำ’ คือจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาและสามารถเริ่มได้จากตนเอง และ (3) การพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ อาทิ การทำงานเป็นทีม การนำเสนอ การบริหารเงิน การเจรจา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนของคนรุ่นใหม่
สนับสนุนพื้นที่ให้เยาวชน ‘ลงมือทำ’
Wonder Lab ยังทำให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้สิ่งที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน โดยเยาวชนอย่าง มิรัน ไทยเทพ และเปรม จากทีม MYNES GREEN RANGERS กับไอเดียโครงการ “Month of Mekong (สร้างผู้นำฮักแม่โขงรุ่นใหม่)” มองว่า อำเภอโขงเจียมกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ โดยเฉพาะจากผลกระทบของเขื่อน การจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม และการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบันขาดความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกในการดูแลแม่น้ำและสิ่งแวดล้อม จึงจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปและสื่อออนไลน์ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและจัดการปัญหาอย่างยั่งยืน
มิรัน บอกว่า โครงการ Wonder Lab เป็นเวทีที่ทำให้ทีมของเธอได้เป็นส่วนช่วยแก้ปัญหาที่ตัวเองสนใจ เพราะหลายคนไม่รู้ว่าแม่น้ำโขงกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง ดังนั้น การได้กระตุกจิตสำนึกทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
“เราได้สร้างความรู้ให้เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ ที่ไม่เคยมองเห็นปัญหานี้ และได้อีกมุมมองที่ไม่เคยมอง อย่างน้อยขอแค่เขามีจิตสำนึกที่ไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำ แค่นั้นก็ประสบความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับหนู อยากให้ผู้ใหญ่เล็งเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ร่วมเป็นพลังเดียวกับเยาวชน เยาวชนมีความสามารถอยู่แล้ว ขอแค่คนช่วยสนับสนุน เปิดพื้นที่ เปิดเวทีให้เยาวชนได้โชว์ศักยภาพและลงมือทำจริงๆ” มิรัน กล่าว
ส่วนไทยเทพ กล่าวว่า คนชุมชนริมแม่น้ำโขงรู้สึกประทับใจเพราะไม่เคยเห็นเด็กและเยาวชนกลุ่มไหนออกมากล้าที่จะออกมาอนุรักษ์มาก่อน จึงเรียนรู้ว่า ความกล้าที่จะทำ คือจุดเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ ขอเพียงผู้ใหญ่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ลงมือทำ
“แม่น้ำโขงเป็นปัญหาระดับโลก เมื่อก่อนคนลงไปอาบน้ำหรือดื่มน้ำได้ ปัจจุบันมีสารปนเปื้อน ผมอยากช่วยพัฒนาหรือเป็นส่วนขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้น…การสนับสนุนเยาวชน ไม่ว่าจากภาครัฐหรือเอกชน จะช่วยให้เยาวชนคิดไอเดียพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนได้” เปรม กล่าว
ฝึกความเป็นผู้นำ ‘เด็กก็ทำได้’
อีกหนึ่งทีมที่ได้รับความสนใจจากเมนเทอร์คือทีม BigFamilyPPP กับไอเดียโครงการ “Waste to Sports” โดยนำปัญหาสองด้านมาชนกันคือขยะทางการเกษตร-พลาสติก และความต้องการเล่นกีฬาและใช้อุปกรณ์กีฬา โดยมีสมาชิกในทีมคือ กร มังกร พี และเซ่
เซ่ และพี เล่าสิ่งที่ได้จาก Wonder Lab ไม่ว่าจะเป็นทักษะการทำงาน การนำเสนอ การพูด ที่สำคัญคือการสอนรุ่นน้องในทีมที่เพิ่งขึ้นชั้นม.4 ดังนั้นในฐานะรุ่นพี่ ม.6 จะต้องฝึกภาวะความเป็นผู้นำและการวางแผน ขณะเดียวกันตัวเองก็เตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยิ่งต้องเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
“ผมบอกกับผู้ใหญ่ว่าจะทำมาร์คเกอร์ (จากขยะเกษตร) ให้ดู เริ่มจากรวมตัวกับเพื่อนๆ เก็บขยะ และพัฒนาเป็นมาร์คเกอร์ ผมทำให้ผู้ใหญ่เห็นว่าเด็กก็ทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ เพราะขยะจากเกษตรกรรมมันมีผลเสียกับสังคมจริง ผมเห็นเพื่อนๆ ทีมอื่นมีความคิดสร้างสรรค์เยอะมาก สิ่งที่ได้คือประสบการณ์และทักษะที่หล่อหลอมให้มีประโยชน์กับตัวเองในอนาคต” เซ่ กล่าว
ส่วนพีมองว่าตนได้รู้เกี่ยวกับการจัดระบบและระเบียบเวลา และด้วยความเป็นรุ่นพี่ต้องคอยสอนน้องในทีมตลอด แม้น้องจะติดเล่นบ้าง แต่สุดท้ายโครงการก็ผ่านไปด้วยดี ขณะเดียวกัน ผู้ใหญ่ก็ได้เห็นเยาวชนช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนในชุมชนด้วย
ท้ายที่สุดนี้ โครงการ UOB Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow Powered by UOB ได้พิสูจน์แล้วว่าเยาวชนมีพลังและศักยภาพในการขับเคลื่อนสังคมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ทั้งหมดสะท้อนว่า “การกระทำเล็กๆ” สามารถขยายเป็น “แรงกระเพื่อมแห่งการเปลี่ยนแปลง” เมื่อมีเวทีและการสนับสนุนที่เหมาะสม
UOB Wonder Lab จึงไม่ใช่เพียงโครงการฝึกอบรม แต่คือต้นแบบของการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนลงมือทำจริง และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน



