
นอกเหนือจากภารกิจหลักในการจัดหารายได้นำส่งคลังปีละไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาทแล้ว ภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรสลาก มุ่งเน้นนวัตกรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม เป็นที่ยอมรับของประชาชน” ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่มีความยั่งยืน หรือที่เรียกว่า “Corporate Social Responsibility หรือ CSR” หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ CSR ของสำนักงานสลากฯ คือ การสร้างรากฐานพัฒนาการของคนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับเด็กปฐมวัย นักเรียนประถมศึกษา ไปจนถึงระดับเยาวชน เพื่อส่งมอบ “โอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง” และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

พ.ท. หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
พ.ท. หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สำนักงานสลากฯ) ได้เล่าให้ฟังถึงโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ “CSR” ของสำนักงานสลากฯ ว่า จริงๆ แล้วมีหลายโครงการ แต่ถ้าเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว มีรากฐานสำคัญมาจาก “โครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์” ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2506 โดยสำนักงานสลากฯ จัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างอาคารให้กับโรงเรียนที่ใช้ชื่อต่อท้ายว่า “สลากกินแบ่งสงเคราะห์” รวมทั้งสิ้น 73 แห่ง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เช่น โรงเรียนบ้านไร่ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 155) หรือ โรงเรียนวัดน้ำพุ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 54)
ต่อมา สำนักงานสลากฯ ได้เข้าไปฟื้นฟู และยกระดับการพัฒนาโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์อย่างเป็นระบบต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยจัดทำโครงการที่เน้นย้ำพัฒนาการในแต่ละมิติ ดังนี้

เริ่มจากปี 2567 สำนักงานสลากฯ จัดทำ โครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์-พลังงานสะอาดเพื่อการเรียนรู้และรักษ์โลก โดยจัดสรรงบประมาณในการจัดหาและติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “โซลาร์เซลล์” ขนาดไม่น้อยกว่า 5 กิโลวัตต์ ให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั่วประเทศจนครบ 73 แห่งทั่วประเทศ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีดังนี้
- ผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจ : ช่วยให้โรงเรียนแต่ละแห่งประหยัดค่าไฟลงได้ 10-30% หรือ คิดเป็นเงินโดยเฉลี่ยประมาณ 870,000 บาทต่อปี ทำให้โรงเรียนสามารถนำงบประมาณที่ประหยัดได้นี้ไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนด้านอื่นๆ ให้กับนักเรียน
- ผลลัพธ์ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม : ปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าของการใช้พลังงาน รวมทั้งได้เรียนรู้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และมีส่วนร่วมในการลดปัญหาโลกร้อนผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในโรงเรียน

ปี 2568 สำนักงานสลากฯ จัดทำโครงการ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” เสริมสร้างพัฒนาการเด็กปฐมวัย พ.ท. หนุน กล่าวว่า หลังจากที่สำนักงานสลากฯ เข้าสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ประหยัดค่าไฟสำเร็จแล้ว สำนักงานสลากฯ ได้ขยายผลการพัฒนาไปสู่เด็กปฐมวัย โดยจัดทำโครงการ “สนามสุขสร้างสรรค์ ปั้นพลังอนาคต” สนับสนุนการจัดซื้อ และติดตั้งชุดเครื่องเล่นสนามกลางแจ้งพร้อมสนามหญ้าเทียมคุณภาพดีให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั้ง 73 แห่งทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณรวมกว่า 30 ล้านบาท การจัดหาประกอบด้วย
- อุปกรณ์มาตรฐาน ได้แก่ ชุดสไลเดอร์เดี่ยว สไลเดอร์วน สไลเดอร์คู่ เครื่องโหนบาร์ ปีนป่าย และชิงช้า พร้อมอุปกรณ์กีฬา และสนามหญ้าเทียม
- ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการนี้ ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายให้แก่เด็กระดับปฐมวัย ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ควบคู่กับการพัฒนาทางสมอง อารมณ์ จิตใจ และเรียนรู้การปรับตัวอยู่ร่วมกันในสังคมผ่านการเล่น

และล่าสุดปี 2569 นี้ สำนักงานสลากฯ จัดทำโครงการ “กล่องความรู้ ปูทางฝัน” เป็นนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ศตวรรษใหม่ โดยสำนักงานสลากฯ เดินหน้าสู่การ “ส่งมอบปัญญา” ผ่านโครงการจัดสร้าง และทยอยส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ ภายใต้แนวคิด “กล่องความรู้ ปูทางฝัน : สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน” ให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั้ง 73 แห่งทั่วประเทศ ประกอบไปด้วย
- นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยการนำตัวตู้คอนเทนเนอร์สร้างขึ้นอย่างมั่นคงปลอดภัย ตามมาตรฐานวิศวกรรม มาติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ผสมผสานสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ หนังสือที่เหมาะสมกับวัยกว่า 100 เล่ม, ชุดหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน 31 เล่ม, สมาร์ตทีวีขนาด 55 นิ้ว ที่รองรับระบบ AI Search และชุดจอสัมผัส Kiosk ขนาด 43 นิ้ว เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสำหรับการสืบค้นข้อมูล และศึกษา e-Book
- เป้าหมายคือการต่อยอดปัญญา โดยจัดอบรมการใช้งานสื่อดิจิทัลให้แก่ครูบรรณารักษ์ พร้อมจัดกิจกรรม “GLO ส่งมอบปัญญา ปูทางฝันให้น้อง” เช่น การจัดเรียงหนังสือ การเล่านิทาน และกิจกรรม DIY เพนต์กระเป๋าผ้า เพื่อปูพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้แบบ “STEM” และฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลให้แก่เด็ก

จากระดับปฐมวัยและประถมศึกษาก็มาถึงในระดับเยาวชน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย จัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 8 คน ชิงชนะเลิศในระดับประเทศในรายการ โครงการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “GLO CUP” ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
- การเปิดกว้างและเท่าเทียม โดยเปิดรับสมัครนักฟุตบอลเยาวชน ทั้งทีมจากโรงเรียน และทีมจากอคาเดมีทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี หรือ “U13” และรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี หรือ “U15” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในต่างจังหวัด และพื้นที่ห่างไกลได้มีเวทีแสดงฝีเท้าอย่างเท่าเทียม
- ผลการดำเนินงานล่าสุด มีเยาวชนไทยเข้าร่วมกว่า 15,000 คนจาก 672 ทีม ใน 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยสำนักงานสลากฯ จัดเงินสนับสนุนทีมและเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท สำหรับทีมชนะเลิศในแต่ละรุ่นได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท
- เป้าหมายของโครงการนี้ มุ่งเน้นใช้กีฬาเป็นเครื่องมือปลูกฝังวินัย ความรับผิดชอบ น้ำใจนักกีฬา มีสุขภาพร่างการแข็งแรง และที่สำคัญคือ การส่งเสริมให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ห่างจากสิ่งไม่ดีงาม โดยเฉพาะปัญหาการพนัน
- ไฮไลต์โครงการ “GLO CUP”การจะคัดเลือกนักเตะเยาวชนที่มีศักยภาพ และมีฝีเท้าที่โดดเด่นเข้าสู่ “GLO STAR Camp” รวม 30 คน ก่อนคัดเลือกขั้นสุดท้ายเหลือ 6 คนสุดท้าย ประกอบไปด้วยรุ่น U13 จำนวน 3 คน และ รุ่น U15 จำนวน 3 คน เพื่อรับโอกาสเดินทางไปฝึกฟุตบอลกับสโมสร “อวิสปา ฟุกุโอกะ” (Avispa Fukuoka) ซึ่งเป็นทีมชั้นนำในเจลีก (J-league) ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลานานถึง 6 เดือน ตามแนวทาง Japan Way

การดำเนินกิจกรรม CSR ของสำนักงานสลากฯ ผ่านโครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ และโครงการฟุตบอลเยาวชน “GLO CUP” ตามที่กล่าวข้างต้นนั้น สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ความยั่งยืนที่วางรากฐานอย่างครอบคลุมพัฒนาการของเด็กไทยในทุกระดับชั้น (Lifespan Development) ตั้งแต่ปฐมวัยก็มีโครงการเสริมกล้ามเนื้อ และอารมณ์ ผ่านสนามเด็กเล่น ระดับประถมศึกษา ก็มีโครงการเสริมปัญญา ปลูกฝังสิ่งแวดล้อม และกระบวนการคิดด้วยห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ทันสมัย และเรียนรู้การอนุรักษ์พลังงานจากการใช้โซลาร์เซลล์ และในระดับเยาวชน ก็มีโครงการสร้างเสริมวินัย สุขภาพ และโอกาสสู่นักฟุตบอลอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการกระจายโอกาสไปยังโรงเรียน และชุมชนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ “เปลี่ยนความฝันที่ไกลตัวให้กลายเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง” เช่น การเดินทางไปฝึกซ้อมฟุตบอลที่ประเทศญี่ปุ่นนาน 6 เดือน จนได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจำปี 2568 ประเภท “รางวัลการพัฒนาสู่รัฐวิสาหกิจยั่งยืน”

ดังนั้น การทำ CSR ของสำนักงานสลากฯ ผ่านโครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 73 แห่งทั่วประเทศ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ควบคู่กับโครงการฟุตบอลเยาวชน GLO CUP ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จึงไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของหรือเงินช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา ร่างกาย และสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนไทยอย่างเป็นระบบ
…. การบ่มเพาะตั้งแต่เด็กปฐมวัยจนเติบโตเป็นเยาวชน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้าง “พลเมืองคุณภาพ” ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงที่สุดในการพัฒนาประเทศชาติ และสะท้อนถึงการส่งต่อการให้ด้วยความรับผิดชอบเพื่อเติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน…



