
ด้วยวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนและทวีความรุนแรง แต่แนวทางแก้ปัญหาเก่าๆ อาจไม่ตอบโจทย์การสร้างโลกที่ยั่งยืนได้เสมอไป ‘เยาวชนและคนรุ่นใหม่’ ซึ่งเติบโตและได้รับผลกระทบโดยตรงท่ามกลางวิกฤติต่างๆ จึงต้องการมีส่วนร่วมกับการสร้างโลกที่ยั่งยืน
แต่ความท้าทายคือพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ยังมีค่อนข้างจำกัด และขาดผู้สนับสนุนไอเดียให้เกิดขึ้นจริง
นี่เป็นที่มาของโครงการ “Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow Powered by UOB” ผู้นำเยาวชนสร้างสรรค์ พัฒนาสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สนับสนุนโดยธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB) และจัดโดยบริษัท Mindventure ซึ่งเป็นโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการและชวนลงมือทำจริงในการออกแบบโปรเจกต์เพื่อความยั่งยืนในชีวิตประจำวัน
จากเยาวชนผู้สมัครที่มี ‘ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อม’ และ ‘มีใจรักด้านความยั่งยืน’ อายุตั้งแต่ 15 – 25 ปี กว่า 450 คน ที่รวมตัวกันได้ 102 ทีม ได้ถูกคัดเลือกจนเหลือ 10 ทีมที่ได้นำเสนอไอเดียโปรเจกต์รอบที่ 1 ในวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เยาวชนได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป พบกับผู้เชี่ยวชาญหรือที่เรียกว่า ‘เมนเทอร์’ ประจำกลุ่ม และในวันเดียวกันต้องนำเสนอโปรเจกต์ ทั้งไอเดียเริ่มต้น ปัญหา สาเหตุ วิธีการแก้ปัญหา ผลลัพธ์ ภายใต้ทุนที่มีอย่างจำกัด จากนั้นเยาวชนจะได้ฟังฟีดแบ็กและความคิดเห็นจากคณะกรรมการ
เยาวชนมีเวลาลงสนามจริงตลอดเดือนสิงหาคม หรือ 1 เดือน จากนั้นส่งรายงานวันที่ 1 กันยายน 2568 สุดท้ายนำผลงานพร้อมผลลัพธ์ที่ลงไปดำเนินการทั้งหมด กลับมานำเสนออีกครั้งวันที่ 13 กันยายน 2568 ณ UOB Plaza Bangkok
นอกจากทุนและรางวัลรวมมากกว่า 70,000 บาท พร้อมใบประกาศนียบัตรจาก UOBและ Mindventure แล้ว เยาวชนภายใต้โครงการ Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow Powered by UOB ยังได้รับความรู้ด้านความยั่งยืนและทักษะการสื่อสารจากมืออาชีพ ตลอดจนการเรียนรู้ทักษะภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม ตลอดจนโอกาสในการสร้างเครือข่ายกับผู้นำเยาวชน และผู้เชี่ยวชาญ

เมนเทอร์ ‘กิตตน์ บูชางกูร’ แนะคิดเล็ก-คิดใหญ่ สเกลอัพให้จับต้องได้
หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน และเป็นเมนเทอร์ประจำทีมคือ นายกิตตน์ บูชางกูร Head of Sustainability – Corporate Real Estate Services ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เด็กรุ่นใหม่กล้าคิด กล้าทำ รู้ว่าถ้าจะแก้ปัญหานี้ต้องทำอย่างไร อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงวิธีแก้ปัญหาให้เข้ากับแพชชั่นของตัวเองได้
สองทีมภายใต้การดูแลของนายกิตตน์ คือ ทีม Trashformers และ ทีม GreenCycle Crew ซึ่งทั้งสองทีมหยิบยกปัญหาใกล้ตัวอย่าง ‘ขยะ’ และ ‘PM 2.5’ มาเปลี่ยนมุมมองและสรรค์สร้างวิธีแก้ปัญหาภายใต้โจทย์ที่กำหนด
- ทีม Trashformers กับไอเดียโครงการ “Rebox Air Purifier” นำเสนอปัญหา PM2.5 ของเมืองกรุงเทพฯ และขยะจากพัสดุ-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งโดยไร้การใช้ซ้ำ โดย upcycling ของเหลือใช้มาเป็นเครื่องฟอกอากาศ และส่งมอบให้หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ เช่น โรงพยาบาล มูลนิธิ ส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือใช้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน
- ทีม GreenCycle Crew กับไอเดียโครงการ Filament Exchange: From Waste to Wonders ซึ่งสมาชิกในทีมเห็นถึงผลกระทบการใช้ขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตลอดจนการแยกขยะไม่ถูกวิธีส่งผลให้พลาสติกสะสมในธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศและเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งชุมชนยังขาดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและความรู้ด้านรีไซเคิล
“ทั้งสองทีมคิดมาค่อนข้างดีแล้ว และชัดเจนว่าอยากทำอะไร ที่ผ่านมาทำอะไรไปแล้วบ้าง พรีเซนท์ออกมาได้ดีกว่าคนทำงานหลายคนด้วยซ้ำ น้องอาจไม่ได้ประเด็นคำถามที่ติดในใจ เพียงแต่เขาอยากรู้ว่ามาถูกทางหรือเปล่า”
สิ่งที่เมนเทอร์กิตตน์แนะนำมาจากมุมมองคนทำงานว่า บางมุมมองหรือบางผลลัพธ์ฟังดูสนุก แต่อาจใช้ไม่ได้จริง เข้าไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย หรืออาจไม่สำเร็จดังที่คิดเสมอไป และแม้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างน้อยก็ขอให้ ‘ลองทำ’
ผมบอกลองทำก็ได้ ไม่ผิด หลายทีมมีคอนเซ็ปต์ที่ดี แต่ถ้าไม่มีของ กรรมการก็ไม่เห็นภาพ เขาแค่บอกว่าอยากทำอะไร แต่ไม่เห็นว่าออกมาแบบไหน…ผมคิดว่า คิดใหญ่ก็ไม่ผิด ถ้าเขาพยายามแก้แล้วทำได้มันก็ดี แต่บางทีอาจต้องเริ่มจากเล็กๆ แล้วค่อยสเกลอัพ คิดใหญ่ไม่ใช่แย่ ดีเสียอีก สะท้อนว่าเขาอยาก step outside of comfort zone
นายกิตตน์ ทิ้งท้ายว่า โครงการ “Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow Powered by UOB”เป็นการจุดประกายให้เยาวชนกล้าคิดกล้าทำ และเป็นบทเรียนให้ไอเดียไม่หยุดอยู่แค่ความคิด เพราะหากเยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริงจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาสร้างอิมแพคในอนาคตได้

มุมมองจาก ‘ชณัฐ วุฒิวิกัยการ’ – สำคัญสุดคือ ลงมือทำ
อีกมุมมองจากนายชณัฐ วุฒิวิกัยการ หรือก้อง คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังด้านสิ่งแวดล้อม เจ้าของช่อง Tiktok KongGreenGeen หนึ่งในคณะกรรมการและเมนเทอร์ประจำโครงการ มองว่า หลายไอเดียเหนือความคาดหมาย เพราะเยาวชนมองภาพใหญ่ และหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อชุมชนและสังคม
โดยนายชณัฐเป็นพี่เลี้ยงให้ 2 ทีม คือ
- ทีม MYNES GREEN RANGERS กับไอเดียโครงการ “Month of Mekong (สร้างผู้นำฮักแม่โขงรุ่นใหม่)” สมาชิกในทีมเห็นว่าอำเภอโขงเจียมกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ โดยเฉพาะจากผลกระทบของเขื่อน การจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม และการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบันขาดความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกในการดูแลแม่น้ำและสิ่งแวดล้อม จึงจัดกิจกรรมเวิร์กชอปและสื่อออนไลน์ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและจัดการปัญหาอย่างยั่งยืน
- ทีม Eco.edu กับไอเดียโครงการ “สร้างสื่อการเรียนรู้บอร์ดเกมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับไมโครพลาสติก” โดยอ้างอิงจากงานวิจัยซึ่งพบว่า มนุษย์บริโภคไมโครพลาสติกเฉลี่ยปีละกว่า 50,000 ชิ้นผ่านอาหาร น้ำ และอากาศ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นกระทบจากการปนเปื้อนในน้ำ ดิน และอากาศ
“เขาเห็นปัญหาจริงๆ เช่น เขาเห็นว่าแม่น้ำโขงกำลังป่วยหนัก เลยสร้างความตระหนักรู้ให้คนรุ่นใหม่ผูกพันและเชื่อมโยงกับแม่น้ำโขงมากขึ้น กับเรื่องไมโครพลาสติก น้อยคนเข้าใจคำนี้ แต่สิ่งที่เขาคิดมันลึกกว่านั้น…ทั้งหมดเป็นประเด็นที่ดีแม้ว่าถ้าจะแก้ปัญหาจริงอาจเกินพื้นที่ของเขา แต่แววตาที่เขาเล่าคืออยากแก้ปัญหานี้จริงๆ” นายชณัฐ กล่าว
นายชณัฐเล่าว่า หลังจากได้พบกับเยาวชนโครงการนี้ น้องๆ มาปรึกษาเรื่องงบประมาณในการทำโครงการ และอยากเปิดระดมทุนหารายได้เพิ่มเติม ดังนั้นในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้ให้คำแนะนำเรื่องการพัฒนาคอนเทนต์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้คนทั่วไปเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง จากนั้นคนจะรู้สึกมีส่วนร่วมในการร่วมแก้ปัญหา แล้วรายได้หรือการระดมทุนจะตามมาในภายหลัง
เทียบกับผมในวัยเท่าเขา ความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเราติดลบ น้อยกว่าเขามาก แต่เขามองเห็นปัญหาและเข้าใจมันจริงๆ อาจเพราะบทสนทนาของคนรุ่นนี้พูดเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เขาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนเจนก่อน
“ผมคาดหวังอย่างเดียวคือ อยากให้สิ่งที่เยาวชนคิดเกิดขึ้นจริง ไม่สำคัญว่าตามคุณภาพหรือปริมาณ แต่ต้องทำให้มันเกิดขึ้น คนส่วนใหญ่ที่ทำโครงการเรื่องสิ่งแวดล้อมมักจะยอมแพ้เสียงต่างๆ กลางทาง อาจเพราะไม่มีผลตอบแทนกลับมาเป็นกำไรหรือประโยชน์บางอย่าง ผมขอให้น้องอย่ามองว่า ‘ทำแล้วไม่ดังเท่าที่ควร’ คิดเสียว่าเป็นการทดลอง และอยากให้เป็นการนับ 0 หรือ 1 อย่ามองว่านับ 10 มันคือสเตปแรกเพื่อก้าวต่อไปเรื่อยๆ”

ประเด็นยอดฮิต แยกและจัดการ ‘ขยะ’
การจัดการขยะใกล้ตัว เป็นประเด็นที่เด็กรุ่นใหม่ให้ความสนใจมากที่สุด โดยมีอย่างน้อย 3 ทีมที่ดำเนินโครงการประเด็นดังกล่าวโดยตรง คือ
ทีม 6p กับไอเดียโครงการ “แยกแล้วรุ่ง มุ่งอันดับ 1” จากเพนพอยต์ขยะมูลฝอยในโรงเรียนจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจากนักเรียนในโรงเรียนขาดความตระหนักรู้ และขาดวิธีการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ทำให้กลุ่ม 6P จึงวางกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนในโรงเรียน และ AI เป็นตัวช่วยในการสแกนระบุตัวตนนักเรียน เก็บคะแนนและแลกรางวัล สร้างแรงจูงใจพร้อมส่งเสริมพฤติกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน
ทีมนครสวรรค์รักษ์สิ่งแวดล้อม กับไอเดียโครงการ “ถุงเปลี่ยนโลก” จากสภาพแวดล้อมของชุมชนจันเสน จ.นครสวรรค์ ประสบปัญหาขยะถุงพลาสติกจำนวนมาก ประกอบกับการลดลงของสมาชิกกลุ่มทอผ้าไทยในชุมชน ทีมนครสวรรค์รักษ์สิ่งแวดล้อมนำปัญหาสองด้านมาขมวดกัน และพัฒนาเส้นใยทอผ้าจากเศษไหมพรมและพลาสติกรีไซเคิล เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เพิ่มวัสดุเส้นใยในการทอผ้า และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าทอของชุมชน
ทีม GreenCycle Crew กับไอเดียโครงการ Filament Exchange: From Waste to Wonders ซึ่งสมาชิกในทีมเห็นถึงผลกระทบการใช้ขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ตลอดจนการแยกขยะไม่ถูกวิธีส่งผลให้พลาสติกสะสมในธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศและเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อีกทั้งชุมชนยังขาดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและความรู้ด้านรีไซเคิล
“เราตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้คนสนใจการแยกขยะและรีไซเคิล เพราะปัญหาขยะพลาสติกไม่ใช่เรื่องเล็ก ดังนั้นเราใช้ 3D
Printing มารีไซเคิลขยะพลาสติก ให้เป็นของที่ระลึก พร้อมสร้างแรงจูงใจผ่านกิจกรรมแลกของใช้จากพลาสติกรีไซเคิล และขยายผลผ่านเครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน” สมาชิกทีม GreenCycle Crew นำเสนอ
ต่อยอดขยะสู่ waste – upcycling เพิ่มมูลค่า
เมื่อขยับจากไอเดียขยะ เด็กรุ่นใหม่ยังมองเห็นปัญหาเรื่อง waste ในมิติต่างๆ โดยมีอย่างน้อย 4 ทีม คือ
ทีม BigFamilyPPP กับไอเดียโครงการ “Waste to Sports” โดยนำเพนพอยต์สองด้านมาชนกันคือขยะทางการเกษตร-พลาสติก และความต้องการเล่นกีฬาและใช้อุปกรณ์กีฬา
“บ้านผมเป็นสังคมเกษตร มักจะเหลือขยะ ซึ่งเกษตรกรไม่เผาก็ฝังกลบ แต่ปัญหาอีกด้านคือ เทศบาลของเรามีเด็กนักเรียนและเยาวชนมาเล่นกีฬาในสนาม แต่ไม่มีอุปกรณ์ไว้ซ้อม ผมกับเพื่อนก็จะเอากิ่งไม้และก้อนหินไปวางแทน…โครงการนี้จะรีไซเคิลขยะจากภาชนะทางการเกษตรเป็นอุปกรณ์ซ้อมกีฬา เป็นมาร์กเกอร์ทำกิจกรรมแจก เพื่อให้เด็กได้ซ้อมใช้จริง” สมาชิกทีม BigFamilyPPP กล่าว
ทีม ฉันเกิดจากกอไผ่ ฉันเลยรักษ์โลก กับไอเดียโครงการ “Eatfinity” เพื่อทำให้นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการมีความตระหนักรู้ในการจัดการขยะอาหาร (food waste) อย่างเหมาะสม โดยเน้นไปที่การสร้างความตระหนักผ่านแนวคิด Consequence-based learning และใช้แอปพลิเคชั่นสํารวจพฤติกรรมการทิ้งขยะจากอาหารของเด็กภายในโรงเรียน แบบ Real time อีกทั้งยังนําขยะจากอาหารมาทําเป็นปุ๋ย ต่อยอดขยะให้เกิดมูลค่า
ทีม ตุ้ยออฟสิ่งแวดล้อม กับไอเดียกิจกรรมเสวนาภาพยนตร์และนิทรรศการเกี่ยวกับ Food Waste “ผัดไทยไม่ทิ้ง” เนื่องจากทีมเห็นว่าประชากรในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังขาดวิธีการจัดการ food waste อย่างยั่งยืน จึงจัดกิจกรรมเสวนา เปิดให้ชมภาพยนตร์ และนิทรรศการ เพื่อสร้างความเข้าใจ เพิ่มการตระหนักรู้ พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหา Food Waste ที่เหมาะสม โดยทั้งหมดสอดรับกับนโยบายของมหาวิทยาลัยที่ต้องการจัดการ food waste ด้วย
“เราอยากชวนเพื่อนใน มธ. มาทำความเข้าใจวงจรและวัฏจักรของ food waste เราต้องการ call to action จัดกิจกรรมหลังเลิกเรียน ชวนทุกคนดูหนังสั้น เพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาในประเทศ เพราะเราเชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างเริ่มจากการมีนโยบายที่ดี” สมาชิกทีมตุ้ยออฟสิ่งแวดล้อม กล่าว
ทีม Jungle Natural Team กับไอเดียโครงการ “ZupparCat : การพัฒนาทรายแมวจากส่วนที่ไม่ใช่เส้นใยของใบสับปะรด” โดยทีมเห็นว่าประเทศไทยมีของเสียทางการเกษตรจากใบสับปะรดจำนวนมากที่มักถูกทิ้งหรือเผาทำลาย ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันความนิยมในการเลี้ยงแมวทำให้ความต้องการทรายแมวเพิ่มขึ้น แต่ทรายแมวทั่วไปกลับไม่ย่อยสลายและสร้างขยะ ดังนั้นจึงพัฒนา “ทรายแมวชีวภาพจากส่วนที่ไม่ใช่เส้นใยของใบสับปะรด” เพื่อลดของเสียทางการเกษตรและปริมาณขยะ ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน
ลุยปัญหามหภาค แม่น้ำโขง-ไมโครพลาสติก-PM 2.5
หมวดสุดท้ายคือปัญหาระดับมหภาค โดยมี 3 ทีมที่นำเสนอไอเดียและแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว
ทีม MYNES GREEN RANGERS กับไอเดียโครงการ “Month of Mekong (สร้างผู้นำฮักแม่โขงรุ่นใหม่)” โดยสมาชิกในทีมเห็นว่าอำเภอโขงเจียมกำลังเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ โดยเฉพาะจากผลกระทบของเขื่อน การจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม และการสูญเสียภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบันขาดความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกในการดูแลแม่น้ำและสิ่งแวดล้อม จึงจัดกิจกรรมเวิร์กชอปและสื่อออนไลน์ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและจัดการปัญหาอย่างยั่งยืน
“เราจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ ลงพื้นที่จริง และจัดกิจกรรมผ่านบอร์ดเกม เช่น เกมวางแผนพัฒนาเมืองริมแม่น้ำ และเสริมด้วยกิจกรรมวาดภาพ ทำโปสเตอร์และทำวีดีโอรณรงค์ ทำเวทีเสวนา เพื่อให้นักเรียนทุกคนมีใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” สมาชิกทีม MYNES GREEN RANGERS อธิบาย
ทีม Eco.edu กับไอเดียโครงการ “สร้างสื่อการเรียนรู้บอร์ดเกมเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับไมโครพลาสติก” โดยอ้างอิงจากงานวิจัยซึ่งพบว่า มนุษย์บริโภคไมโครพลาสติกเฉลี่ยปีละกว่า 50,000 ชิ้นผ่านอาหาร น้ำ และอากาศ โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นผลกระทบจากการปนเปื้อนในน้ำ ดิน และอากาศ
“คนกลับไม่รู้ว่าไมโครพลาสติกอันตรายอย่างไร และไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟัน การทาสีบ้าน หรือขับรถ ทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น เราจึงต้องการสร้างบอร์ดเกม เพราะเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยส่งการ์ดเกมให้ 10 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และเข้าใจวิธีแก้ปัญหามากขึ้น” สมาชิกทีม Eco.edu กล่าว
ทีม Trashformers กับไอเดียโครงการ “Rebox Air Purifier” โดยหยิบปัญหา PM2.5 ของเมืองกรุงเทพฯ และขยะจากพัสดุ-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งโดยไร้การใช้ซ้ำ โดย upcycling ของเหลือใช้มาเป็นเครื่องฟอกอากาศ และส่งมอบให้หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการ เช่น โรงพยาบาล มูลนิธิ ส่งเสริมการใช้วัสดุเหลือใช้อย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้คนผ่านนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน
“เราทำเครื่องฟอกอากาศจาก e-waste และสิ่งของเหลือใช้ เช่น กล่องกระดาษ ซื้อแผ่นกรอง HEPA สายไฟ ต้นทุนหนึ่งเครื่องประมาณ 150 บาท” สมาชิกทีม Trashformers อธิบาย
ทั้งนี้ ประเด็นปัญหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเรื่องขยะและ waste เนื่องจากเป็นปัญหาที่เข้าใจง่ายและใกล้ตัว ขณะเดียวกันยังมีอีกหลากหลายปัญหาที่ต้องการให้คนรุ่นใหม่มาช่วยกันคิด–แก้ไข โดยสามารถนำปัญหาที่เกิดขึ้นไปเชื่อมโยงกับมิติสิ่งแวดล้อม เช่น วงการแฟชั่น อาหาร การสร้างงาน การกระจายความเจริญในพื้นที่ต่างๆ ฯลฯ
โครงการ Wonder Lab: Youth for a Greener Tomorrow Powered by UOB จึงไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้ทดลองและพัฒนาไอเดีย แต่ยังจุดประกายพลังของคนรุ่นใหม่ให้ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ โดยเฉพาะมิติสิ่งแวดล้อมที่สามารถขยายผลได้ เพราะธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เชื่อว่า ทุกการลงมือทำสามารถสร้างอิมแพคต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ในอนาคต



