Meta ลบ WhatsApp กว่า 6.8 ล้านบัญชีโยงการหลอกลงทุนจาก Scam Centers ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มาภาพ: Alexander Shatov/unsplash

Meta ได้ลบบัญชี WhatsApp กว่า 6.8 ล้านบัญชีที่เชื่อมโยงกับปฏิบัติการการเชือดหมู Pig Butchering Scam Rings หรือ การหลอกให้ร่วมลงทุน ที่ดำเนินการโดยกลุ่มอาชญากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่มากยิ่งขึ้นในการปราบปรามอาชญากรออน์ไลน์

ศูนย์หลอกลวง หรือ scam centers เหล่านี้มักจะหลอกลวงหลายรายกลยุทธพร้อมกัน ตั้งแต่การลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลไปจนถึงโมเดลแชร์ลูกโซ่(pyramid schemes การหลอกลวงที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยอาศัยเงินจากสมาชิกใหม่มาจ่ายคืนให้กับสมาชิกเก่า)  ซึ่งมักจะมีเงื่อนไขและควรเป็นสัญญาณเตือนสำหรับทุกคน นั้นคือต้องจ่ายเงินไปก่อนที่จะได้รับผลตอบแทนหรือรายได้ตามที่สัญญาไว้

โดยทั่วไปแล้ว การหลอกลวงให้ร่วมลงทุนจะเริ่มต้นด้วยข้อความที่ไม่ได้ร้องขอ และขยายไปสู่การสนทนาที่เปลี่ยนไปสู่แอปส่งข้อความที่เข้ารหัสหรือการแชทส่วนตัว เป้าหมายสุดท้ายคือการโน้มน้าวให้เหยื่อโอนเงิน ซึ่งมักจะเป็นคริปโต ไปยังธุรกิจปลอมหรือแพลตฟอร์ม “การลงทุน”

กลโกงเหล่านี้ส่วนใหญ่เริ่มต้นจากแพลตฟอร์มการส่งข้อความ เช่น WhatsApp, Facebook Messenger หรือ Telegram

เหยื่อมักจะรู้ตัวช้าเกินไปว่าไม่สามารถถอนเงินฝากของตนเองได้

บริษัทระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า “เราตรวจพบและปิดบัญชีในเชิงรุกก่อนที่ศูนย์หลอกลวงจะสามารถดำเนินการได้”

แหล่งที่มาของการหลอกลวงที่แพร่หลายที่สุดบางส่วนคือศูนย์หลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต(scam centers) ซึ่งมักใช้แรงงานที่ถูกบังคับและกดขี่อีกทั้งยังดำเนินการโดยกลุ่มอาชญากร โดยส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ จากการทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่องของเราเพื่อปกป้องผู้คนจากการหลอกลวง WhatsApp ได้ตรวจพบและระงับบัญชีมากกว่า 6.8 ล้านบัญชีที่เชื่อมโยงกับ scam centers จากข้อมูลเชิงลึกจากการสืบสวนของเราเกี่ยวกับความพยายามในการดำเนินการล่าสุด เราได้ตรวจจับและลบบัญชีเชิงรุกก่อนที่ scam centers จะสามารถดำเนินการได้”

Meta โยงบัญชีไปที่เครือข่ายหลอกลวงที่ดำเนินการในประเทศต่างๆ เช่น กัมพูชา เมียนมา และไทย ซึ่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายรายงานว่ากลุ่มอาชญากรดำเนินการฉ้อโกงครั้งใหญ่โดยมีเป้าหมายเป็นเหยื่อทั่วโลก

การดำเนินการล่าสุดนี้เพื่อขัดขวางกลุ่มเหล่านี้ก่อนที่จะเริ่มหลอกลวงผู้ใช้ 

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ WhatsApp, Meta และพันธมิตร คือ OpenAI ได้ขัดขวางความพยายามหลอกลวง ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปยังศูนย์หลอกลวงทางอาญาในกัมพูชาได้ ความพยายามหลอกลวงเหล่านี้มีตั้งแต่การเสนอเงินเพื่อแลกกับไลก์ปลอม ไปจนถึงการชักชวนผู้อื่นเข้าร่วมโครงการแชร์ลูกโซ่เช่าสกู๊ตเตอร์ หรือล่อลวงให้ผู้คนลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

ตามที่ OpenAI รายงานไว้ เหล่ามิจฉาชีพใช้ ChatGPT เพื่อสร้างข้อความเริ่มต้นที่มีลิงก์ไปยังแชท WhatsApp จากนั้นจึงรีบส่งเป้าหมายไปยัง Telegram ซึ่งเป้าหมายได้รับมอบหมายให้กดไลก์วิดีโอบน TikTok เหล่ามิจฉาชีพพยายามสร้างความไว้วางใจในแผนการโดยการบอกจำนวนเงินที่เป้าหมาย “ได้รับ” ไปแล้วในทางทฤษฎี ก่อนที่จะขอให้เป้าหมายฝากเงินเข้าบัญชีคริปโตเป็นภารกิจต่อไป

WhatsApp ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ตรวจจับและรายงานกิจกรรมที่น่าสงสัย หนึ่งในฟีเจอร์ดังกล่าวจะแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อพวกเขาถูกเพิ่มเข้ากลุ่มโดยบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทั่วไปที่เหล่ามิจฉาชีพมักใช้เพื่อโปรโมตโครงการลงทุนปลอม

นอกจากนี้ มิจฉาชีพอาจพยายามติดต่อเป้าหมายผ่านช่องทางอื่นๆ บนอินเทอร์เน็ต ก่อนที่จะขอส่งข้อความส่วนตัว เช่น WhatsApp เพื่อป้องกันกลวิธีนี้ จึงได้ใช้วิธีการใหม่ๆ ในการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้หยุดก่อนเริ่มการสนทนา ตัวอย่างเช่น แจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อเริ่มแชทกับบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ติดต่อ โดยแสดงบริบทเพิ่มเติมเกี่ยวกับบุคคลที่ผู้ใช้กำลังส่งข้อความ เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ

การประกาศของ Meta มีขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นให้แอปโซเชียลมีเดียและแอปส่งข้อความใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้นเพื่อหยุดยั้งมิจฉาชีพที่ใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เพื่อเข้าถึงและแสวงหาผลประโยชน์จากเหยื่อ ซึ่งมักจะเป็นการโจมตีแบบกลุ่มใหญ่

ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต ( Internet Crime Complaint Center:IC3) ของ FBI ระบุว่าในปี 2567 มูลค่าความเสียหายจากการหลอกลวงทางออนไลน์สูงถึง 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด

การหลอกลวงด้วยสกุลเงินดิจิทัลเพียงอย่างเดียวคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งเป็นแค่ตัวเลขที่รายงานต่อ FBI ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก