ThaiPublica > Thaipublica Sustainability > ผู้อำนวยการ UNESCO ไทย เรียกร้องทั่วโลกเร่งปฎิรูปการศึกษา เดินหน้าสู่ “All For Education”

ผู้อำนวยการ UNESCO ไทย เรียกร้องทั่วโลกเร่งปฎิรูปการศึกษา เดินหน้าสู่ “All For Education”

24 สิงหาคม 2020


Shigeru Aoyagi ผู้อำนวยการองค์กร UNESCO ด้านการศึกษา ประจำภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ที่มาภาพ:https://bangkok.unesco.org/content/mission-statement-unesco-bangkok-director-shigeru-aoyagi

ผู้อำนวยการองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประจำภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก เรียกร้องทั่วโลกเดินหน้ายกระดับปฎิรูประบบการศึกษา มุ่งสู่เป้าหมาย All For Education พร้อมชื่นชมความพร้อมของไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติด้านการศึกษา

ในวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2563 ประเทศไทยโดยกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)ได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติภายใต้หัวข้อ EQUITABLE EDUCATION: ALL FOR EDUCATION ความเสมอภาคทางการศึกษา “ปวงชนเพื่อการศึกษา” ซึ่ง 60 นักคิด นักปฏิรูป และนักการศึกษาที่มีอิทธิพลต่อโลกตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ร่วมหาคำตอบเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาบนความท้าทายใหม่ของโลกหลังโควิด-19

นายชิเกรุ อาโอยากิ(Shigeru Aoyagi) ผู้อำนวยการองค์การ UNESCO ด้านการศึกษา ประจำภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก ให้สัมภาษณ์พิเศษรับการประชุมนานาชาติครั้งนี้ว่า การประชุมดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมากที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญ นักเคลื่อนไหว และหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับด้านแวดวงการศึกษา จะมารวมตัวกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพิจารณาหารือแนวทางในการยกระดับปฎิรูประบบการศึกษาทั่วโลกให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมทั่วถึงทุกคน ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่นานาประเทศได้ร่วมลงนามข้อตกลงร่วมกันเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

สำหรับความพิเศษของการประชุมในครั้งนี้ ก็คือการเปลี่ยนผ่านกรอบแนวคิดทางการศึกษา จาก Education for All ไปสู่ All for Education เพื่อให้สอดรับสอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และมีความละเอียดซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

“ช่วง 30 ปีที่ผ่านมา สภาพเศรษฐกิจและสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ทำให้มีประเด็นปัญหาเพิ่มมากขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ ปัญหาผู้อพยพลี้ภัย ปัญหาขัดแย้งตามแนวชายแดน ปัญหาจำนวนประชากรที่ขยายตัวอยางรวดเร็ว วิกฤติความมั่นคงทางอาหารและน้ำ และล่าสุด คือวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19″นายชิเกรุกล่าว

ผู้อำนวยการ UNESCO ในไทยอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นล้วนมีความเชื่อมโยงที่จะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงการศึกษาของคนทุกเพศทุกวัยทั่วโลก ดังนั้น ทาง UNESCO พร้อมด้วยความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนกรอบแนวคิดเพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมโลกที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ความแตกต่างของการเปลี่ยนผ่านจาก Education for All ไปสู่ All for Education ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ ซึ่ง นายอาโอยากิ กล่าวว่า ประการแรกก็คือการเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการมอบการศึกษาไปสู่การคำนึ่งถึงความต้องการของผู้เรียนให้มากขึ้นทำให้ความหมายของการศึกษา หมายรวมถึง “All” หรือ ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง และ ทำให้ All for Education ได้รวมเอาความคิดเรื่องความยืดหยุ่นและความเสมอภาค เข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้อย่างแท้จริง

ในส่วนของความแตกต่างประการที่สองก็คือ All for Education ยังเป็นการเรียกร้องให้ระบบการศึกษา มีเนื้อหาที่ครอบคลุมและแข็งแกร่งมากขึ้น ภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมในการดึงเอาทรัพยากรทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร และเงินทุน มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อการศึกษา

“ในมุมมองของผม คำว่า “All” ใน Education for All (EFA) หมายถึง คนทุกคน ขณะที่ “All” ใน All for Education (AFE) หมายรวมถึง ทรัพยากรทั้งหมดที่มี”

นายอาโอยากิกล่าวอีกว่า ระบบการศึกษาทั่วโลกในห้วงเวลานี้ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่จากการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งกระทบต่อวงการการศึกษาอย่างรุนแรง เพราะการระบาดทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องปิดโรงเรียน มีเด็กนักเรียนหลายล้านคนต้องตกอยู่ในสภาพโดนให้ออกจากโรงเรียน กลายเป็นความเสี่ยงที่จะกระเทือนต่อความเสมอภาคทางการศึกษา และส่งผลลบต่อแนวคิด All for Education ได้

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการปรับเปลี่ยนแนวคิดมุมมองที่มีต่อระบบการศึกษา ด้วยกันหันมาร่วมมือสนับสนุนส่งเสริมซึ่งกันและกัน ในการติดและลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาที่มีอยู่ให้มีความยืดหยุ่นพอที่จะทำให้การเดินหน้าศึกษาหาความรู้มีความต่อเนื่องกับตัวผู้เรียนทุกคน ในทุกเงื่อนไขบริบทแวดล้อม

ขณะเดียวกัน นายอาโอยากิ ยังใช้โอกาสนี้ แสดงความชื่นชม กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ของไทยถึงความกระตือรือล้นในการจัดงานดังกล่าวในฐานะเจ้าภาพภายใต้ความร่วมมือกับหลายฝ่าย เพราะนับเป็นการส่งสัญญาณอันดีต่อความพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการปฎิรูปการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความเสมอภาคของไทย