ThaiPublica > Thaipublica Sustainability > รายงานวิจัยไอแอลโอชี้แรงงานประมงฯล่าสุด แนวโน้มดีขึ้นแต่ยังมีปัญหาแรงงานทาส

รายงานวิจัยไอแอลโอชี้แรงงานประมงฯล่าสุด แนวโน้มดีขึ้นแต่ยังมีปัญหาแรงงานทาส

10 มีนาคม 2020


องค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ 2563  โดยแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสภาพการทำงานของแรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลในประเทศไทยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ 2560 และข้อมูลประมาณการณ์สถานการณ์แรงงานบังคับจากการสำรวจแรงงานใน 11 จังหวัดชายฝั่งทะเล

ข้อมูลหลักฐานใหม่จากแรงงานในภาคอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเลในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงสภาพการทำงานที่ดีขึ้น นับแต่ปี พ.ศ 2560 แต่ยังคงมีปัญหาสภาพแรงงานบังคับปรากฎอยู่

งานวิจัยนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าหลังจากที่ได้เผยแพร่ผลงานวิจัยข้อมูลพื้นฐาน ในปี พ.ศ 2561 ของโครงการสิทธิจากเรือสู่ฝั่ง(Ship to Shore Rights) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป โดยทำการสำรวจแรงงานประมง 219 คน และแรงงานโรงงานแปรรูปอาหารทะเล 251 คน เพื่อหาหลักฐานการเปลี่ยนแปลงในด้านการจัดหางาน สัญญาจ้าง การจ่ายค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน ความปลอดภัยและการจัดตั้งของแรงงาน

รายงานวิจัยข้อมูลพื้นฐานของ ไอแอลโอ เมื่อปี พ.ศ 2560 แสดงให้เห็นถึงภาพของสภาพการทำงานในอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเลในประเทศไทย 2 ปีผ่านไป

ข้อมูลจากงานวิจัยวัดผลความก้าวหน้า แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพการทำงานโดยรวมที่เคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง มีการจ่ายค่าจ้างที่สูงขึ้นในอุตสาหกรรมทั้งสองประเภท

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีโครงสร้างของการจ้างงานอย่างเป็นทางการ การขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ส่วนหนึ่งเกิดขี้นจากการปรับปรุงกรอบกฎหมาย ภายหลังที่ประเทศไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาของ ไอแอลโอ ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง  (ฉบับที่ 188 ปี พ.ศ 2550) และพิธีสารว่าด้วยแรงงานบังคับ (ฉบับที่ 29)  ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการทำงานวิจัยข้อมูลพื้นฐานปี พ.ศ 2561

แม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีการละเมิดยังคงปรากฎในภาคอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล รวมถึงลักษณะการละเมิดร้ายแรง อาทิ การทำงานโดยไม่สมัครใจและการบังคับข่มขู่ซึ่งก่อให้เกิดสภาวะแรงงานบังคับ

รายงานฉบับนี้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อการเปลี่ยนแปลงต่อรัฐบาลไทย องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง สหภาพและผู้ซื้ออาหารทะเลไทยในต่างประเทศ ข้อเสนอแนะของ ไอแอลโอ รวมถึง ให้เจ้าหน้าที่ของไทยทำการกักเรือในกรณีที่มีการละเมิดที่ร้ายแรงตามกฎหมายและระงับการยื่นขอใบอนุญาตทำงานใหม่สำหรับนายจ้างที่ละเมิดกฎหมายแรงงานที่ยังไม่แก้ไข

นอกจากนี้ ไอแอลโอ ขอให้สหภาพและองค์กรภาคประชาสังคม รวมถึงผู้ให้ทุนสนับสนุนจากต่างประเทศ ปรับทิศทางการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการจัดตั้งและสนับสนุนแรงงานให้ทำงานผลักดันประเด็นต่างๆได้ด้วยตัวเอง และสุดท้าย เพื่อให้การรับรองมาตรฐานการทำงานที่มีคุณค่า (decent work) ของผู้ซื้อและผู้จ้ดหาสินค้าของไทยนำไปสู่การปฎิบัติ ไอแอลโอ เรียกร้องต่อผู้นำอุตสาหกรรมด้านต่างๆ ในประเทศไทยและผู้ซื้อในต่างประเทศ ให้ตัดทอนห่วงโซ่อุปทานให้สั้นลง เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติด้านแรงงานของผู้จัดหาสินค้า (Supplier) และเสริมสร้างความรับผิดชอบของผู้ซื้อ (buyer) ในการยึดมั่นในมาตรฐานของตนเอง

นายจูเซปเป้ บูซินี่ รองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “งานสำรวจวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกและความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ยังแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดการกับความท้าทายที่ยังเหลืออยู่อย่างเป็นองค์รวม สหภาพยุโรปมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานกับประเทศไทยเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของโครงการสิทธิจากเรือสู่ฝั่ง  และจะพยายามยกระดับงานให้ขยายขอบเขตไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นที่การย้ายถิ่นของแรงงานในภาคประมง”

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า “งานวิจัยวัดผลความก้าวหน้านี้แสดงถึงความสำเร็จในการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ นายจ้าง ลูกจ้างและภาคประชาสังคมซึ่งมีวัตถุประสงค์ร่วมกันเพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดด้านแรงงานที่ร้ายแรงในอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเลในประเทศไทย รายงานฉบับนี้เปิดเผยให้เห็นถึงความสำเร็จของประเทศไทย อาทิเช่น จำนวนแรงงานที่เข้ามาทำงานผ่านช่องทางปกติและค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีช่องว่างและความท้าทายที่ภาคีทุกฝ่ายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่เป็นธรรมและยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานโลก”

นายแกรม บัคลีย์ ผู้อำนวยการ ไอแอลโอ ประจำประเทศไทย กัมพูชาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อธิบายว่า “รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นผลแห่งความพยามยามร่วมกันของรัฐบาลไทย นายจ้าง สหภาพและ ไอแอลโอ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา อาทิเช่น เราเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสภาพที่อยู่อาศัยในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และมุมมองของแรงงานจากทั้งสองประเภทอุตสาหกรรมที่เห็นว่าเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง”

 “ข้อมูลในรายงานฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่ายังคงมีสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปอีกมาก การประเมินสภาวะปัญหาแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ทั่วโลกให้ความสนใจต่อภาคการแปรรูปอุตสาหกรรมของไทย พบว่าร้อยละ 7 ของแรงงานแปรรูปอาหารทะเล และร้อยละ 14 ของแรงงานประมงที่ให้สัมภาษณ์ประสบกับสภาวะการทำงานโดยไม่สมัครใจและบังคับข่มขู่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแรงงานบังคับ ไอแอลโอ มุ่งมั่นที่จะทำงานในประเด็นต่างๆ เหล่านี้ต่อไปในประเทศไทย และจะต่อยอดในระดับภูมิภาค”

ทั้งนี้โครงการสิทธิจากเรือสู่ฝั่งของไอแอลโอ ภายใต้การสนับสนุนของสหภาพยุโรป มีเป้าประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานบังคับ การใช้แรงงานเด็กและลักษณะงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับของอุตสาหกรรม และขจัดการแสวงประโยชน์กับแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ในอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปอาหารทะเล โดยร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน หน่วยงานภาครัฐต่างๆ และภาคีทางสังคม