hacklink paykwik al
ThaiPublica > เกาะกระแส > ธ.ก.ส. แจงปิดบัญชี “จำนำข้าว” ยึดมาตรฐานสากล – “พาณิชย์” เปิดประมูลข้าว 2.67 แสนตัน

ธ.ก.ส. แจงปิดบัญชี “จำนำข้าว” ยึดมาตรฐานสากล – “พาณิชย์” เปิดประมูลข้าว 2.67 แสนตัน

21 สิงหาคม 2018


นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

ตามที่นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ได้ชี้แจงหลักการบันทึกบัญชี “โครงการรับจำนำข้าว” ลงในรายงานการเงินแผ่นดินที่ผ่านการตรวจรับรองโดยสำนักการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น กรมบัญชีกลางใช้เกณฑ์คงค้างแบบผสม (Modified Accrual Basis) จึงไม่มีการลงบันทึกรายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง 536,908.30 ล้านบาทไว้ในรายงานการเงินแผ่นดิน โดยรายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวดังกล่าวนี้ จะถูกบันทึกอยู่ในบัญชีค่าใช้จ่ายของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) แยกไว้ต่างหาก

  • กรมบัญชีกลางโต้ “เรืองไกร” แจงเหตุไม่ลงบันทึก ผลขาดทุน “โครงการจำนำข้าว” ในงบฯแผ่นดิน
  • ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ยืนยันว่า การจัดทำรายงานการเงินแผ่นดินที่กรมบัญชีกลางดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานยอดรายรับ – รายจ่ายจากบัญชีเงินคงคลังของรัฐบาล และมีการบันทึกบัญชีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด ในรายงานการเงินแผ่นดินจึงไม่ได้แสดงผลกำไรขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวแต่อย่างใด

    “สำหรับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาล เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ดังนั้น ในการสรุป หรือ ปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการ ฯ ซึ่งกรรมการประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนสภาวิชาชีพบัญชี ทำหน้าที่สรุปภาระหนี้สิน ได้แก่ เงินต้น ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการฯ โดยจะแยกบัญชีออกจากการดำเนินงานปกติของ ธ.ก.ส. ยืนยันว่าการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ดำเนินการตามมาตรฐานบัญชีทุกประการ” นายอภิรมย์ กล่าว

    ด้านกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเปิดประมูลข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ปริมาณ 2.45 แสนตัน และเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ปริมาณ 2.23 หมื่นตัน เป็นครั้งสุดท้ายในปี 2561

    โดยนางมนัสนิตย์ จิรวัฒน์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะรองประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต็อกของรัฐ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้รับคำสั่งจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการ นบข. เห็นชอบ ให้ออกประกาศเปิดประมูลข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ปริมาณ 2.45 แสนตัน และเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ปริมาณ 2.23 หมื่นตัน ตามแผนการระบายที่คณะกรรมการ นบข. เห็นชอบ ซึ่งคณะทำงานฯ ได้ออกประกาศ (TOR) เพื่อประมูลข้าว 2 กลุ่มดังกล่าวข้างต้น โดยที่ยังคงสาระสำคัญและเงื่อนไขการประมูลเช่นเดียวกับการเปิดประมูลข้าวที่ผ่านมา ซึ่งหากปรากฏภายหลังว่าผู้เสนอซื้อรายใดขาดคุณสมบัติ หรือ มีลักษณะต้องห้ามตามที่ประกาศกำหนดถือว่าผู้เสนอซื้อรายนั้น ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น และ ไม่สามารถยื่นเสนอซื้อข้าวในสต็อกของรัฐได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

    1. การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 2/2561

    • ปริมาณข้าวที่นำมาเปิดประมูล 2.45 แสนตัน จำนวน 18 คลัง ใน 8 จังหวัด แบ่งเป็น คลังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) จำนวน 8 คลัง ปริมาณ 1.20 แสนตัน และเป็นคลังขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จำนวน 10 คลัง ปริมาณ 1.25 แสนตัน ประกอบด้วยข้าว 6 ชนิด ได้แก่ ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวปทุมธานี ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนปทุมธานี และปลายข้าว A1 เลิศ
    • คุณสมบัติผู้เสนอซื้อ เป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่มิใช่เพื่อการบริโภคของคน โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าดูสภาพข้าวในคลังสินค้าวันที่ 20 – 24 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 – 16.00 น. ,ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561เวลา 09.00 – 12.00 น. และประกาศชื่อผู้ซื้อที่ผ่านคุณสมบัติวันพุธที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 น. พร้อมกับเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาเวลา 09.00 – 12.00 น. และเปิดซองเสนอราคาเวลา 12.30 น.

    2. การจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 2/2561

    • ปริมาณข้าวที่นำมาเปิดประมูล 2.23 หมื่นตัน จำนวน 20 คลัง ใน 13 จังหวัด แบ่งเป็นคลังของ อคส. จำนวน 13 คลัง ปริมาณ 1.59 หมื่นตัน และเป็นคลังของ อ.ต.ก. จำนวน 7 คลัง ปริมาณ 6,400 ตัน ประกอบด้วยข้าว 10 ชนิด ได้แก่ ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 15% ข้าวปทุมธานี ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ ข้าวท่อนหอมจังหวัด ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวหอมจังหวัด ปลายข้าว A1 เลิศ และปลายข้าว A1
    • คุณสมบัติผู้เสนอซื้อ เป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่มิใช่เพื่อการบริโภคของคนและสัตว์ โดยจะเปิดให้ผู้สนใจเข้าดูสภาพข้าวในคลังสินค้าวันที่ 20 – 24 สิงหาคม 2561 เวลา 09.00 – 16.00 น. , ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561เวลา 13.00 – 16.00 น. , ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2561เวลา 09.00 น. พร้อมเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น. และเปิดซองเสนอราคาเวลา 12.30 น.

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน ครั้งที่ 2/2561 และการจำหน่ายข้าวสารในสต็อกของรัฐเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ ครั้งที่ 2/2561 ได้เพิ่มเติมที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ