hacklink paykwik al
ThaiPublica > เกาะกระแส > กรมบัญชีกลางโต้ “เรืองไกร” แจงเหตุไม่ลงบันทึก ผลขาดทุน “โครงการจำนำข้าว” ในงบฯแผ่นดิน

กรมบัญชีกลางโต้ “เรืองไกร” แจงเหตุไม่ลงบันทึก ผลขาดทุน “โครงการจำนำข้าว” ในงบฯแผ่นดิน

19 สิงหาคม 2018


นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง
ที่มาภาพ : http://www.cgd.go.th/

ตามที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ระบุมีข้อสังเกตจากรายงานการเงินแผ่นดิน เรื่องผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ในกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีวาระประชุมรับทราบรายงานการเงินแผ่นดินสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558 และ วันที่ 30 กันยายน 2557 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีการเปิดเผยเอกสารประกอบการพิจารณาไว้ด้วย ซึ่งรายงานการเงินแผ่นดินดังกล่าว ตรวจสอบรับรองโดย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แล้ว และ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งในรายงานได้ระบุไว้ชัดเจนว่า“ไม่มีผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ณ วันที่ 30 ก.ย. 2557 จำนวน 536,908.30 ล้านบาทรวมอยู่ด้วยแต่อย่างใด” ทั้งนี้ตามคำพิพากษาศาลฏีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีแดงที่ อม. 211/2560 เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 หรือ คดีโครงการรับจำนำข้าว ปรากฏว่าได้ระบุถึงผลขาดทุนจำนวน 536,908.30 ล้านบาท

“แต่ข้อมูลที่ คณะรัฐมนตรีเสนอ สนช.มีเพียงตัวเลขค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 301,100.79 ล้านบาท โดยไม่มีเรื่องผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวปรากฏอยู่ในเอกสารแต่อย่างใดเลย จึงมีข้อสังเกตว่าผลขาดทุนจำนวน 536,908.30 ล้านบาทที่ถูกนำไปกล่าวอ้างในคดีนั้นไม่มีอยู่จริงใช่หรือไม่”

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ชี้แจงดังต่อไปนี้

    1. หลักการจัดทำบัญชีและรายงานการเงินแผ่นดินในปัจจุบัน เป็นหลักการที่ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อรับทราบการปรับเปลี่ยนหลักการจัดทำรายงานการเงินของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 ให้จัดทำตามเกณฑ์คงค้าง แบบผสม (Modified Accrual Basis) โดยมีขั้นตอนโดยสรุป ดังนี้

      1.1 กรมบัญชีกลางทำบัญชีชุดรัฐบาล โดยบันทึกข้อมูลการรับจ่ายเงินคงคลังของรัฐบาลเป็นหลักด้วยเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) ซึ่งประกอบด้วย รายการเงินรายได้แผ่นดิน เงินงบประมาณรายจ่าย และเงินนอกงบประมาณที่ส่วนราชการฝากไว้กับกระทรวงการคลังและจะปรับปรุงบัญชีค้างรับค้างจ่ายตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) เมื่อสิ้นปีงบประมาณ

      1.2 กรมบัญชีกลางรวบรวมข้อมูลที่มีสาระสำคัญเฉพาะสินทรัพย์และหนี้สินของรัฐบาลจากส่วนราชการที่ทำหน้าที่บริหารจัดการแทนรัฐบาล ได้แก่ ข้อมูลที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ ข้อมูลเงินลงทุนจากสำนักงานรัฐวิสาหกิจ และข้อมูลหนี้สาธารณะจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ตามลำดับ มาปรับปรุงบัญชีชุดรัฐบาล

      1.3 กรมบัญชีกลางนำข้อมูลบัญชีตามข้อ 1.1 และ 1.2 แสดงในรายงานการเงินแผ่นดินส่งให้ สตง.ตรวจสอบและรับรอง ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2548 เป็นต้นมา

    2. โครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ดำเนินการไปก่อนแล้ว รัฐบาลจึงตั้งงบประมาณชดใช้คืนเป็นรายปีจนกว่าจะครบวงเงิน ดังนั้น ธกส.จึงเป็นผู้ทำบัญชีโครงการนี้ เพื่อแสดงต่อรัฐบาล ประกอบการขอตั้งงบประมาณ ธกส.จึงไม่ต้องส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่ต้องนำมาทำบัญชีในชุดรัฐบาล อย่างไรก็ดี กรมบัญชีกลางจะรับรู้รายการนี้และลงบัญชีเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณใช้คืนให้ธกส. โดยลงบัญชีเป็นรายจ่ายตามงบประมาณตามปกติในปีที่ ธกส. ได้รับการจัดสรรงบประมาณ

    3. จากหลักการจัดทำบัญชีและรายงานการเงินแผ่นดินตามเกณฑ์คงค้างแบบผสม (Modified Accrual Basis) ดังกล่าว จึงไม่มี หรือไม่สามารถมี รายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง จำนวน 536,908.30 ล้านบาท ที่ดำเนินการโดย ธกส.เป็นรายการบัญชีค่าใช้จ่ายแยกต่างหากในรายงานการเงินแผ่นดินที่กรมบัญชีกลางจัดทำสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2558 และวันที่ 30 กันยายน 2557 ซึ่งเป็นไปตามหลักการบัญชีที่ได้เสนอ ครม.รับทราบ