hacklink paykwik al
ThaiPublica > คนในข่าว > José Abreu ใช้ดนตรีต่อสู้ความยากจนในเวเนซุเอลา – ก่อตั้ง El Sistema ดึงเด็กด้อยโอกาสเข้าวงออเคสตรา

José Abreu ใช้ดนตรีต่อสู้ความยากจนในเวเนซุเอลา – ก่อตั้ง El Sistema ดึงเด็กด้อยโอกาสเข้าวงออเคสตรา

28 มีนาคม 2018


Jose Antonio Abreu
ที่มาภาพ:
http://fundamusical.org.ve/prensa/noticias/el-sistema-seguira-tocando-cantando-y-luchando-en-honor-al-maestro-jose-antonio-abreu/#.WrpWy_lubIV

รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ประกาศไว้อาลัยแก่ José Antonio Abreu หรือที่ประชาชนเรียกว่า “Maestro Abreu” ผู้ก่อตั้งโครงการ El Sistema ซึ่งได้เสียชีวิตลงในวัย 78 ปี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 เป็นเวลา 3 วันทั่วประเทศ ในฐานะที่เป็นผู้ที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและสังคม

José Antonio Abreu หรือที่บางครั้งเรียกว่า “El Maestro” ได้ริเริ่มโครงการ El Sistema ที่มีผลยกระดับชีวิตเด็กจำนวนหลายพันคนในเวเนซุเอลาให้ดีขึ้น โดยโครงการสอนดนตรีแก่เด็กในชุมชนแออัดและในพื้นที่ยากจน และโครงการกลายเป็นต้นแบบให้กับอีกหลายประเทศทั่วโลก

มูลนิธิ Simon Bolvar Musical ที่ก่อตั้งโดย José ทำหน้าที่ดูแลโครงการ ได้ประกาศการเสียชีวิตของ José Antonio Abreu หลังจากล้มป่วยมานานนับปี

José ชาวเวเนซุเอลา เป็นนักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักดนตรี ที่ผันตัวเองมาเริ่มโครงการนี้ขึ้นในปี 1975 ซึ่งภายหลังสร้างวาทยากรที่มีชื่อเสียงรายหนึ่งขึ้นมาคือ Gustavo Dudamel

José เกิดในเมือง Andean แห่ง Valera วันที่ 7 พฤษภาคม 1939 บ้านของเขาจัดว่าเป็นครอบครัวดนตรีตัวยง สมาชิกครอบครัวทุกคนชอบและเล่นดนตรี โดยปู่ของเขาได้ก่อตั้งวงออเคสตราขึ้นที่อิตาลี ส่วนย่านั้นหลงใหลละครโอเปร่า ขณะที่แม่เล่นเปียนโนได้ดี และพ่อเล่นกีตาร์

ในช่วงแรกของการศึกษา José เองก็เริ่มเรียนเปียนโนเมื่ออายุ 9 ปี ต่อมาได้เรียนด้านการแต่งเพลง เรียนออร์แกน เรียนเครื่องดนตรีโบราณที่คล้ายเปียนโน (Harpsichord) และด้านการอำนวยเพลง แต่ด้วยความตั้งใจที่จะมีอาชีพเป็นนักเศรษฐศาสตร์และนักวางแผน จึงได้เปลี่ยนมาเรียนเศรษฐศาสตร์ในเมืองหลวง Caracas จนสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Andres Bello Catholic University แต่บางรายงานข่าวระบุว่า การเบนเข็มมาเรียนเศรษฐศาสตร์ในภายหลังนั้นเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว

Jose Antonio Abreut ที่มาภาพ:
http://fundamusical.org.ve/prensa/noticias/el-sistema-seguira-tocando-cantando-y-luchando-en-honor-al-maestro-jose-antonio-abreu/#.WrpWy_lubIV

เมื่อสำเร็จการศึกษา José ได้ทำงานเป็นอาจารย์ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม ในสมัยที่สองของประธานาธิบดี Carlos Andrés Peréz และได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ในปี 1960 อย่างไรก็ตาม José บอกว่า El Sistema เป็นงานของชีวิตส่วนตัว

El Sistema ให้ข้อมูลประวัติ José ว่า เมื่ออายุได้ 25 ปี José มีตำแหน่งเป็นอาจารย์ด้านการแต่งเพลงและเป็นครูสอน ต่อมาได้ศึกษาต่อด้านอำนวยเพลงและเศรษฐศาสตร์ ที่เป็นเส้นทางอาชีพ ซึ่งมีผลให้เข้าร่วมคณะรัฐบาล จนกลายเป็นฐานการก่อตั้งวงออเคสตราเยาวชนใน เวเนซูเอล่า คือ Simon Bolivar Youth Orchestra

José เริ่ม El Sistema ขึ้น เพราะรู้สึกขัดใจที่ทั้งประเทศเวเนซุเอลามีวงออเคสตราเพียงวงเดียว ขณะที่ประเทศอื่น เช่น อาร์เจนตินา บราซิล เม็กซิโก มีพัฒนาการทางดนตรีที่ไปไกลมาก

“นี่คือที่มาของแนวคิดการจัดให้มีระบบที่จะสร้างให้เกิดวงออเคสตราที่มาจากชาวเวเนซุเอลาอย่างน้อย 1 วง” José เคยกล่าวไว้ หลังจากนั้นในปี 1975 เริ่ม El Sistema (หรือ The System) ได้เริ่มขึ้นครั้งแรกในโรงรถ โดยมีสมาชิก 11 คน

José กล่าวว่า “พวกเขามีความตั้งใจจริงและกระตือรือร้นอย่างมาก ทำให้ผมรู้ ณ วินาทีนั้นว่า ต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” ต่อมาเครือข่าย El Sistema เติบโตขึ้นจนมีคณะนักร้องประสานเสียง 300 คณะและวงออเคสตราเยาวชนอีก 1,500 วงและขยายความสำเร็จนี้ไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สเปน สกอตแลนด์

José ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว AFP ไว้ว่า “มีเด็กหลายคนที่เราสามารถดึงเขาออกมาจากยาเสพติดและการใช้ความรุนแรง การที่นำเด็กมานั่งซ้อมเพื่อที่จะเล่นดนตรี แทนที่ไปซุกตามมุมต่างๆ เพื่อสูบกัญชา ก็นับว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว”

อดีตประธานาธิบดี Hugo Chávez แห่งรัฐบาลสังคมนิยมให้การสนับสนุนและส่งเสริม EL Sistema อย่างจริงจัง จนกลายเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมที่ดีที่สุดที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงิน ซึ่งส่งผลให้ José ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีความใกล้ชิดอย่างมากกับประธานาธิบดี Chávez ซึ่งเสียชีวิตในปี 2013 อย่างไรก็ตาม ในการให้สัมภาษณ์กับ BBC ปี 2009 นั้น José บอกว่า เขาพยายามที่จะรักษาความเป็นกลางทางการเมืองที่แบ่งออกเป็นขั้ว

สิ่งที่ José ให้ความสำคัญมากกว่าคือ นโยบายด้านสังคมของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชนที่มาจากครอบครัวยากจน และการผลักดันให้โครงการนี้กระจายออกไปทั่วประเทศ

“ผมคิดว่าเรื่องนั้นมีความสำคัญ เพราะจะขยายแนวคิดที่ก่อเป็นพื้นฐานของโครงการ คือ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การดำเนินการทางสังคม ผ่านดนตรีและความเข้าใจระหว่างประชาชน”

El Sistema โครงการวงออเคสตราเยาวชน ซึ่งดึงเด็กและเยาวชนหลายพันคนของเวเนซูเอล่าให้พ้นจากยาเสพติดและความยากจน ด้วยดนตรี ได้รับรางวัลมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก the Royal Swedish Academy และ Unesco El Sistema กลายเป็นต้นแบบให้กับหลายประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกา และในยุโรป

เมื่อเริ่มโครงการในปี 1975 นั้น มีน้อยคนที่จะคาดว่า El Sistema จะมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านวงการดนตรีคลาสสิกและทางการเมืองของเวเนซุเอลา José กล่าวว่า ภารกิจของโครงการคือ การให้ความสำคัญกับความยุติธรรมทางสังคมเท่าเทียมกับความทะเยอทะยานด้านดนตรี

“สำหรับผมแล้วให้ความสำคัญมากสุดกับการเปิดให้มีการเข้าถึงดนตรีแก่คนยากจน” José ให้สัมภาษณ์ นิตยสารนิวยอร์กไทม์ในปี 2007 “ในฐานะนักดนตรี ผมมีความมุ่งหวังที่จะเห็นเด็กยากจนเล่นเพลงของโมซาร์ต แล้วทำไมจะไม่ได้ แล้วทำไมถึงให้ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่งมีสิทธิพิเศษเล่นเพลงของโมซาร์ตหรือบีโธเฟนได้อยู่กลุ่มเดียว วัฒนธรรมดนตรีขั้นสูงควรที่เป็นวัฒนธรรมร่วม เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาสำหรับทุกคน”

เหตุที่โครงการประสบความสำเร็จ เพราะโครงการก่อตั้งโดยมีหลักการหนึ่งว่า จะใช้ดนตรีต่อสู้กับความยากจน รวมทั้งสอนเพลงคลาสสิกในพื้นที่ยากจนของประเทศ โครงการนี้จะสอนดนตรีให้เด็กที่อายุ 3 ปีขึ้นไปในคาบเรียนที่ว่างช่วงบ่าย โดยให้เริ่มฝึกด้านออเคสตรา ซึ่งจะมีศูนย์การเรียนดนตรีทั่วประเทศที่เรียกว่า Nucleos ตามพื้นที่รอบนอก ซึ่งศูนย์ที่มี 300 แห่ง จะสอนดนตรีแก่เด็กโดยไม่มีค่าใช้จ่าย El Sistema ยังสร้างเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านวงออเคสตรา คณะประสานเสียง เพื่อจัดการแสดงในศูนย์เหล่านี้ด้วย ทั้งนี้ El Sistema มีสโลแกนว่า Tocar y Luchar,” หรือ “to play and to fight” มีความหมายว่า เล่นและสู้ มีนัยะถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่แทรกซึมอยู่ในกลุ่มสังคมเดียวกัน

ปัจจุบันมีวงออเคสตราทั่วโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก El Sistema ในมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก รวมถึง Youth Orchestra Los Angeles (YOLA) ในสหรัฐอเมริกา หรือ OrchKids program ในบัลติมอร์

แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่าอนาคตของ El Sistema จะเป็นอย่างไรหลังจากที่ผู้ก่อตั้งได้จากไป แต่ Nicolás Maduro ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของเวเนซูเอล่า ทวิตว่ายังคงสนับสนุนงานของ José ต่อไป ขณะที่ El Sistema ได้ประกาศบนเว็บไซต์ของตัวเองว่า จะยังเล่น ร้อง และสู้ต่อไป เพื่อเป็นเกียรติแก่ José

El Sistema เติบโตจนมีเด็กภายในโครงการมากกว่า 900,000 คน ครูกว่า 10,000 คน ทั่วประเทศ ซึ่งเด็กในสัดส่วนกว่า 75% เป็นเด็กยากจน ซึ่งจำนวนมากมาจากชนบท โครงการตั้งเป้าที่จะเพิ่มเด็กเป็น 1 ล้านคน

ในการรับรางวัล TED ปี 2009 นั้น José กล่าวไว้ว่า “มีความต้องการที่จะเป็นนักดนตรี ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ ต้องขอบคุณพระเจ้า ที่ผมทำได้สำเร็จ เพราะได้รับการสนับสนุนแรงใจจาก ครอบครัว จากครู จากชุมชนให้เป็นนักดนตรีตามที่หวัง ตลอดชีวิตของผมมีความฝันที่จะเห็นเด็กเวเนซุเอลาทุกคนมีโอกาสเหมือนที่ผมมี”

“วันนี้ เราพูดได้ว่า ศิลปะในลาตินอเมริกา ไม่ได้ถูกผูกขาดเฉพาะกลุ่มชนชั้นสูง แต่กลายเป็นสิทธิของสังคม สิทธิของประชาชนทุกคน การร้อง การเล่น ด้วยกัน หมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด”

Jose Antonio Abreu ในกิจกรรมต่างๆ ที่ เว็บไซต์ El Sistema รวบรวบไว้ ที่มาภาพ:http://fundamusical.org.ve/prensa/noticias/el-sistema-seguira-tocando-cantando-y-luchando-en-honor-al-maestro-jose-antonio-abreu/#.WrpWy_lubIV

สร้างนักดนตรีคลาสสิกระดับโลก

Gustavo Dudamel ความสำเร็จของ El Sistema ที่มาภาพ :
http://fundamusical.org.

José บอกว่า สิ่งที่เขาทำคือ ภารกิจสังคมด้านศิลปะ ซึ่งนอกจากใช้ดนตรีคลาสสิกเป็นสื่อที่เข้าถึง สร้างความมีส่วนร่วมของเยาวชนเวเนซุเอลา แต่ยังทุ่มเทอย่างหนักกับการผลักดันนักดนตรีเวเนซุเอลาขึ้นไปอยู่บนเวทีดนตรีคลาสสิกของโลก

Gustavo Dudamel คือผลผลิตของโครงการ ปัจจุบันเป็นวาทยากรวง Los Angeles Philharmonic และเป็นวาทยากรซึ่งเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่งของโลก

Gustavo กล่าวว่า “José Abreu ได้ทำให้ผมรู้จักกับความลึกล้ำของดนตรี ที่แสดงออกถึงความชอบได้อย่างหนักแน่น และสอนให้รู้ว่า สิทธิที่จะเข้าถึงความไพเราะไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม José Abreu เป็นแรงบันดาลใจ เป็นศิลปิน เป็นทั้งพ่อ เป็นครู”

Gustavo ยังให้ความเห็นกับ Los Angeles Times ว่า วงการศิลปะและดนตรีได้สูญเสียบุคคลที่มีความสามารถมากที่สุด Maestro Abreu ได้สอนให้เรารู้ว่าศิลปะคือสิทธิสากล และด้วยแรงบันดาลใจ ความสวยงาม ความไพเราะ ได้ปรับเปลี่ยนจิตวิญญาณของเด็กอย่างสิ้นเชิง”

Gustavo เริ่มเรียนไวโอลินเมื่อร่วมวงออเคสตราเยาวชนวงหนึ่งที่ตั้งขึ้นโดย José เมื่อายุ 13 ปี ได้กลายเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเพลงของวงแชมเบอร์ออเคสเตราท้องถิ่นวงหนึ่ง และเมื่ออายุ 17 ปี รับหน้าที่ ผู้อำนวยการวง Simon Bolivar Youth Orchestra ปัจจุบันเป็น 1 ในบรรดากรรมการ El Sistema

Gustavo Dudamel อำนวยเพลงในงานก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่มาภาพ
: http://fundamusical.org.ve/prensa/noticias/el-sistema-seguira-tocando-cantando-y-luchando-en-honor-al-maestro-jose-antonio-abreu/#.WrpWy_lubIV

ประธานาธิบดี Nicolás Maduro กล่าวผ่านรายการโทรทัศน์เวเนซุเอลาว่า “ทั้งประเทศมีความเสียใจอย่างมากต่อการจากไปของ “Maestro Abreu” ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ Elias Jaua ทวิตยกย่อง José ว่าเป็นชาวเวเนซุเอลาที่ยิ่งใหญ่ พร้อมขอบคุณในสิ่งสวยงามที่ José สร้างขึ้นเพื่อเด็กชาย เด็กหญิง และเยาวชนของเวเนซุเอลา

Deborah Borda ซีอีโอของ New York Philharmonic ซึ่งได้รู้จักกับ Jose เมื่อเธอทำหน้าที่บริหาร วง Los Angeles Philharmonic และได้ก่อตั้ง YOLA พร้อมกับว่าจ้าง Gustavo Dudamel ให้ความเห็นว่า El Sistema เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เพราะบุคลิกของ José ที่เปี่ยมไปด้วยแรงสนับสนุนแรงใจและความมุ่งมั่น และยังบอกด้วยว่า José ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ นอกเหนือจากการเปลี่ยนชีวิตเด็กๆ ทั่วโลก

Simon Rattle ผู้อำนวยการ Berlin Philharmonic แสดงความเห็นว่า José เป็นคนที่ให้ชีวิตแก่วงการดนตรี ด้วยเยาวชนที่ปลอดภัยจากภัยอันตรายบนท้องถนน จากอาชญากรรม จากยาเสพติด