ออมสินคัด “สตาร์ทอัพ” 150 ราย โชว์นวัตกรรม ณ ศูนย์สิริกิติ์ฯ 1-3 ธค.นี้ “ชาติชาย” เดินหน้าปล่อยกู้-ร่วมทุน “SMEs 4.0”

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (กลาง) แถลงข่าวจัดงาน “Smart SMEs Smart START UP”ในระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน แถลงข่าวจัดงาน “Smart SMEs Smart START UP”ในระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยนายชาติชาย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลประกาศนโยบาย Thailand 4.0 ที่ใช้เป็นโมเดลขับเคลื่อนประเทศ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินพยายามผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs คิดค้นนวัตกรรม หรือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยธนาคารได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และพันธมิตรต่างๆ จัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการจัดงานประกวด “GSB สุดยอด SMEs Start Up ตัวจริง” เมื่อ 5 ปีก่อน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ SMEs ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 1,500 โครงการ โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกนอกจากจะได้รับเงินรางวัลแล้ว ธนาคารยังให้การสนับสนุนสินเชื่อนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มาจากโครงการนี้ออกไปทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดธนาคารเตรียมจัดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ SMEs และ Startup กว่า 150 ราย นำผลงานและนวัตกรรมใหม่ๆ มาแสดงในงาน “Smart SMEs Smart START UP” ระหว่างวันที่ 1-3 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์บนพื้นที่รวมกว่า 6,000 ตารางเมตร

กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และ Startup กว่า 150 ราย ที่มาร่วมออกงานครั้งนี้ ประกอบด้วย

1.Smart Life โซนของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

2.Food & Cuisine โซนนวัตกรรมทางด้านอาหาร

3.Smart Business โซนของกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์

4.Star Startup โซนสินค้าของเหล่าดารา

5.Smart Innovation โซนของสินค้านวัตกรรมล้ำสมัยพร้อมด้วยบูธของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามาแสดงผลงาน

6.GSB Smart Startup โซนของกลุ่มผู้ที่ผ่านโครงการ GSB สุดยอด SMEs Startup ตัวจริง ซึ่งจะมาในรูปแบบของการแสดงสินค้า พร้อมด้วย Showcase ของผู้ที่ได้อันดับ 1 – 3 ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาอีก 15 ผลงาน

7.Digital Playground โซนเสนอนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีและดิจิตอล

8.Truck Business โซนของกลุ่มผู้ประกอบการทางด้านรถทรัคเพื่อไปประกอบธุรกิจประเภทต่าง ๆ เช่น รถ Food Truck, รถทรัคสำหรับขายเสื้อผ้าเป็นต้น โดยภายในงานจะมีรถทรัคจริง ๆ เข้ามาจอดแสดงอยู่ถึง 7 คัน

และ 9.Strategic Partners โซนพันธมิตรของธนาคาร ซึ่งประกอบไปด้วยองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SMEs และ Startup อีกถึง 11 องค์กร ซึ่งก็จะมาให้ความรู้และคำปรึกษาในด้านการทำธุรกิจโดยเฉพาะ

นายชาติชาย กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารออมสินจะมี GSB Pavilion คอยต้อนรับผู้ที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการคำปรึกษาทางด้านการทำธุรกิจ โดยธนาคารออมสินจัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา รวมถึงผู้ที่สนใจต้องการขอสินเชื่อเพื่อการทำธุรกิจ หรือต้องการร่วมลงทุนกับธนาคารออมสิน ผ่านการทำ Venture Capital ก็สามารถเข้ามาแวะชมภายในบูธได้นอกจากนี้ทางธนาคารฯ ยังได้จัดมุมสำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Mymo และแอพพลิเคชั่น GSB Pay ซึ่งสามารถนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน โดยผู้ที่มาเปิดบัญชีกับธนาคารพร้อมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะได้รับโปรโมชั่นต่าง ๆ อีกมากมาย

“งานนี้ผมคิดว่าจะเป็นจุดรวมของธุรกิจ SMEs และ Startup เรารวบรวบธุรกิจสินค้าและบริการที่มีความโดดเด่นทางด้านความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เพื่อให้งานนี้ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของ INNOVATION HUB อย่างแท้จริง โดยมีธนาคารออมสินเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านเงินทุน ในรูปแบบการปล่อยสินเชื่อ หรือการร่วมทุน ซึ่งในระหว่างงานคาดว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ได้อีกมากมาย และภายหลังงานเราก็จะได้ชุมชนของนักธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อสร้างกิจกรรมอื่นๆอีกต่อไปในอนาคต” นายชาติชาย กล่าว

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ช่วง 104 ปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินมีบทบาทสำคัญในการเป็นธนาคารแห่งการออม หรือ “Saving Bank” ที่มีความมั่นคงมาจนถึงทุกวันนี้ ธนาคารออมสินมียอดเงินฝากคงค้างกว่า 2.3 ล้านล้านบาท ทำให้ธนาคารต้องเร่งปล่อยสินเชื่อ และบริหารพอร์ตเงินลงทุน ปัจจุบันธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างเกือบ 2 ล้านล้านบาท เฉพาะสินเชื่อ SMEs มีลูกค้า 80,000 ราย ยอดคงค้างเกือบ 1 แสนล้านบาท ในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อ SMEs เพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท โดยจะเพิ่มจำนวนศูนย์ให้คำปรึกษาธุรกิจ SMEs ของธนาคารออมสิน จาก 18 แห่งเป็น 84 แห่งทั่วประเทศในปีหน้า คอยให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ SMEs ในวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย

“ความจริงนั้นออมสินมีความสามารถในการอนุมัติสินเชื่อต่อรายได้มากกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งวงเงิน 50 ล้านบาท เราก็ปล่อย แต่มีจำนวนไม่มากนัก ลูกค้า Size L และ M ควรจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ธนาคารพาณิชย์เอกชน ส่วนออมสินนั้นจะเน้นไปที่ลูกค้า Size S , Micro Business และ SMEs Start Up ออมสินจะเข้าไปดูแลในกลุ่มนี้” นายชาติชาย กล่าว

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า นอกจากบริการทางด้านสินเชื่อแล้ว ธนาคารออมสินยังมีกองทุนร่วมลงทุนกับลูกค้า SMEs หรือ “Venture Capital Fund” ซึ่งจัดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วอีก 3 กองทุน วงเงินลงทุนรวม 2,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินถือหน่วยลงทุนในสัดส่วน 80% ของมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 20% หรือประมาณ 400 ล้านบาท ถือครองหน่วยลงทุนโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันกองทุนร่วมลงทุนระหว่างออมสินและตลาดทรัพย์ทรัพย์ฯ ได้นำเงินเข้าไปร่วมลงทุนกับธุรกิจ SMEs แล้ว 7 บริษัท คิดเป็นวงเงิน 200 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการอนุมัติเข้าร่วมทุนอีก 10 บริษัท คาดว่า Venture Capital Fund ของธนาคารออมสินจะมียอดเงินลงทุนคงค้างประมาณ 400-500 ล้านบาท

“ธุรกิจที่ธนาคารเข้าไปร่วมลงทุนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่มีนวัตกรรมใหม่ เฉลี่ยรายละประมาณ 20 ล้านบาท ยกตัวอย่างธุรกิจที่ Venture Capital Fund เข้าไปร่วมทุน เช่น ธุรกิจพัฒนาโดรนเพื่อใช้ในภาคธุรกิจการเกษตร เช่น เพาะปลูกพืช กำจัดศัตรูพืช การให้ปุ๋ย วิเคราะห์การเจริญเติบโตของพืช,ธุรกิจเอนิเมชั่นที่ใช้ในอุตสาหกรรมภาพยนต์,โฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยสร้างผลงานโฆษณาของธนาคารออมสินให้มีรูปลักษณะที่ทันสมัย,ที่เหลือเป็นธุรกิจ E-Book,E-Learning และธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น” นายชาติชาย กล่าว