คลังแจกโชคร้านค้าและผู้ใช้บัตรเดบิตซื้อสินค้า-บริการ รณรงค์เปลี่ยนพฤติกรรมรูดถอนเงินสด

image

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2560 นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมดำเนินการโครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิต เพื่อดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้บัตรเดบิตสำหรับการใช้จ่ายมากขึ้น ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2560 – 30 กรกฎาคม 2560 และเริ่มเก็บข้อมูลการใช้บัตรตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมรายการแบ่งเป็น 1) บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่ใช้บัตรเดบิตเพื่อชำระสินค้าและบริการผ่านเครื่อง EDC และ ATM 2) ร้านของนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศและร้านของบุคคลธรรมดาที่ติดตั้งเครื่อง EDC หรือปรับปรุงเครื่องให้สอดคล้องกับโครงการขยายการใช้บัตร และต้องเป็นร้านค้าที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี ตามนโยบายเพื่อจูงใจร้านค้าขนาดเล็กให้เข้าร่วมโครงการ

รูปแบบรางวัลมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85 ล้านบาท ได้แก่ 1) รางวัลของผู้ใช้บัตร 12 เดือน รวม 67.2 ล้านบาท แต่ะเดือนมีรางวัลจำนวน 1,001 รางวัล 7 ประเภท คือรางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท 1 รางวัล, รางวัลที่ 2 มูลค่า 100,000 บาท 10 รางวัล, รางวัลที่ 3 มูลค่า 50,000 บาท 10 รางวัล, รางวัลที่ 4 มูลค่า 10,000 บาท 30 รางวัล, รางวัลที่ 5 มูลค่า 5,000 บาท 200 รางวัล, รางวัลที่ 6 มูลค่า 3,000 บาท 300 รางวัล และรางวัลที่ 7 มูลค่า 2,000 บาท 450 รางวัล

2) รางวัลของร้านค้า 12 เดือน รวม 16.8 ล้านบาท โดยแต่ละเดือนมีรางวัลมูลค่าสูงสุด 1,000,000 บาท 1 รางวัล และรางวัลมูลค่า 30,000 บาทที่จำนวนรางวัลจะเพิ่มขึ้นตามอัตราการติดตั้งเครื่อง EDC โดยเดือนที่ 1-3 จะมีรางวัลเดือนละ 5 รางวัล, เดือนที่ 4-6 มีรางวัลเดือนละ 10 รางวัล, เดือนที่ 7-9 มีรางวัลเดือนละ 15 รางวัล และเดือนที่ 9-12 มีรางวัลเดือนละ 20 รางวัล

ทั้งนี้ การรับเงินรางวัลจะมีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด

สำหรับสิทธิการได้รับรางวัล ในแต่ละเดือนผู้ใช้บัตรและร้านค้ามีสิทธิได้รับรางวัลเพียง 1 รางวัล และเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม พนักงานและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับโครงการไม่มีสิทธิได้รับรางวัล และหากผู้ได้ใช้บัตรเดบิตไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ให้แจ้งธนาคารเจ้าของบัตร เพื่อตัดชื่อออกจากการชิงรางวัล และเมื่อมีความประสงค์จะกลับมาเข้าร่วม สามารถแจ้งธนาคารเจ้าของบัตรได้อีกครั้ง

ทั้งนี้ การประกาศรายชื่อผู้โชคดีจะมีทุกวันที่ 16 ของทุกเดือนผ่านสื่อต่างๆ และ www.epayment.go.th โดยผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อจากธนาคารเจ้าของบัตรและต้องยืนยันสิทธิภายใน 7 วัน ก่อนจะดำเนินการติดต่อขอเอกสารเพื่อรับรางวัลต่อไป ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังจะเป็นผู้โอนเงินรางวัล สำหรับกรณีติดต่อผู้รับรางวัลไม่ได้ สำนักงานปลัดฯ จะเก็บรางวัลไว้ 3 เดือน เพื่อรอการติดต่อจึงจะหมดอายุ

กางข้อมูลบัตรเดบิต 50 ล้านใบ – 60% ใช้แค่ถอนเงิน

ทั้งนี้ ข้อมูลการใช้จ่ายบัตรพลาสติกของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าปี 2559 มีการใช้บัตรพลาสติกทั้งสิ้น 84 ล้านใบ แบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็ม 11 ล้านใบ, บัตรเดบิต 50 ล้านใบ และบัตรเครดิต 23 ล้านใบ มีมูลค่าการใช้บัตรรวม 14 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็ม 1.49 ล้านล้านบาท, บัตรเดบิต 11.2 ล้านล้านบาท (โดยใช้เพื่อถอนเงินสด 6.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 60% ของมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตรวม และใช้ชำระค่าสินค้าและบริการเพียง 1.59 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 1.41%) และบัตรเครดิต 1.84 ล้านล้านบาท (โดยใช้เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ 1.39 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 75% ของมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต)

หากเทียบเป็นปริมาณการใช้บัตรฯ ปี 2559 มีการใช้บัตรพลาสติก 2,792 ล้านรายการ แบ่งเป็นบัตรเอทีเอ็ม 327 ล้านรายการ, บัตรเดบิต 1,968 ล้านรายการ แบ่งเป็นการใช้เพื่อการถอนเงินสด 1,466 ล้านรายการ หรือคิดเป็น 74% ของปริมาณการใช้บัตรเดบิต และมีการใช้เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการเพียง 70 ล้านรายการ หรือคิดเป็นเพียง 3.58% เท่านั้น และบัตรเครดิต 496 ล้านรายการ เป็นการชำระค่าสินค้าและบริการ 409 ล้านรายการ หรือคิดเป็น 82% ของปริมาณการใช้งานบัตรเครดิต

ทั้งนี้ แนวโน้มการใช้จ่ายในรอบ 7 ปีตั้งแต่ปี 2553-2559 พบว่าสัดส่วนการใช้บัตรเดบิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยเมื่อเทียบการการถอนเงินสด โดยในแง่มูลค่าการใช้บัตรเดบิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นจาก 0.5% เป็น 1.4% และมีสัดส่วนปริมาณการใช้บัตรเดบิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นจาก 1.3% เป็น 3.6% ขณะที่มูลค่าการใช้บัตรเดบิตเพื่อถอนเงินสดยังทรงตัวที่ประมาณ 56% เช่นเดียวกับสัดส่วนปริมาณการใช้บัตรเดบิตเพื่อถอนเงินสดที่ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 74%