ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 26 พ.ย. – 2 ธ.ค. 2559: “เสร็จสิ้นทูลเชิญองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์-ทรงโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระปรมาภิไธย ‘สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร'”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 26 พ.ย. – 2 ธ.ค. 2559

  • เสร็จสิ้นทูลเชิญองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์-ทรงโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระปรมาภิไธย “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”
  • คลังเดินหน้า ให้บริษัทประกันบริหารค่ารักษาพยาบาล ขรก. 7 หมื่นล้าน– “หมอมงคล” ค้าน
  • กลุ่ม “ปราสาททองโอสถ” ทุ่ม 1,900 ล้าน ครองหุ้นช่องOne 50%
  • ทีมบอลแซมบ้าเครื่องตกในโคลอมเบีย
  • ปิดตำนาน “นสพ.บ้านเมือง”
  • เสร็จสิ้นทูลเชิญองค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์-ทรงโปรดเกล้าฯ เฉลิมพระปรมาภิไธย “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสด (https://www.khaosod.co.th/?p=124308)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์ข่าวสด (https://www.khaosod.co.th/?p=124308)

    เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า วันที่ 29 พ.ย. 2559 ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับทราบวาระแต่งตั้งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 และประธาน สนช. อัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 สืบไป

    ต่อมา ในวันที่ 1 ธ.ค. 2559 เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงตอบรับคำกราบบังคมทูลของประธานรัฐสภาเสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง โดยทรงมีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ ความว่า

    ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทยเชิญข้าพเจ้าขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ถ้าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับเพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง

    และต่อมา เว็บไซต์ข่าวสดรายงานว่า นายอินทร์จันทร์ บุราพันธ์ รองราชเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ รล 0007.3/28178 เรื่อง ประกาศเฉลิมพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยระบุว่า ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธยเนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ดังนี้
    1. ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” คำอ่าน สม – เด็ด – พระ – เจ้า – อยู่ – หัว – มะ – หา – วะ – ชิ – รา – ลง – กอน – บอ – ดิน – ทระ – เทบ – พะ – ยะ – วะ – ราง – กูน
    2. ภาษาอังกฤษว่า “His Majesty King Maha Vajiralongkorn Bodindradebayavarangkun”

    คลังเดินหน้า ให้บริษัทประกันบริหารค่ารักษาพยาบาล ขรก. 7 หมื่นล้าน– “หมอมงคล” ค้าน

    วันที่ 29 พ.ย. 2559 เว็บไซต์ไทยรัฐ รายงานว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการคลัง เห็นชอบหลักการให้บริษัทประกันเข้าบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการวงเงินปีละไม่เกิน 60,000 ล้านบาท เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หากได้รับความเห็นชอบตั้งเป้าจะดำเนินการปีงบประมาณ 2561

    ต่อเรื่องดังกล่าว เว็บไซต์ Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ รายงานว่า นพ.มงคล ณ สงขลา อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางบริหารงานผิดพลาดจึงทำให้งบค่ารักษาพยาบาลของสวัสดิการข้าราชการสูงขึ้น โดยชัดเจนว่ากรมบัญชีกลางไม่มีการตรวจสอบเรื่องการใช้บริการ เช่น การเวียนใช้บริการ การรับยาซ้ำไปซ้ำมาแล้วนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งตรงนี้อาจเป็นความบกพร่องของทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ และที่ผ่านมากรมบัญชีกลางไม่เคยมีการประเมินความคุ้มค่าในรายการหรือสิทธิประโยชน์ที่ให้เบิกจ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจวินิจฉัย ยา หรือวัสดุเครื่องมือทางการแพทย์ โดยชัดเจนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเมื่อบริษัทเอกชนใดเสนอรายการเข้ามา กรมบัญชีกลางไม่เคยมีการตรวจสอบความคุ้มค่าใดๆ

    นพ.มงคล กล่าวอีกว่า การบริหารงานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีการควบคุมงบประมาณด้วยการให้เบิกจ่ายตามงบประมาณรายหัว แต่ในกรณีการเบิกจ่ายรายหัวนั้นจะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือกองทุนสวัสดิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ให้ สปสช.บริหารจัดการนั้น ก็ไม่ได้ให้เบิกตามรายหัว แต่ให้เบิกตามที่จ่ายจริงซึ่งคล้ายคลึงกับสวัสดิการข้าราชการ

    นอกจากนี้ นพ.มงคลยังตั้งข้อสังเกตโดยเทียบการโยกการบริหารครั้งนี้กับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ พ.ศ. 2535 ที่กำหนดเงื่อนไขไว้มาก ทำให้กว่าที่โรงพยาบาลจะเบิกได้ต้องมีขั้นตอนมากมาย ฉะนั้น หากนำเงิน 6.7 หมื่นล้านบาทที่กรมบัญชีกลางใช้กับสวัสดิการรักษาข้าราชการตอนนี้ และ รมว.คลังระบุว่าจะไม่ให้เกิน 7 หมื่นล้านบาทไปให้บริษัทประกันภัย ก็จะเข้าข่ายคล้ายคลึงกัน คืออาจมีความพยายามเบี่ยงเบนให้ไปเบิกที่อื่นแทนที่จะเบิกจากบริษัทประกันภัย

    และ นพ.มงคล ยังกล่าวด้วยว่า ไม่ต้องพยากรณ์ก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตัวอย่างจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ คือเสือกินเปล่าทุกปี เพราะโรงพยาบาลก็ไปเบิกจากกองทุน 30 บาท หรือจากส่วนอื่นๆ ฉะนั้น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยฯ มีไว้ให้เสือนอนกินกับกลุ่มผลประโยชน์เท่านั้น เพราะเป็นค่าบริหารจัดการถึง 50% ของงบประมาณ

    “ฉะนั้นรัฐบาลเองควรกลับมาทบทวนใหม่ ข้าราชการและครอบครัวโดยเฉพาะสมาคมข้าราชการพลเรือนต้องออกมาปกป้องสิทธิที่จะเสียไป โรงพยาบาลรัฐทุกระดับจะคอยให้ล้มละลายก่อนแล้วค่อยออกมาโวยคงไม่มีประโยชน์ต่อผู้รับบริการทั่วไปรวมทั้งประชาชนผู้ใช้บัตรทอง” นพ.มงคลกล่าว

    กลุ่ม “ปราสาททองโอสถ” ทุ่ม 1,900 ล้าน ครองหุ้นช่องOne 50%

    screen-shot-2016-12-03-at-4-31-24-am

    เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ได้เข้าร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งท่ี 10/2559 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2559 โดย บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และกลุ่มนายถกลเกียรติ วีรวรรณ จะลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (วัน เอ็นเตอร์ไพรส์) ซึ่งทำธุรกิจทีวีดิจิตอลช่อง ONE พร้อมดึงบริษัท ประนันท์ภรณ์ จำกัด ซึ่งมีนางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เข้ามาถือหุ้นในวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ อีก 50%

    ทั้งนี้ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แจ้งว่า วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 1.91 พันล้านบาท โดยออกหุ้นใหม่ 19.05 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 100 บาท ซึ่งจะทำให้วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ มีทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 3.81 พันล้านบาท สำหรับการเพิ่มทุนจะแบ่งเป็น 2 ครั้งในวันที่ 28 ก.พ.60 และวันที่ 31 พ.ค.60 โดยเมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะถือหุ้นลดลงเหลือ 25.50% จากเดิม 51%

    ส่วนกลุ่มนายถกลเกียรติ จะถือหุ้นลดลงเหลือ 24.50% จากเดิม 49% ส่วนบริษัท ประนันท์ภรณ์ จะเข้ามาถือหุ้น 50% ด้วยการใส่เงินลงทุนเข้ามาทั้งสิ้น 1.91 พันล้านบาท ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายจะเข้าร่วมรับภาระค้ำประกัน และภาระหนี้ของกลุ่มวัน เอ็นเตอร์ไพรส์

    ที่ผ่านมา วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้ถือหุ้น 100% ในช่อง ONE 31 ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการการบริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ หมวดหมู่ความคมชัดสูง (HD) จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

    ทีมบอลแซมบ้าเครื่องตกในโคลอมเบีย

    ที่มาภาพ: เว็บไซต์บีบีซีไทย (http://bbc.in/2fQqjcH)
    ที่มาภาพ: เว็บไซต์บีบีซีไทย (http://bbc.in/2fQqjcH)

    วันที่ 29 พ.ย. 2559 เว็บไซต์บีบีซีไทยรายงานว่า ทีมฟุตบอลชาเปโกเอนเซ่ จากเมืองชาเปนโก ทางใต้ของบราซิล เดินทางโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำรุ่นบริติชแอโรสเปซ 146 ของสายการบินลาเมียจากประเทศโบลิเวีย เพื่อไปยังปลายทางที่เมืองเมเดลลิน ประเทศโคลอมเบีย แต่ระบบไฟฟ้าขัดข้อง เป็นเหตุให้เครื่องบินตกก่อนถึงเมืองปลายทาง ทำให้ผู้อยู่บนเครื่องบิน 76 รายเสียชีวิต ส่วนผู้รอดชีวิตมีทั้งหมด 5 ราย โดยรายหนึ่ง คือ อลัน รัสเชล กองหลังวัย 25 ปีของทีมชาเปโกเอนเซ่

    รายงานข่าวระบุว่านักฟุตบอลของทีมชาเปโกเอนเซ่ พร้อมด้วยแขกรับเชิญ เจ้าหน้าที่ และผู้สื่อข่าว เดินทางโดยเครื่องบินลำเดียวกันเพื่อไปร่วมการแข่งขันฟุตบอลโคปาซูดาเมริกานารอบชิงชนะเลิศกับทีมอัตเลติโก นาซิอองนาล เมเดลลิน ของโคลอมเบีย ซึ่งมีกำหนดจัดการแข่งขันในวันที่ 30 พ.ย. แต่ทั้งหมดกลับประสบเหตุเครื่องบินตกเสียก่อน

    สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอเมริกาใต้ (Conmebol) สั่งยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลโคปาซูดาเมริกานาทันทีที่ทราบข่าวเครื่องบินตก ขณะที่อิวาน ทอซโซ รองประธานสโมสรฟุตบอลชาเปโกเอนเซ่ ระบุว่าผู้สนับสนุนทีมจำนวนมากต่างร้องไห้ด้วยความเศร้าโศก และเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด

    ส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการบินของสนามบินโฮเซ มาเรีย กอร์โดวา เด รีโอเนโกร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเลขทะเบียน CP2933 ตกกระแทกพื้นดินแต่ไม่ระเบิด ทำให้หน่วยกู้ภัยมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต แต่การเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน ส่วนผู้รอดชีวิตที่พบมีเพียง 5 ราย

    ปิดตำนาน “นสพ.บ้านเมือง”

    วันที่ 30 พ.ย. 2559 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า นายชลอ จันทร์สุขศรี กรรมการและบรรณาธิการผู้พิมพ์และผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ได้แจ้งประกาศต่อพนักงานทุกคน โดยระบุว่า เนื่องจากรูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไปมาก มีสื่อชนิดต่างๆเกิดขึ้นมากมายทำให้การต่อสู้ของสื่อสิงพิมพ์เป็นไปอย่างยากลำบาก ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ไม่เอื้ออำนวย ทางผู้บริหาร บริษัท นวกิจบ้านเมือง จำกัด ได้พยายามประคับประคองสถานการณ์อย่างสุดความสามารถมาเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่ก็ไม่อาจทนต่อสถานการณ์ปัจจุบันได้ จึงตัดสินใจยุติการผลิตหนังสือพิมพ์บ้านเมือง นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป และมีความจำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด

    ทั้งนี้ เนื้่อหาในประกาศยังระบุว่า ทางผู้บริหารได้ขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจร่วมทุกข์สุขมา ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเป็นวันที่ตัดสินใจอย่างยากลำบากที่สุด แต่เพื่อให้ทางผู้บริหารและบริษัทสามารถดูแลพนักงานได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามกฏหมาย จึงขอประกาศให้ทราบ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559

    สำหรับหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ดำเนินธุรกิจมาถึง 44 ปี ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2515 โดยบริษัท บ้านเมืองการพิมพ์ จำกัด ที่มาจากการรวมตัวกันของนักหนังสือพิมพ์และนักธุรกิจกลุ่มหนึ่ง เริ่มแรกมีนายวิจารณ์ ภุกพิบูลย์ เป็นผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ และนายมานะ แพร่พันธุ์ เป็นบรรณาธิการ

    ในยุคแรก มีจำนวน 16 หน้า จำหน่ายราคา 1.00 บาท เนื้อหามีข่าวทั่วไป ข่าวกีฬาและข่าวบันเทิง ต่อมาหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ได้อยู่ภายใต้การบริหารงานของคณะกรรมการ บริษัท นวกิจบ้านเมือง จำกัด ตั้งแต่ 1 กันยายน 2543 มาจนถึงปัจจุบัน จำหน่ายฉบับละ 20 หน้า เคยได้รับรางวัลจากองค์กรวิชาชีพสื่อหลายรางวัล

    ปัจจุบันหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ยังมีเว็บไซต์ www.banmuang.co.th โดยมีรายงานว่าผู้บริหารจะหันมาดำเนินธุรกิจสื่อออนไลน์ พัฒนาเว็บไซต์เป็นธุรกิจหลักแทน