ครม. เห็นชอบสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง วงเงิน 4 หมื่นล้าน – นายกฯ ปัดนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตเที่ยวเมืองไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มาภาพ : www.thaigov.go.th

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน

“ประยุทธ์” ปัดนักท่องเที่ยวจีนบอยคอตเที่ยวไทย

พล.อ. ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงกระแสข่าวนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากงดเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย เนื่องจากไม่พอใจกระแสประณามพฤติกรรมคนจีนในโลกโซเชียลมีเดียของไทยว่า ต้องดูว่าในขณะนี้เป็นช่วง low season สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยหรือไม่ ตนเคยยืนยันกับนายกฯ จีนไปว่า คนไทยไม่ใช่ไม่ชอบคนจีน นอกจากนี้ ยังอาจเป็นไปได้ว่าคนจีนมีทางเลือกไปประเทศใกล้ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่า หรือบางคนอาจจะเคยมาแล้วหลายครั้งก็เลยเลือกไปประเทศอื่น ที่สำคัญในขณะนี้ทั่วโลกกำลังกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย ทั้งนี้ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำแคมเปญอะไรเพิ่มเติมเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมา เพราะปัจจุบันก็มีการทำแคมเปญเหล่านี้อยู่แล้ว และทำทั่วโลกไม่ใช่แค่เฉพาะกับประเทศจีน

“นักท่องเที่ยวจีนจะไปหรือมา ก็อยู่ที่เขาว่าอยากมาหรือไป เพราะในวันนี้ทางเลือกสำหรับเขาก็มีอยู่เยอะแยะ แต่สำคัญที่เมื่อเขามาแล้วเราดูแลความปลอดภัยของเขาได้หรือไม่ นอกจากนี้ คนไทยจะต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี“ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างภาษี หวังเก็บได้เพิ่ม 33%

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอร่างกฎหมายแก้ไข พ.ร.บ.สรรพสามิต ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณากันอยู่ ยังไม่มีการเสนอเข้ามาในที่ประชุม ครม. อย่างไรก็ตาม การพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับภาษีต้องกระทำเป็นการลับ คงจะออกมาเปิดเผยรายละเอียดอะไรไม่ได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ซึ่งไม่ใช่เพราะต้องการจะรีดภาษี แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยมีค่าใช้จ่ายต่างๆ มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการลดปัญหาการจ่ายภาษีที่ซ้ำซ้อนกันในประเทศไทย แต่การจะปฏิรูปโครงสร้างภาษีให้ได้สำเร็จ รัฐบาลก็ต้องการความร่วมมือจากประชาชน

“ถ้าปรับโครงสร้างภาษีได้สำเร็จ ก็คาดว่าจะทำให้มีภาษีเพิ่มมากขึ้นได้ถึงหนึ่งในสามของปัจจุบัน แต่เบื้องต้นคงจะต้องพยายามนำทุกคนเข้าสู่ระบบภาษีให้ถูกต้องก่อน ซึ่งเบื้องต้นได้มีการประกาศไปแล้วว่า ในปี 2559 จะมีการตรวจสอบการเสียภาษีของทุกบริษัทว่าถูกต้องหรือไม่ หากทำไม่ถูกต้องจะต้องถูกตรวจสอบย้อนหลัง 5 ปี” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

ย้ำทูลเกล้าฯ ชื่อสังฆราช ต้องรอคดีรถหรู “สมเด็จช่วง” จบก่อน

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า การนำเข้ารถยนต์หรูยี่ห้อเบนซ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เห็นชอบให้แต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ว่า ยืนยันว่าคดีนี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อคดียังไม่จบก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้ อะไรที่ยังไม่สำคัญต่อบ้านเมืองมาก็สามารถรอก่อนได้ ส่วนที่มีพระสงฆ์บางกลุ่มเตรียมออกมาเคลื่อนไหวกดดันให้ทูลเกล้าฯ ชื่อสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ ตนก็อยากถามว่าแล้วกฎหมายให้ทำได้หรือไม่

“เรื่องนี้ต้องเคลียร์ข้อกล่าวหาซึ่งเป็นคดีเก่ามีมานานแล้วให้ได้ก่อน ถ้าคดียังไม่ชัดเจนหากทูลเกล้าฯ ไปอาจทำให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นมาอีก ยืนยันว่าผมเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ไม่ได้เข้าข้างใครอยู่แล้ว และต้องเห็นใจผมด้วย เพราะผมเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข ใครอยากจะสู้ก็สู้กันไปก็แล้วกัน แต่ผมจะไม่ไปสู้ด้วย ผมขอสู้กับปัญหาของประเทศและสู้กับการสร้างอนาคตของบ้านเมืองจะดีกว่า” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ทางการสหรัฐอเมริกาจับตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ผู้ต้องหาซึ่งดีเอสไอออกหมายจับมาถึง 5 คดี เช่น พรากผู้เยาว์ ฉ้อโกง ฟอกเงิน ฯลฯ ได้ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ของไทยอยู่ระหว่างประสานงานเรื่องการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ กระทรวงการต่างประเทศ รัสเซีย คัดค้านกรณีที่ทางการไทยจะส่งตัวนายดมิทรี ยูเคนสกี้ ผู้ต้องหาคดีโจรกรรมข้อมูลทางการเงินชาวรัสเซีย ไปให้กับสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ว่า ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม อย่าทำให้เรื่องนี้กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เขาก็ต้องเคารพกฎหมายไทย หากประเทศต้นทางต้องการให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็ให้ประสานมา

ประชามติ รธน. 7 สิงหาฯไม่ต้องตั้งวอร์รูมเพิ่ม

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุการณ์ฉีกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้ในหลายจังหวัด ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะฝีมือของเด็กหรือลิง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เหตุที่เกิดบ่อยก็เพราะอยู่ในช่วงใกล้ประชามติ ส่วนที่มีคนออกมาต่อต้านก็เป็นแค่คนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ส่วนกรณีที่ตำรวจระบุว่ามีนักการเมืองใน จ.เชียงใหม่ 5 คน เกี่ยวข้องกับการแจกจ่ายเอกสารที่ทางตำรวจอ้างว่าเป็นเอกสารร่างรัฐธรรมนูญฯ เท็จ ตนไม่รู้ในรายละเอียด คงต้องปล่อยให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ หากสอบสวนใครจะทำผิดกฎหมายบ้างก็ต้องถูกลงโทษทั้งหมด และยืนยันว่าคงไม่จำเป็นต้องตั้งวอร์รูมขึ้นเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันหน่วยงานความมั่นคงก็ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว

“สำหรับการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาฯ นี้ ผมอยากให้ประชาชนทุกคนมีสติ รู้คิด รู้ปฏิบัติ และรู้ทำ ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ผมก็ไม่อาจทราบได้” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ครอบครัวและคนใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ บินไปร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 67 ปี ในวันเดียวกันนี้ ที่ประเทศอังกฤษ ว่า อยากไปก็ไป มีเครื่องบินก็ไป วันนี้ตนห้ามใครออกนอกประเทศได้ที่ไหน อยากไปก็ไป แต่อย่าสร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศไทยก็แล้วกัน

คุยเขตแดนกับพม่า ก่อนยื่น “แก่งกระจาน” เป็นมรดกโลก

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการมรดกโลกตีกลับคำขอให้ขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานของประเทศไทยเป็นมรดกโลกเนื่องจากยังมีปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศพม่า ว่า เรื่องนี้ทั้ง 2 ประเทศก็ต้องมาเจรจากันให้ได้ข้อสรุป เพราะถ้ายังมีปัญหาอยู่ก็จะทำให้ขึ้นพื้นที่แก่งกระจานเป็นมรดกโลกแบบผืนเดียวไม่ได้ และเส้นเขตแดนนี้ก็คุยกันมา 20-30 ปีแล้ว จะให้เสร็จภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยคงจะไม่ได้ ถ้ายังปักปันกันวันนี้ไม่ได้ ก็ค่อยไปปักปันวันหน้าก็ได้ ทั้งนี้ ในคราวที่ นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ตนก็ได้หารือไปว่า ปัญหาเรื่องเส้นเขตแดน อันที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังเจรจากันไม่เสร็จ ก็จะไม่นำมาเป็นอุปสรรคต่อเรื่องอื่นๆ ทั้งการสัญจรไปมา การค้าขาย หรือการลงทุนทางธุรกิจ

พล.อ. ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาเรื่องการหาไม้สักมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ว่า ตนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร เพราะได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ด้านกฎหมายไปหาทางออก เรื่องนี้ต้องฟังความทุกทาง เพราะมีความสำคัญเนื่องจากเป็นสัญญาระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน อะไรทำได้ก็ทำเลย อะไรทำไม่ได้ก็ดูว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะหากไม่ปฏิบัติตาม รัฐบาลนี้ก็อาจจะถูกโจมตีว่าทำให้เสียค่าโง่อีก

สำหรับวาระการประชุม ครม. ที่น่าสนใจอื่นๆ มีดีดังนี้

ครม. เห็นชอบ รถไฟฟ้าสายสีแดง วงเงิน 4 หมื่นล้าน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ) กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ในกรอบวงเงิน 44,157.76 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ระยะทางประมาณ 25.9 กิโลเมตร ให้สำนักงานงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายปีและ/หรือกระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ โดยวิธีการให้กู้เงินต่อหรือค้ำประกันตามความเหมาะสมต่อไป วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อขจัดปัญหาจุดตัดของทางรถไฟกับถนนตามแนวเส้นทาง และเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างศูนย์คมนาคมพหลโยธินกับศูนย์คมนาคมมักกะสัน

โดยรูปแบบโครงสร้างทางวิ่ง เป็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างทางวิ่งระดับดิน (At Grade) โครงสร้างทางวิ่งยกระดับ (Elevated) โครงสร้างทางวิ่งแบบคลองแห้ง (Open Trench and Cut & Cover Tunnel) และโครงสร้างระดับใต้ดิน 2 ชั้นในโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ซึ่งมีทั้งแบบรถด่วนและรถธรรมดา

สำหรับการกำหนดการก่อสร้าง แบ่งการจัดจ้างเป็น 3 สัญญา คือ สัญญา 1 งานโยธาช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง-มักกะสัน (ระยะทาง 13.3 กิโลเมตร), สัญญา 2 งานโยธา ช่วงมักกะสัน-หัวหมาก (ระยะทาง 12.6 กิโลเมตร) และสัญญา 3 งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมจัดหาตู้รถไฟฟ้า

ทั้งนี้ รฟท. คาดว่า เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการ จะสามารถเริ่มก่อสร้างในเดือนกรกฎาคม 2559 ใช้เวลาก่อสร้าง 36 เดือน และจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2562

อุ้ม 300 ล้าน ช่วยเกษตรกรสร้างแหล่งน้ำ

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรโครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิก จำนวน 300 ล้านบาท โดยจัดเก็บดอกเบี้ยในอัตรา 0% กำหนดชำระคืนภายใน 5 ปี พื้นที่เป้าหมาย เป็นสถาบันเกษตรกรทั้งในเขตชลประทานและเขตรับน้ำฝน ใน 50 จังหวัด จำนวนสมาชิก 6,000 ราย คิดเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากน้ำเฉลี่ยรายละ 10 ไร่ เป็นพื้นที่รับน้ำได้มากกว่า 60,000 ไร่

ระยะเวลาดำเนินการ คือปี 2559-2564 นับจากวันที่เบิกเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร มีระยะเวลาคืนเงินทุน 5 ปี เฉลี่ยชำระคืน ปีละ 60 ล้านบาท  และสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการต้องมีรายได้จากอาชีพหลักในการทำเกษตรกรรม

ออกมาตรการช่วย SMEs ที่มีหนี้-ติดคดี

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อแก้ปัญหาช่วย SMEs ที่กำลังประสบปัญหา เช่น หนี้ค้างชำระ ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ในกรอบวงเงิน 2,000 ล้านบาท จากประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2559 ในส่วนของงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยขอข้อยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 และมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2559

โดยวิธีดำเนินการ คือให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) แยกบัญชีเป็นการเฉพาะเพื่อช่วย SMEs ที่ประสบปัญหา หรือที่เข้ากระบวนการฟื้นฟูกิจการตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2559 และยังให้จัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูกิจการ SMEs มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการเงินที่ได้รับอุดหนุน ที่ สสว. แยกไว้เป็นบัญชีเฉพาะ, กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือ, มอบหมายให้สถาบันการเงินเป็นผู้บริหารจัดการเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ หาก SMEs ใดสนใจให้ติดต่อที่ สสว.

ใช้มาตรการลดหย่อนภาษี กระตุ้นเกษตรกรออมเงิน

นายณัฐพรกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิต ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เนื่องจากรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้เกษตรกรและครอบครัวมีการออมเพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองชีวิต ดังนั้น ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธอส. หรือธนาคารออมสิน จึงมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิต จ่ายเงิน และผลประโยชน์ เมื่อผู้ฝากเสียชีวิตหรือเมื่อฝากครบกำหนด จึงมีลักษณะเดียวกับการประกันชีวิต โดยที่สามารถนำเงินฝากเพื่อสงเคราะห์ชีวิต ที่มีระยะเวลาฝากเกิน 10 ปีขึ้นไป ไปหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน โดยรวมทั้งเงินฝากและเบี้ยประกันชีวิตที่ซื้อแล้ว โดยมาตรการนี้เริ่มตั้งแต่ 2559 เป็นต้นไป

ไฟเขียว พ.ร.ก. ปรับระบบขอใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว

พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.ก.การนำเข้าคนต่างด้าวเข้ามาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ. …. เพื่อปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ทำให้เสียค่าใช้จ่าย และต้องรอผลถึง 14 วัน ทำให้เกิดปัญหาแรงงานต่างด้าวตกค้างจำนวนมาก เปลี่ยนมาเป็นไม่ต้องรอผลแล้ว แต่ให้นำใบเสร็จการเสียค่าใช้จ่ายสุขภาพไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ออกใบอนุญาตทำงานได้เลย เพราะแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่จะเคยทำงานในประเทศไทยอยู่แล้ว โอกาสที่จะติดโรคติดต่อร้ายแรงจากต่างประเทศเป็นเรื่องยาก

ทั้งนี้ หากผลตรวจออกมาภายหลังว่ามีโรคติดต่อร้ายแรงก็สามารถเอาผลตรวจการเบิกถอนใบอนุญาต และส่งกลับประเทศได้

พล.ต. สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนั้น ที่ประชุม ครม. ยังมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาหักเงินค่าจ้างจากลูกจ้างเพื่อนำส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งคนต่างด้าวกลับออกนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2559 ถึง 24 มิถุนายน 2561

ยันนายกฯ มีสิทธิลงประชามติ แม้เอกสารจะลงยศผิด

พ.อ. (หญิง) ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ ได้กล่าวปรารภในที่ประชุม ครม. ว่า อยากขอร้องประชาชนว่าอย่าไปโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่แจกเอกสารสรุปย่อสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญฯ ที่จะใช้ในการออกเสียงประชามติล่าช้า เพราะประชาชนที่ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว สามารถไปอ่านสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฯ ฉบับออกเสียงประชามติ ได้จากหนังสือพิมพ์บางฉบับ จากช่องทางต่างๆ ของ กกต. ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียว่า ในเอกสารออกเสียงประชามติของนายกฯ มีการใช้ยศว่า “พลตรี” แทนที่จะเป็น “พลเอก” พ.อ. (หญิง) ทักษดา กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ออกมายืนยันแล้วว่า แม้ยศจะไม่ตรงกัน แต่นายกฯ ก็ยังสามารถไปออกเสียงประชามติได้อยู่ โดยเหตุที่ยังเป็นยศ พล.ต. แทนที่จะเป็น พล.อ. เพราะยังเป็นฐานข้อมูลเก่า