ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2559: “รอลุ้น เลื่อน-ไม่เลื่อน ‘ประชามติ รธน. 59’ ขัด รธน. 57 หรือไม่” และ “จนท. ผงะ พบ ‘ซากลูกเสือ-สัตว์ป่า’ วัดหลวงตาบัว”

ประเด็นฮอตรอบสัปดาห์ประจำวันที่ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2559

  • รอลุ้น เลื่อน-ไม่เลื่อน “ประชามติ รธน. 59” ขัด รธน. 57 หรือไม่
  • เสนอ “รถเกิน 7 ปี” เก็บภาษีเพิ่ม แก้มลพิษ
  • รวบล่ามจำเลยบึมราชประสงค์ พบมียาเสพติดในครอบครอง
  • เจอแล้ว!! เด็ก 7 ขวบหลงป่าฮอกไกโด
  • จนท. ผงะ พบ “ซากลูกเสือ-สัตว์ป่า” วัดหลวงตาบัว
  • รอลุ้น เลื่อน-ไม่เลื่อน “ประชามติ รธน. 59” ขัด รธน. 57 หรือไม่

    พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ที่มาภาพ: http://www.ect.go.th/th/wp-content/uploads/2016/04/referendum_act.pdf
    พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง
    ที่มาภาพ: http://www.ect.go.th/th/wp-content/uploads/2016/04/referendum_act.pdf

    เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า วันที่ 1 มิ.ย. 2559 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องของ นายจอน อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ที่ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสอง, สามและสี่ ขัดรัฐธรรมนูญ 2557 (ฉบับชั่วคราว) หรือไม่

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า มาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามที่ นายจอน อึ๊งภากรณ์ ขอให้วินิจฉัย โดยจะมีการเสนอเรื่อง พร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยภายในสัปดาห์นี้

    ทั้งนี้ นายรักษเกชาชี้แจงว่า แม้จะมีพจนานุกรมระบุความหมายของคำว่า ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย แต่ในทางปฏิบัติก็จะมีความไม่ชัดเจน คลุมเครือ ประชาชนอาจจะสับสน ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ขัดต่อเจตนารมณ์ของการออกเสียงประชามติ และอาจมีการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตีความหมายของถ้อยคำดังกล่าว จนอาจนำไปสู่การดำเนินการกับประชาชน

    “ถึงแม้สุดท้ายแล้ว ศาลจะเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัย แต่ระหว่างที่ถูกดำเนินการ ก็ต้องถือว่าประชาชนได้รับผลกระทบไปแล้ว ซึ่งโทษตามกฎหมายดังกล่าวเป็นโทษทางอาญา การดำเนินการทางคดีอาญาผู้ตรวจก็เห็นว่าจะต้องมีความชัดเจน หากไม่ชัดเจนก็จะขัดต่อหลักการพิจารณาคดีทางอาญา และที่สุดการออกเสียงประชามติครั้งนี้อาจจะเกิดความวุ่นวายมากกว่าความสงบเรียบร้อย” นายรักษเกชา กล่าว

    ส่วนคำถามที่ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าบทบัญญัติขัดรัฐธรรมนูญแล้ว จะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการปลุกระดม หรือใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นเกินขอบเขตหรือไม่ นายรักษเกชา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะดูแล ซึ่งในการออกเสียงประชามติปี 50 กฎหมายประชามติขณะนั้นก็ไม่มีบทบัญญัติในลักษณะนี้แต่ก็สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้ เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินยังกล่าวอีกว่า

    ทั้งนี้ กรณีวรรคสามและวรรคสี่ ของ พ.ร.บ.ประชามติ ที่ทางไอลอว์ได้เสนอให้วินิจฉัยด้วยนั้น ผู้ตรวจเห็นว่าเป็นดุลยพินิจของผู้ออกกฎหมาย และเป็นบทลงโทษที่อยู่ในดุลยพินิจของศาลยุติธรรม จึงไม่ก้าวล่วง

    ต่อเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 2 มิ.ย. 2559 เว็บไซต์มติชนออนไลน์รายงานว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ผลออกมาว่าอย่างไรก็ตามนั้น ถ้ามันขัดแย้งต้องเลื่อนการลงประชามติออกไปก็ต้องเลื่อน ไม่ได้ว่าอะไร แต่ถ้าเลื่อนอย่ามาบอกว่าตนเป็นคนสั่งเลื่อนแล้วกัน

    เสนอ “รถเกิน 7 ปี” เก็บภาษีเพิ่ม แก้มลพิษ

    วันที่ 31 พ.ค. 2559 เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจรายงานว่านายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ส่วนตัวอยากเสนอให้รัฐบาลมีการปรับปรุงอัตราภาษีป้ายรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น โดยคำนวณจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นมลพิษทางอากาศ หากรถที่มีการปล่อยมลพิษมากก็ควรเสียภาษีมากกว่ารถที่ปล่อยมลพิษน้อย หากเกินกว่าค่ามาตรฐานกำหนดก็ควรปลดระวางรถเก่าออกจากตลาด

    ทั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นความต้องการรถยนต์ใหม่ ส่งเสริมยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศให้ขยายตัว เนื่องจากมองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ปรับตัวดีขึ้น จากล่าสุดที่เริ่มเห็นสัญญาณตลาดรถยนต์ในประเทศฟื้นตัว โดยภาพรวมเดือน เม.ย. ยอดผลิตอยู่ที่ 138,237 คัน ขยายตัว 11.51% โดยเฉพาะรถยนต์ประหยัดพลังงานและรถรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกเก็บอัตราภาษีใหม่ตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ซึ่งมีส่วนหนึ่งช่วยลดมลภาวะ รักษาสิ่งแวดล้อม

    นอกจากนี้ ยังจะมีส่วนช่วยกระตุ้นดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) และอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    รวบล่ามจำเลยบึมราชประสงค์ พบมียาเสพติดในครอบครอง

    ที่มาภาพ : http://ichef-1.bbci.co.uk/news/1024/cpsprodpb/7453/production/_84997792_84997791.jpg
    ที่มาภาพ : http://ichef-1.bbci.co.uk/news/1024/cpsprodpb/7453/production/_84997792_84997791.jpg

    วันที่ 1 มิ.ย. 2559 เฟซบุ๊กบีบีซีไทยรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้จับกุมตัวนายบันคาดีรอค ซีโรจิดิน ล่ามภาษาอุยกูร์-อังกฤษในคดีวางระเบิดราชประสงค์และสะพานสาทร โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่ามียาเสพติดในครอบครอง เนื่องจากค้นพบว่ามียาไอซ์ในครอบครอง 0.80 กรัม กัญชา 1 ห่อ 7.2 กรัม อยู่ในซองบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของนายซีโรจิดิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นายซีโรจิดินยังมีปัญหาว่าอยู่ในประเทศเกินกว่าที่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

    ทั้งนี้ พ.ต.อ. พรชัย ชลอเดช ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี ยืนยันกับบีบีซีไทยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่งทราบว่านายซีโรจิดินเป็นล่ามในคดีวางระเบิดราชประสงค์และสะพานสาทร หลังจากที่พบว่ามีผู้สื่อข่าวให้ความสนใจกับการจับกุม

    ด้านนายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัก หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ สน.ลุมพินีว่า ก่อนหน้าที่จะถูกจับ นายซีโรจิดินได้ไปทำหน้าที่ล่ามในศาลทหารในช่วงเช้า โดยทีมทนายความและล่ามได้แจ้งกับศาลไปว่า หลังจากที่นายอาเด็มได้ร้องเรียนเรื่องถูกซ้อมเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2559 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ล่ามถูกข่มขู่และทำร้าย โดยมีบุคคลสี่คนนำตัวไปสอบถาม ทำร้ายร่างกาย และข่มขู่ไม่ให้ทำหน้าที่ล่าม หลังจากนั้นศาลได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว

    และนายชูชาติยังระบุว่า ก่อนที่ล่ามจะถูกจับวันนี้ (1 มิ.ย. 2559) ทีมทนายความจำเลยรวมทั้งล่ามได้ไปรับประทานอาหารกลางวันแล้วจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ทนายความชี้ด้วยว่า การจับกุมล่ามส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีอย่างแน่นอน และในวันพรุ่งนี้ตนจะไปยื่นเรื่องแจ้งกับศาลว่าทนายความไม่อาจทำหน้าที่ได้เนื่องจากไม่มีล่ามที่ดีพอ ขณะที่คดีนี้มีการนัดสอบพยานล่วงหน้าไปแล้วจนถึงเดือน พ.ย. อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนกำลังรอให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำนายซีโรจิดิน หากเจ้าหน้าที่สอบปากคำและส่งไปฝากขัง อาจจะสามารถขอประกันตัวได้

    เจอแล้ว!! เด็ก 7 ขวบหลงป่าฮอกไกโด

     ที่มาภาพ: ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/631044)

    ที่มาภาพ: ไทยรัฐออนไลน์ (http://www.thairath.co.th/content/631044)

    จากกรณีที่ ด.ช.ยาโมโตะ ทาโนะโอกะ ถูกพ่อแม่ปล่อยทิ้งในป่าในเขตจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ 28 พ.ค. 2559 เพื่อต้องการลงโทษที่ไปขว้างก้อนหินใส่รถเก๋งคันหนึ่งที่มาเที่ยวสวนสาธารณะใกล้ๆ แต่เมื่อพวกเขากลับมายังจุดที่ทิ้งลูกไว้ประมาณ 5 นาที ก็ไม่พบ ด.ช.ยามาโตะเสียแล้ว อีกทั้งเขตป่ายังเป็นพื้นที่ที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของหมีป่าอีกด้วย

    ต่อมา เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 3 มิ.ย. 2559 สื่อญี่ปุ่นและสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวด่วน ทหารกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นพบ ด.ช.ยาโมโตะ ทาโนะโอกะ วัย 7 ขวบแล้ว ที่อาคารหลังหนึ่งของค่ายทหารกองกำลังป้องกันตนเอง ในป่าเขตจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 6 กิโลเมตรจากจุดที่พ่อของเด็กชายทาโนะโอกะปล่อยทิ้งลูกไว้เพื่อทำโทษ จนพลัดหลงหายตัวไปกว่าสัปดาห์ ซึ่งทางการญี่ปุ่นได้ระดมส่งตำรวจ อาสาสมัคร และทหารกว่า 200 นายติดตามค้นหาเด็กชายอย่างเต็มกำลังความสามารถมาหลายวัน

    ข่าวแจ้งว่า ทหารกองกำลังป้องกันตนเองซึ่งออกฝึกซ้อมในตอนเช้า ได้พบ ด.ช.ทาโนะโอกะ ที่อาคารดังกล่าวในค่ายทหารเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. ของเช้าวันที่ 3 มิ.ย. 2559 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเด็กชาย ปลอดภัยดี สามารถพูดจาได้ตามปกติ ไม่มีอาการบาดเจ็บ แต่อยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อย ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงขายาวแบบทหาร และรองเท้าผ้าใบสีแดง ซึ่งทันทีที่ถูกพบตัว เจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งโรงพยาบาลในเมืองฮะโกะดะเตะทันที

    จนท. ผงะ พบ “ซากลูกเสือ-สัตว์ป่า” วัดหลวงตาบัว

    ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กบีบีซีไทย (https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1779729655581400)
    ที่มาภาพ: เฟซบุ๊กบีบีซีไทย (https://www.facebook.com/BBCThai/posts/1779729655581400)

    วันที่ 1 มิ.ย. 2559 เฟซบุ๊กบีบีซีไทยรายงานว่า ทีมงานขนย้ายเสือของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งกำลังเคลื่อนย้ายเสือโคร่งกว่าร้อยตัวจากวัดป่าหลวงตาบัว จ.กาญจนบุรี ได้พบซากของลูกเสือจำนวน 40 ตัว พร้อมทั้งซากสัตว์ป่าอื่นๆ ได้แก่ ซากหมีขอ เขาวัว เขากวาง และอวัยวะสัตว์อีกจำนวนหนึ่ง ในตู้แช่แข็งของอาคารกรงเสือเก่าภายในวัด จึงเข้าทำการตรวจยึดและนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสืบสวนหาตัวผู้ครอบครองซากสัตว์ป่าเหล่านั้นต่อไป

    นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า การพบซากลูกเสือจำนวนมากในครั้งนี้ ก็อาจเป็นข้อสันนิษฐานได้ว่ามีการลักลอบค้าสัตว์ป่าเกิดขึ้น โดยทางกรมอุทยานฯ ได้รับแจ้งเบาะแสมานานแล้วว่า มีการลักลอบนำรถมาขนย้ายเสือที่วัดในช่วงกลางคืน รวมทั้งมีเสือที่ลงทะเบียนแล้วหายไปเหลือไว้แต่ไมโครชิพเท่านั้น ซึ่งในเบื้องต้นอาจต้องให้ทางวัดและมูลนิธิเป็นผู้ต้องสงสัยไว้ก่อน

    ต่อมาเว็บไซต์ไทยรัฐรายงาน ว่าเวลา 12.40 น. วันที่ 2 มิ.ย. 2559 นายอดิศรได้รับรายงานว่า ขณะเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการขนย้ายเสือในช่วงเช้าวันดังกล่าว พบรถกระบะ 1 คัน วิ่งออกมาจากวัดป่าหลวงตาบัว ภายในรถมีชาย 2 คน ทราบชื่อนายก้องเกียรติ จันเพ็ง อายุ 37 ปี คนขับรถ นายเนตร กุลเรืองไกล อายุ 42 ปี และพระจักรกฤษณ์ เจ้าหน้าที่ขอตรวจค้นพบหนังเสือ 2 ผืนใหญ่ ตะกรุดหนังเสือ 1,091 ชิ้น เขี้ยวเสือ 9 เขี้ยว ชิ้นหนังเสือ 33 ชิ้น และเครื่องรางของขลังอีกจำนวนมาก สอบสวนนายก้องเกียรติ จันเพ็ง ทราบว่า พระจ้างให้ขับรถขนหนังเสือและเครื่องรางของขลังออกจากวัด โดยไม่ได้บอกจุดหมายปลายทางแต่จะแจ้งให้ทราบภายหลัง

    นายอดิศรกล่าวว่า ภายหลังตรวจพบลูกศิษย์วัดและพระเตรียมขนของกลางหนี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปูพรมตรวจค้นภายในวัดตามอาคารต่างๆ จุดแรก อาคาร 2 ชั้นที่เลี้ยงเสือเก่า พบลูกเสือพร้อมอวัยวะเสือดองในโหล 31 โหล หมีควายดอง 1 โหล เขากวางอ่อนและอุปกรณ์การผลิตอาหารเสริมเขากวางอ่อนพลังเสือ มีสติกเกอร์ป้ายแสดงสรรพคุณเป็นอาหารเสริม จุดที่สองศาลาเก็บของข้างศาลาการเปรียญพบไม้ประดู่แปรรูป 19 แผ่น ไม้สัก 8 แผ่น จุดที่สาม กุฏิหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสพบล็อกเกตหลวงตาจันทร์แปะหนังเสือ 54 องค์ หนังเสือแผ่นเคลือบพลาสติก 44 ชิ้น ตะกรุดหนังเสือ 410 ดอก ซากกะโหลกหัวกระทิง 1 หัว เขาละมั่ง 4 กิ่ง และเขี้ยวเสือ 1 เขี้ยว เจ้าหน้าที่บันทึกตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน

    นายอดิศรกล่าวอีกว่า การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ เนื่องมาจากผู้ครอบครองต้องการโยกย้ายเป็นการอำพรางการตรวจของเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านในละแวกใกล้วัดบอกว่า พระวัดนี้ไม่เคยออกบิณฑบาต แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจที่วัดพระออกบิณฑบาตทุกวันจนผิดสังเกต จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบวัด คาดพระน่าจะทยอยขนของออกไปนอกวัดไว้ตามจุดต่างๆ ขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาไปแล้วรวม 5 คน

    ด้าน พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศป.ทส.ตร. (ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) กล่าวถึงกรณีพบซากลูกเสือโคร่งภายในวัดป่าหลวงตาบัว อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ว่า เจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีแล้ว ตำรวจกำลังเร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบว่ามีการขอขึ้นทะเบียนสัตว์ป่าคุ้มครองไว้หรือไม่ หากไม่มีการขึ้นทะเบียนหรือดำเนินการไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ตำรวจสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดรวมทั้งขยายผลว่าซากเสือที่เก็บไว้ใช้มีวัตถุประสงค์ใดบ้าง