พนักงานไทยพีบีเอส ฟ้องศาลปกครอง ล้มสรรหา ผอ.ไทยพีบีเอส คนใหม่ – ชี้ “หมอกฤษดา” ขาดคุณสมบัติ

ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ อดีตผู้จัดการ สสส. ที่มาภาพ : http://www.thaihealth.or.th/
ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ อดีตผู้จัดการ สสส. ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท. หรือไทยพีบีเอส ที่มาภาพ: http://www.thaihealth.or.th/

เมื่อที่ 18 เมษายน 2559 เวลา 10.00 น. ที่ศาลปกครอง (แจ้งวัฒนะ) กลุ่มพนักงานไทยพีบีเอส นำโดยนายโกวิท โพธิสาร เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาไต่สวนกระบวนการสรรหา ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ อดีตผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้เข้าดำรงตำแห่งผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส มิชอบด้วยกฎหมาย โดยฟ้องประธานคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. นายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ และกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ทั้ง 8 คน คือ 1. นางสมศรี หาญอนันทสุข 2. นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ 3. นายสมพันธ์ เตชะอธิก 4. นางปราณี ทินกร 5. นางลดาวัลย์ บัวเอี่ยม 6. นายธีรภัทร สงวนกชกร 7. นางสาวรุ่งมณี เมฆโสภณ และ 8. นายพิพัทธ์ ชนะสงคราม

อีกทั้งยังฟ้องคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย คือ 1. นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ 2. นางสาวบุญยืน ศิริธรรม 3. นายไพโรจน์ พลเพชร 4. นายต่อพงศ์ เสลานนท์ 5. นายโกศล สงเนียม และ 6. นายบุญอยู่ ขอพรประเสริฐ

สืบเนื่องจาก พนักงานไทยพีบีเอสกลุ่มหนึ่งตั้งคำถามถึงกระบวนการแต่งตั้งและที่มาของ ผอ.ส.ส.ท. คนล่าสุด หลังจากคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ซึ่งมีนายณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ เป็นประธานฯ ลงมติ 6 ต่อ 3 เลือก ทพ.กฤษดาเป็น ผอ.ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559 โดยกลุ่มพนักงานไทยพีบีเอสมองว่า คุณสมบัติของ ทพ.กฤษดาไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยเฉพาะตามมาตรา 32 (3) ของกฎหมายดังกล่าวซึ่งระบุว่า “มีความรู้ความเข้าใจและมีความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ในกิจการวิทยุกระจายเสียงกิจการวิทยุโทรทัศน์หรือการสื่อสารมวลชน” อันเป็นคุณสมบัติซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของผู้บริหารองค์กรสื่อที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และมีวิสัยทัศน์ในการกำหนดทิศทางการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนที่มีต่อสังคม โดยเฉพาะในฐานะสื่อสาธารณะ

แม้คณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. จะเคยมีหนังสือตอบกลับจดหมายเปิดผนึกของกลุ่มพนักงานไทยพีบีเอสที่เรียกร้องให้ชี้แจงกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท.  แต่กลุ่มพนักงานไทยพีบีเอส ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 32 คน เห็นว่าหนังสือดังกล่าวไม่สามารถสร้างความเข้าใจและยอมรับได้ เพราะคุณสมบัติของผู้สมัครที่ได้รับเลือกนั้นไม่ชัดเจนว่ามีความเข้าใจ เชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์ตามที่ พ.ร.บ.องค์การฯ ระบุไว้ อีกทั้งไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจในภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างใด

“จึงขอให้ศาลได้โปรดมีคำพิพากษาเพิกถอนกระบวนการสรรหาและคาสั่งแต่งตั้ง ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ เป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เนื่องจากกระบวนการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท. นั้นมีผลต่อผู้ฟ้องโดยตรงในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ที่จะต้องทำหน้าที่ภายใต้ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับการสรรหามาอย่างโปร่งใส ยุติธรรม ตรวจสอบได้ และอธิบายต่อสาธารณะได้ ทั้งนี้ การหาข้อเท็จจริงผ่านการพิจารณาของศาลปกครองจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานของผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ในอนาคต ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด” สาระสำคัญของคำฟ้องดังกล่าวซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 10 หน้า ระบุ