“Smart Community – Senior Park Support” โมเดลสังคมผู้สูงอายุกรุงโตเกียว มุ่งยกระดับชีวิต ไม่ใช่แค่ “สถานพยาบาลชั้นดี”

 นายซาวาโนะ มาซามิจิ ประธานบริหาร Smart Community Inage
นายซาวาโนะ มาซามิจิ ประธานบริหาร Smart Community Inage

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” ในระยะเวลาอีกไปไม่ถึง 10 ปี และจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นไปถึง 25% ของประชากรทั้งหมดในปี 2583 ทำให้ไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น “การเข้าถึงสถานพยาบาล” ตามการศึกษาล่าสุดของธนาคารโลก แต่หากข้ามไปในประเทศญี่ปุ่นจะพบว่าได้เผชิญกับปัญหานี้มาเป็นเวลานาน มีบทเรียนและแนวทางจัดการต่างๆ ที่ไทยสามารถประยุกต์ใช้ได้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้พาคณะสื่อมวลชนเดินทางไปดูการจัดการสังคมผู้สูงอายุ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ Smart Community ณ เขตอินาเกะ จังหวัดชิบะ และ โครงการ Senior Park Support ซึ่งตอบสนองผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน

นายซาวาโนะ มาซามิจิ ประธานบริหาร Smart Community Inage กล่าวว่า Smart Community สร้างขึ้นมาจากโมเดลทางธุรกิจที่มุ่งเน้นให้บริการแก่ผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรงและมีวิถีชีวิตที่ไม่ต้องพึ่งพาบริการทางการแพทย์ (Medical Care Services) มากนัก โดยจะแบ่งพื้นที่ 33,000 ตารางกิโลเมตรภายในของ Smart Community เป็น 3 ส่วน คือ 1) พื้นที่สำหรับออกกำลังกาย (Sports Ground) 2) ที่อยู่อาศัย และ 3) พื้นที่กิจกรรมในร่ม (Club House)

“ต้องบอกว่าแนวคิดหลักของเรา Smart Community ไม่ใช่การให้บริการแบบ High quality nursing home แต่เป็นสังคมของผู้สูงอายุที่กระฉับกระเฉงมาอยู่ร่วมกัน หรือเป็น Active Retirement Community ที่จะช่วยยกระดับชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีขึ้น” นายซาวาโนะ กล่าว

โดยเป้าหมายหลักของ Smart Community เป็นไปเพื่อลดความกังวลหลักของผู้สูงอายุ 3 ด้าน 1) ด้านการเงิน ทางโครงการจะจัดหาที่อยู่ในคอนโดมิเนียมของโครงการ ราคา 13 ล้านเยน หลังจากนั้นจะจ่ายค่าสมาชิกเดือนละ 90,000 เยน สำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันและค่าบำรุงรักษาต่างๆ ภายในโครงการ ซึ่งเป็นระดับราคาที่ระบบบำนาญของรัฐบาลญี่ปุ่นสามารถจ่ายได้แม้แต่ชนชั้นกลาง

2) ด้านสุขภาพจิต มีแนวคิดว่าเมื่อผู้สูงอายุมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจำนวนมากจะมีส่วนช่วยให้เกิดสังคมและกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถทำร่วมกันขึ้นมาภายใน Smart Community ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มและลดความกังวลว่าจะถูกทอดทิ้งให้นอนอยู่บนเตียงเฉยๆ

3) ด้านสุขภาพกาย ภายในศูนย์จะมีเจ้าหน้าที่ดูแล 24 ชั่วโมง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย รวมไปถึงกรณีฉุกเฉินต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้

Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage

ขณะที่การให้บริการที่เป็นรูปธรรมของ Smart Community จะเน้นไปที่ 3 เรื่องหลักจากแนวคิดดังกล่าว 1) สนับสนุนความปลอดภัยและอบอุ่นใจเชื่อถือได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ 24 ชั่งโมง ให้บริการส่งอาหาร, ประสานงานกับโรงพยาบาลกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน, บริการรับส่งไปยังโรงพยาบาลที่ประสานงานไว้ และรักษาความปลอดภัยที่สามารถเข้าถึงได้ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกดูแลซึ่งกันและกันอีกทางหนึ่ง

2) สนับสนุนด้านอาหารและสุขภาพ มีบริการอาหาร 2 มื้อต่อวัน โดยจะพิจารณาโภชนาการตามสุขภาพของสมาชิกให้ได้สารอาหารที่สมดุลและเพียงพอ นอกจากนี้ Smart Community ยังเน้นเรื่องความสนุกของการรับประทานอาหารร่วมกันกับเพื่อนสมาชิก ช่วยให้สามารถรับประทานได้มากขึ้น ส่วนด้านสุขภาพจะเน้นไปที่การให้บริการสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health Care) แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ทาง Smart Community พร้อมประสานงานกับสถานพยาบาลข้างเคียง

“เรื่องอาหาร ถ้าอยู่ที่บ้านทำอาหารรับประทานเอง ก็มักจะไม่คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ รวมไปถึงผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านนี้ด้วย ตรงนี้ Smart Community จะมาช่วยตอบโจทย์ได้อย่างดี” นายซาวาโนะกล่าว

3) สนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันแบบแอคทีฟ ในคลับเฮ้าส์จะมีกิจกรรมต่างให้บริการประมาณ 50 กิจกรรม โดยแต่ละวัน Smart Community จะเสนอกิจกรรมประมาณ 7-8 กิจกรรมหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังมีชมรมที่จัดตั้งโดยสมาชิกอีกประมาณ 40 ชมรม ตามความต้องการของสมาชิกด้วย

โดยปัจจุบัน Smart Community เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากต่ำกว่า 100 คนในปี 2554 เป็นมากกว่า 700 คนในปี 2559 มีอายุเฉลี่ย 72 ปี ต่ำสุด 54 ปี สูงสุด 92 ปี แบ่งเป็นชาย 42% และหญิง 58% เป็นคนโสดสูงถึง 59% และในอนาคตมีแผนที่จะขยายจำนวนสมาชิกให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากขึ้น

Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage
Smart Community Inage

ด้านโครงการ Senior Park Support จะเน้นไปที่ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง แตกต่างจาก Smart Community ที่จะเป็นผู้สูงอายุที่ยังแข็งแรง โดยนายยามานากะ คาซุโนริ รองประธานกรรมการ โครงการ Senior Park Support กล่าวว่า ที่นี่จะให้การดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก แบ่งเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่เคลื่อนได้บ้างจนถึงเคลื่อนไหวไม่ได้เลย ซึ่งโรงพยาบาลจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกว่าผู้สูงอายุรายไหนควรจะพักอาศัยระดับไหน เนื่องจากไม่สามารถอยู่คนเดียวหรือพึ่งพาตนเองได้

โดยการให้บริการจะคล้ายกับ Smart Community คือ มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง มีการจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุทำร่วมกัน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวจึงอาจจะทำให้มีกิจกรรมน้อยกว่า ทั้งนี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน Senior Park Support ก็มีรถบริการพร้อมส่งถึงมือโรงพยาบาลทันที

จากการสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่อาศัยใน Senior Park Support นางโยเมโกะ มายาโมโต อายุ 93 ปี เล่าให้ฟังว่าได้มาอยู่ที่ Senior Park Support ได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง เป็นการตัดสินใจร่วมกับลูกสาวที่อายุประมาณ 63-64 ปี เดิมอยู่ที่บ้านกับลูกสาว แต่เห็นอายุมากแล้ว การอยู่ที่บ้านอาจไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจมาอยู่ที่บ้านพักผู้สูงอายุกับลูกสาว เพราะรู้สึกว่าที่นี่มีความปลอดภัย และมีคนดูแลตลอด อยู่แล้วสบายดี มีความสุข สำหรับเหตุผลที่เลือกอยู่ที่นี่ เพราะลูกสาวที่มาอยู่ด้วยเป็นคนเลือก และที่นี่ยังอยู่ใกล้กับบ้านลูกสาวคนอื่นๆ

Senior Park
Senior Park
Senior Park
Senior Park
Senior Park
Senior Park